โครงการนี้ตอนแรกนั้นเริ่มแรกนั้นเป็นโครงการ ฒ.ผู้เฒ่าเล่านิทาน ซึ่งโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการโดยมีกลุ่มประชากรเป็นผู้สูงอายุ 40 คน ทำกิจกรรมเรียนรู้การเล่านิทานทักษะการเล่านิทานโดยผู้เชี่ยวชาญ จากนั้นนำทักษะนั้นไปใช้เล่านิทานให้กับเด็กปฐมวัยจำนวน 250 คน โดยมีการวัดคลื่นไฟฟ้าสมองเพื่อศึกษาความเปลี่ยนแปลงของคลื่นสมองก่อนและหลังเล่านิทาน
แผนการดำเนินงาน
แต่ทว่าการมาถึงของเชื้อไวรัส (Covid-19) ทำให้โครงการที่การสัมผัสและพบปะกันมากต้องถูกพับไป เปลี่ยนแผนใหม่ทั้งหมด ซึ่งการระบาดในรอบนี้เองก็สร้างปัญหาให้กับทั้งทีมวิจัยและกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชน โดยที่ทีมวิจัยเองก็ไม่คิดว่าปัญหานี้เองนำไปสู่การคิดค้นวิธีแก้ปัญหาอีกชิ้นหนึ่งเหมือนกัน
ปัญหาวัยอนาล็อก ต้องแก้แบบอนาล็อก :
แต่กระนั่นทางกลุ่มงานกลับนึกถึงสิ่งหนึ่งที่เราคุ้นชินในชนบทที่อยู่คู่กับผู้สูงอายุนั่นคือ “วิทยุ”
เป็นระยะเวลา 8 ปี ผู้สูงอายุจะออกมาทำกิจกรรมร่วมกันที่ศูนย์ผู้สูงอายุเขาทองเป็นประจำทุกๆวันพุธ จนกระทั่งการระบาดของเชื้อไวรัส (Covid-19) งานผู้สูงอายุและส่งเสริมสุขภาพชุมชนจำเป็นต้องงดเพื่อความปลอดภัยของกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุจบลงด้วยการบ้านอย่างเหงาๆและอาจจะไม่มีใครกระตุ้นให้ออกกำลังกาย ทางกลุ่มงานผู้สูงอายุและส่งเสริมสุขภาพชุมชนจึงร่วมออกกันความคิดว่า จะทำอะไรให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมระหว่างวันได้บ้าง ความคิดถูกระดมมาตั้งแต่การใช้สื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคลิป วิดิโอ สร้างกลุ่มไลน์ ส่งผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อเป็นการสื่อสารระหว่างงานผู้สูงอายุฯกับผู้สูงอายุในชุมชน แตในบริบทสังคมชนบทผู้สูงอายุไม่สามารถเข้าถึงสื่อโซเชียลมิเดียต่างๆได้โดยง่าย ด้วยข้อจำกัดที่หลายคนมองข้ามไปนั่นคือผู้สูงอายุไม่มีสมาร์ทโฟน แต่กระนั่นทางกลุ่มงานกลับนึกถึงสิ่งหนึ่งที่เราคุ้นชินในชนบทที่อยู่คู่กับผู้สูงอายุนั่นคือ“วิทยุ” ซึ่งไอเดียนี้ส่งสัญญาณแนวคิดในรูปแบบการจัดรายการผ่านวิทยุชุมชน สอดแทรกเนื้อหาสาระ เพื่อให้ความรู้ผู้สูงอายุและผู้ที่สนใจได้มีความรู้ด้านผู้สูงอายุ โดยจัดทำชุดความรู้ตามหลักวิชาการที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุ และการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ ผ่านการจัดรายการ เสียงสร้างสุข ทางวิทยุชุมชนตำบลเขาทอง (FM.94.25 MHz.) ประจำทุกๆ สัปดาห์ เวลา 14.00 น.– 15.00 น.
สื่อการเรียนรู้
ผู้วิจัย