Museum Core
นิทรรศการ “ยุคทอง” ราชวงศ์โมกุล ณ พิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกง
Museum Core
30 มี.ค. 69 96
ฮ่องกง

ผู้เขียน : ฤดี ภวสิริพร

               ไม่กี่ปีมานี้ ฮ่องกงมีการพัฒนาโครงการใหม่ขนาดใหญ่หลายแห่งในเขตวัฒนธรรมเกาลูนตะวันตกที่ทยอยเปิดบริการ โปรเจกต์นี้ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์เอ็มพลัส (M+ Museum) ศูนย์ศิลปะการแสดงร่วมสมัย ฟรีสเปซ (Freespace) โรงละครอุปรากรจีนและศูนย์ศิลปะซีชวี่ (Xiqu Centre) อาร์ตพาร์ค สวนสาธารณะขนาดใหญ่ริมทะเล (Art Park) และพิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกง (Hongkong Palace Museum)

               ผู้เขียนไปเยือนฮ่องกงช่วงที่พิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกงกำลังจัดแสดงนิทรรศการพิเศษที่น่าสนใจ เรื่อง “สมบัติราชสำนักโมกุลจากพิพิธภัณฑ์วิคตอเรียและอัลเบิร์ต” (Treasures of the Mughal Court from the Victoria and Albert Museum) ซึ่งจัดแสดงระหว่างวันที่ 6 สิงหาคม 2025 ถึง 23 กุมภาพันธ์ 2026 โดยนิทรรศการจัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับราชวงศ์โมกุลที่เป็นมุสลิมพูดภาษาเปอร์เซีย (ค.ศ.1526-1857) โดยนำเสนอภาพสะท้อน “ยุคทอง” ของราชวงศ์โมกุลในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1560 - 1660 ครอบคลุมรัชสมัยของจักรพรรดิอักบาร์มหาราช (Akbar The Great ครองราชย์ปี ค.ศ.1556-1605) จักรพรรดิชะฮันคีร์ ( Jahangir ครองราชย์ปีค.ศ. 1605-1627) โอรสของจักรพรรดิอักบาร์ และจักรพรรดิชาห์ชะฮัน (Shah Jahan ครองราชย์ปีค.ศ. 1628-1658) และจัดแสดงโบราณวัตถุล้ำค่ามากกว่า 100 ชิ้น ได้แก่ เครื่องประดับ เซรามิก และงานสถาปัตยกรรมที่ขนย้ายมาจากพิพิธภัณฑ์วิคตอเรียและอัลเบิร์ต ประเทศอังกฤษ

               นิทรรศการเริ่มต้นการเล่าเรื่องผ่านไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญของสี่ราชวงศ์ในเอเชียช่วงศตวรรษที่ 16 ถึงกลางศตวรรษที่ 18 ได้แก่ ราชวงศ์โมกุล ราชวงศ์หมิงและชิงประเทศจีน ราชวงศ์ซาฟาวิด และราชวงศ์ออตโตมัน ตัวอย่างเช่น ปีค.ศ. 1556 จักรพรรดิอักบาร์ขึ้นครองราชย์ ถัดมาในปีค.ศ. 1562 พระองค์ได้ต้อนรับคณะทูตจากราชวงศ์ซาฟาวิด และปีค.ศ. 1638 จักรพรรดิชาห์ชะฮันได้ส่งคณะทูตไปยังออตโตมันเพื่อร่วมเฉลิมฉลองออตโตมันพิชิตแบกแดด ต่อมาในปีค.ศ. 1759 ราชวงศ์ชิงปราบกบฏผู้นำอิสลามอาฟากี โคจา (Afaq Khoja) ซึ่งเป็นตัวเร่งการค้าหยกกับราชวงศ์โมกุล จักรพรรดิเฉียนหลงเรียกเครื่องหยกแบบโมกุลว่า “หยกฮินดูสถาน” จากไทม์ไลน์นี้ช่วยให้ผู้เขียนมองเห็นภาพประวัติศาสตร์และความเชื่อมโยงของแต่ละอาณาจักรในช่วงเวลานั้นได้กระจ่างขึ้น

