ผู้เขียน : ชีวสิทธิ์ บุณยเกียรติ
ภูมิภาครูร์ (Ruhr) ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศเยอรมนี ในรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย (North Rhine-Westphalia) เป็นกลุ่มเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีประชากรอาศัยอยู่หลายล้านคน
จากแดนดินถ่านหินสู่จุดเปลี่ยนหลังยุคอุตสาหกรรม
รูร์เริ่มเติบโตอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 19 หลังจากมีการขุดเจาะเหมืองลึก ปริมาณถ่านหินแอนทราไซต์คุณภาพสูงและอุตสาหกรรมเหล็กกล้าผลักดันให้เยอรมนีก้าวขึ้นเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของยุโรป รูร์กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในช่วงฟื้นฟูประเทศหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
โครงสร้างหอคอยคู่เหนือปล่องเหมืองหมายเลข 12 ของซอลล์แฟไรน์ สัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองยุคถ่านหินของเยอรมนี ก่อนเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการทยอยปิดตัว
(ภาพจาก Öztas, A. (2022). Doppelbock-Fördergerüst, Schacht XII, Zeche Zollverein, Essen [Photograph]. Wikimedia Commons. https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Essen_(DE),_Zeche_Zollverein,Schacht_XII--2022--_0026.jpg)
ทว่าผลกระทบที่ตามมาตลอดกว่า 150 ปีคือธรรมชาติที่ถูกทำลาย แม่น้ำเอมเชอร์กลายสภาพเป็นทางระบายน้ำเสีย และพื้นที่เต็มไปด้วยมลพิษ จนกระทั่งช่วงปลายทศวรรษ 1950 จุดเปลี่ยนดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อโลกเริ่มหันไปใช้น้ำมันดิบที่มีราคาถูกและสะดวกกว่า ประกอบกับการเข้ามาของถ่านหินนำเข้าต้นทุนต่ำ ส่งผลให้อุตสาหกรรมถ่านหินในแถบรูร์ซบเซาอย่างหนัก ตามด้วยอุตสาหกรรมเหล็กในทศวรรษ 1970 ส่งผลให้เหมืองและโรงงานทยอยปิดตัวลง ทิ้งซากโครงสร้างขนาดใหญ่และปัญหาการว่างงานไว้เบื้องหลัง
การพลิกฟื้นพื้นที่ของ IBA
การรักษาซากอุตสาหกรรมเหล่านี้เริ่มต้นจากการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน ปัญญาชน ศิลปิน และกลุ่มแรงงานในท้องถิ่นที่คัดค้านการรื้อถอน ต่อมาแนวคิดนี้ได้รับการผลักดันอย่างเป็นระบบผ่านโครงการ Internationale Bauausstellung Emscher Park (IBA) ในช่วงทศวรรษ 1990 โดยมี คาร์ล กานเซอร์ (Karl Ganser) นักภูมิศาสตร์และข้าราชการระดับสูงที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล กานเซอร์สามารถประสานผลประโยชน์ระหว่างเทศบาล 17 แห่งและกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีความเห็นแตกต่างกัน จนสามารถหลอมรวมทุกฝ่ายให้ขับเคลื่อนการฟื้นฟูพื้นที่ได้สำเร็จ
IBA ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือระหว่าง 17 ชุมชนในแถบแม่น้ำเอมเชอร์ โครงการนี้เปลี่ยนพื้นที่ทิ้งร้างให้กลายเป็นอุทยาน 4 รูปแบบหลัก ได้แก่ อุทยานธรรมชาติ อุทยานที่พักอาศัย อุทยานที่ตั้งหน่วยงาน และอุทยานประวัติศาสตร์
ตัวอย่างความสำเร็จที่ชัดเจนมีหลายแห่ง:
ผลงานศิลปะเสาไม้ “Totems” บนยอดกองมูลดินเหมืองฮัลเดอ ฮานีล เมืองบ็อทท์ร็อบ พลิกฟื้นภูมิทัศน์ของเสียจากการทำเหมืองตามโครงการ IBA ให้เป็นจุดชมทัศนียภาพและพื้นที่สร้างสรรค์สาธารณะที่เชื่อมโยงอดีตอุตสาหกรรมเข้ากับธรรมชาติ
(ภาพจาก Regionalverband Ruhr. (n.d.). Halde Haniel: Totems on the panoramic heap. Route Industriekultur.
มรดกวัฒนธรรมกับสังคม: ความทรงจำ ตัวตน และประเด็นที่ถูกมองข้าม
การชุบชีวิตแถบรูร์ช่วยสร้างความภาคภูมิใจและภาพลักษณ์ใหม่ให้ท้องถิ่น โดยใช้ "วัฒนธรรม" เป็นเครื่องมือหลักในการดึงดูดผู้คนและการท่องเที่ยว ซากเหล็กและปล่องควันปรับเปลี่ยนสู่มรดกที่มีความงามทางสถาปัตยกรรมและพื้นที่สีเขียว
นักวิชาการชี้ให้เห็นว่า การนำเสนอภาพอดีตมักเน้นภาพคนทำงานในลักษณะเดียวกันหมด คือภาพแรงงานชายร่างกำยำในเหมืองถ่านหินและโรงงานเหล็ก ภาพจำนี้ละเลยความหลากหลายของงานประเภทอื่น เช่น บทบาทของแรงงานหญิง แรงงานภาคบริการ หรือความไม่มั่นคงในอาชีพ
“ช้างแก้วยักษ์” ประติมากรรมกระจกสูง 35 เมตรที่สร้างครอบอาคารล้างถ่านหินเดิมของเหมืองมัคซีมีลีอาน พลิกฟื้นพื้นที่รกร้างให้กลายเป็นสวนสาธารณะและจุดชมวิว สัญลักษณ์แห่งการฟื้นฟูธรรมชาติจากแหล่งอุตสาหกรรมในเมืองฮัมม์
(ภาพจาก Regionalverband Ruhr. (n.d.). Maximilian Park Hamm: The elephant on the colliery site. Route Industriekultur.
เมื่อพื้นที่เหล่านี้กลายสภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์กลางทางวัฒนธรรม ภาพของ "การทำงานและปัญหาทางชนชั้น" ในปัจจุบันกลับเลือนหายไปจากการจัดแสดง พิพิธภัณฑ์และสื่อมักฉายภาพความสำเร็จอันงดงามและการปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่ แต่แทบไม่ได้เปิดพื้นที่ถกเถียงเรื่องความเหลื่อมล้ำ ปัญหาความยากจน หรือการว่างงานระยะยาวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในภูมิภาค
มรดกอุตสาหกรรมของรูร์สะท้อนให้เห็นว่า ซากปรักหักพังสามารถนำมาสร้างประโยชน์ใหม่ให้สังคมได้ ขณะเดียวกัน การทำความเข้าใจมรดกเหล่านี้ก็จำเป็นต้องมองให้รอบด้าน ทั้งเรื่องความงดงามเชิงสถาปัตยกรรม และการรับฟังเสียงของประวัติศาสตร์แรงงานที่แท้จริง
รายการอ้างอิง
Berger, S. (2019). Industrial heritage and the ambiguities of nostalgia for an industrial past in the Ruhr Valley, Germany. Labor: Studies in Working-Class History of the Americas, 16(1), 37–64. https://doi.org/10.1215/15476715-7269314
Hauenchild, A. (2001). En ruine . . . et fière de l'être. La Lettre de l'OCIM, (73).
Kritter, S. (2019). Exhibiting work in Germany—From industrial labour to (industrial) culture. German History, 37(3), 374–391. https://doi.org/10.1093/gerhis/ghz044