              หลังจากนั้นมีการฉายภาพยนตร์อิมเมอร์ซีฟของ “ทัชมาฮาล” สถาปัตยกรรมที่โด่งดังจนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่ พร้อมท่วงทำนองเพลงที่นำพาอารมณ์เข้าสู่โลกของโมกุล เริ่มต้นจากโซนหนึ่ง “ผู้บุกเบิกยุคใหม่” (Founder of the New Era) จักรพรรดิอักบาร์เสด็จขึ้นครองราชย์ขณะมีพระชนมายุเพียง 14 ชันษา สามารถพระองค์แผ่ขยายอาณาจักรโมกุลออกไปผ่านการพิชิตดินแดนและการทูต รวมทั้งอุปถัมภ์ศิลปะ ศิลปินมุสลิมและฮินดูในอนุทวีปอินเดียและอิหร่านต่างรังสรรค์งานศิลปะชิ้นเอกแห่งราชสำนัก สะท้อนผ่านภาพวาดจักรพรรดิอักบาร์ทรงรับการต้อนรับจากอาซิม ข่านที่ดิปาลปุระเมื่อปีค.ศ. 1571 พระองค์นั่งบนพระที่นั่งทองคำฝังเพชร และภาชนะทองคำรายรอบ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและความมั่งคั่งของโมกุล โดยภาพวาดนี้อยู่ในหนังสือแห่งอักบาร์ (Akbarnama) ที่บันทึกความสำเร็จของพระองค์

 

ภาพที่ 1 ภาพวาดจักรพรรดิอักบาร์ทรงรับการต้อนรับจากอาซิม ข่านที่ดิปาลปุระ

 

               นอกจากนี้จักรพรรดิอักบาร์ทรงริเริ่มงานก่อสร้างขนาดใหญ่ในเมืองอักรา เดลี และละฮอร์ เมื่อดินแดนของราชวงศ์ขยายออกไป ทำให้เข้าถึงงานฝีมือในแต่ละท้องถิ่น เช่น งานฝีมือทำจากเปลือกหอยมุก (mother-of-pearl) และงาช้างในคุชราต เมืองมั่งคั่งในอินเดียตะวันตกที่จักรพรรดิอักบาร์พิชิตได้ในปีค.ศ. 1573 ทั้งนี้ นอกจากการได้ชมชิ้นงานฝีมือล้ำค่าแล้ว ในนิทรรศการยังมีคลิปที่อธิบายขั้นตอนการทำงานศิลปะเปลือกหอยมุกด้วย

 

ภาพที่ 2 คนโทงาช้างใส่ผงดินปืนแกะสลักลวดลายช้างและนก

 

               วัตถุจัดแสดงอีกชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจมากเป็นแหวนทองคำประดับทับทิมและมรกตของราชวงศ์และชนชั้นสูง ด้านในแหวนใช้เทคนิคการเคลือบแบบยุโรปที่คาดว่าเข้ามามีอิทธิพลในราชสำนักโมกุล โดยจักรพรรดิอักบาร์ทรงเชิญช่างฝีมือมาจากเมืองกัว  

 

ภาพที่ 3 แหวนทองคำ

           

               โซนถัดมาชื่อว่า “ผู้สำรวจสมบัติของโลก” (Explorer of World Treasures) เมื่อจักรพรรดิอักบาร์สิ้นพระชนม์ในปีค.ศ. 1605 จักรพรรดิชะฮันคีร์ขึ้นครองราชย์ (พระนามชะฮันคีร์  แปลว่า “ผู้ครองโลก” ในภาษาเปอร์เซีย) ยังคงสืบทอดการอุปถัมภ์ศิลปะต่อ ยุคนี้มีการนำหยกเนฟไฟรต์ (Nephrite) ที่เป็นวัสดุหายากจากเมืองโคฐาน (Khotan) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนมาทำเครื่องประดับในราชสำนัก เช่น แหวน จี้ และกริช ทั้งนี้ ความชอบสำรวจธรรมชาติของจักรพรรดิชะฮันคีร์ ส่งผลอย่างลึกซึ้งต่อศิลปะโมกุลในช่วงรัชสมัยของพระองค์ โดยจิตรกรประจำราชสำนักบันทึกพรรณพืช และนำมาทำเป็นลวดลายพรรณพฤกษาในภาชนะหยก ทองคำและเงิน

 

ภาพที่ 4 กริชทำจากหยก ทับทิม มรกต ไข่มุก และทองคำ ด้ามกริชเป็นลวดลายนกกระจอกเทศ

ซึ่งเป็นนกต่างถิ่น แต่อาจถูกนำเข้ามาในราชสำนักผ่านการถวายบรรณาการ

 

               โซนที่สามจัดแสดงเรื่อง “สถาปนิกสวรรค์บนดิน” (Architect of Paradise on Earth) จักรพรรดิชาห์ชะฮัน (“กษัตริย์แห่งโลกา” ในภาษาเปอร์เซีย”) ทรงสร้างสุสานที่ยิ่งใหญ่อย่าง “ทัชมาฮาล” อุทิศแด่มุมตัซ มาฮาล (ค.ศ.1593-1631) พระมเหสีผู้เป็นที่รักยิ่ง ศิลปะในรัชสมัยนี้เป็นลวดลายพรรณพฤกษาที่ได้รับอิทธิพลจากภาพพิมพ์พฤกษศาสตร์ยุโรป ส่วนใหญ่มักเป็นลายดอกกุหลาบ ลิลลี่ ทิวลิป และไอริสที่พบได้ในกลุ่มชิ้นงานอัญมณี ผ้าทอ และภาพวาด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความงามและความเป็นนิรันดร์ของราชวงศ์ภายใต้การปกครองของพระองค์ ดังคำกล่าวที่สลักไว้ที่พระราชวังของพระองค์ในกรุงเดลี “ถ้าหากจะมีสวรรค์บนดิน ก็คือที่นี่”  

 

ภาพที่ 5 แผงหินอ่อนสีขาวที่ลวดลายคล้ายกับที่พบในทัชมาฮาลและอาคารพระราชวัง

ของจักรพรรดิชาห์ชะฮันในป้อมอักรา

 

               ในตอนท้ายของนิทรรศการมีมุมกิจกรรมสัมผัส (Hands-on) ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ทดลองสัมผัสเปรียบเทียบความแตกต่างของพื้นผิวหินอ่อน และงานฝีมือหินอ่อน (Marble inlay) ที่ตกแต่งด้วยเทคนิคการฝังวัสดุลงไปในพื้นผิวของหินอ่อนเพื่อสร้างลวดลายให้สวยงาม ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในยุคสมัยจักรพรรดิชาห์ชะฮัน โดยแบ่งการทำได้ 4  ขั้นตอน ได้แก่ 1) การวางรูปร่างฐาน 2) เจาะลวดลายดอกไม้ลงบนฐาน 3) ตัดอัญมณีเป็นรูปร่างตามดีไซน์ และ 4) การฝังอัญมณีลงบนเนื้อหินอ่อน  จากนั้นมีจออุปกรณ์ทัชสกรีนแสดงคำถามให้ผู้ชมตอบคำถามต่างๆ เพื่อวิเคราะห์ว่ามีลักษณะนิสัยแบบใด และเหมาะสมกับสมบัติชิ้นใด โดยสามารถสั่งพิมพ์ลงบนกระดาษการ์ด นำกลับบ้านเป็นที่ระลึกได้ด้วย    

               นอกจากเรื่องราวของทัชมาฮาลแล้ว ก่อนเข้าชมนิทรรศการผู้เขียนแทบไม่มีความรู้เกี่ยวกับราชวงศ์โมกุล แต่หลังชมนิทรรศการจบก็ได้รับความรู้เกี่ยวกับยุคทองของราชวงศ์โมกุลมากขึ้น และเพลิดเพลินกับการได้ชมวัตถุจัดแสดงที่วิจิตรงดงามสะท้อนถึงพัฒนาการทางศิลปะวิทยาการของราชวงศ์โมกุลที่มีความเจริญก้าวหน้าถึงขีดสุด

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