Museum Core
วิลเลียมผู้พิชิต พระราชาผู้เปลี่ยนแปลงภาษาอังกฤษ
Museum Core
30 มิ.ย. 64 2K
.

ผู้เขียน : พีริยา จำนงประสาทพร

          เคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมในภาษาอังกฤษถึงมักปรากฏคำศัพท์ที่มีความหมายใกล้เคียงกัน แต่หน้าตาของคำเหล่านั้นกลับแตกต่างกันอย่างมาก เช่น วัวตัวเป็น ๆ เรียกว่า cow แต่พอเป็นเนื้อวัวบนโต๊ะอาหาร เรียกว่า beef คนทำอาชีพค้าขายเหมือนกัน ผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการหรือนำเข้าส่งออกสินค้านั้นเรียกว่า merchant ในขณะที่พ่อค้าแม่ค้าทั่วไปกลับเรียกว่า seller

 

           ตามปกติภาษาหนึ่งจะไม่สร้างคำที่แตกต่างกันมากถึงขนาดนี้ขึ้นมา ดังนั้นเหตุผลของความน่าสับสนที่เราเห็น ย่อมเป็นเพราะคำเหล่านี้มีรากศัพท์มาจากต่างภาษากัน ภาษาอังกฤษเป็นภาษาในตระกูลเยอรมานิก มีความใกล้เคียงกับภาษาเยอรมัน สวีเดน และเดนมาร์ก เกาะอังกฤษก็อยู่ใต้ปกครองของราชวงศ์ที่เป็นชาวแองโกล-แซกซัน (Anglo-Saxon) คือชนเผ่าจากเยอรมนีและเดนมาร์กมาตลอดตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 5 จนถึงยุคกลาง (เท่ากับช่วงประมาณ 714-837 ปีก่อนการสถาปนาอาณาจักรสุโขทัย)

 

          แต่แล้วภาษาฝรั่งเศสซึ่งเป็นภาษาในตระกูลโรมานซ์มีความใกล้เคียงกับภาษาสเปน โปรตุเกส และอิตาเลียนกลับเข้ามามีอิทธิพลในอังกฤษอย่างกะทันหันและมหาศาล ทั้งเปลี่ยนแปลงไวยากรณ์อังกฤษให้เรียบง่ายขึ้น ปรับการสะกดคำ การออกเสียง รวมถึงเกิดคำศัพท์ที่ได้รับมาจากภาษาฝรั่งเศสกว่า 10,000 คำ ที่เป็นเช่นนี้ เพราะอิทธิพลของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่และมีพระราชประวัติน่าสนใจอย่างยิ่งพระองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักในพระนามว่า วิลเลียมผู้พิชิต (William the Conqueror)

 

            วิลเลียมถือกำเนิดในปี ค.ศ. 1028 พ่อของเขาเป็น ดยุกโรเบิร์ตที่ 1 แห่งนอร์มองดี (Normandy) แคว้นทางตอนเหนือของฝรั่งเศส แต่แม่ของเขากลับเป็นเพียงลูกสาวของช่างทำเครื่องหนังที่ท่านดยุกลอบมีสัมพันธ์ด้วยทั้งที่ไม่ได้แต่งงานกัน ทำให้เขาถูกชาวบ้านเรียกอย่างตราหน้าว่า วิลเลียมบุตรนอกสมรส (William the Bastard)

 

          เมื่อวิลเลียมอายุได้ราว 7-8 ขวบ ดยุกโรเบิร์ตเดินทางไปแสวงบุญที่เยรูซาเล็ม และป่วยหนักจนเสียชีวิตระหว่างทางกลับ เนื่องจากไม่มีทายาทคนอื่น วิลเลียมจึงได้ครองตำแหน่งต่อจากพ่อท่ามกลางความไม่พอใจ ภายใต้การดูแลของญาติๆ วิลเลียมจำเป็นต้องอยู่อย่างหลบซ่อน เขาหนีการลอบสังหาร และไล่ทำสงครามปราบปรามผู้ที่ไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจอย่างต่อเนื่อง ครูและญาติผู้ดูแลวิลเลียมถูกฆ่าคนแล้วคนเล่า แม้แต่คนที่เป็นนักบวชก็ไม่เว้น ชาวบ้านแขวนหนังสัตว์และขนสัตว์บนกำแพงเมืองแล้วใช้ไม้ตี เพื่อเป็นการดูหมิ่นแม่ผู้ต่ำต้อยของวิลเลียม และวิลเลียมก็โต้ตอบโดยสั่งตัดมือตัดเท้าของคนเหล่านั้น

 

          ประสบการณ์ชีวิตที่เต็มไปด้วยอันตรายเช่นนี้ หล่อหลอมวิลเลียมให้เติบโตขึ้นเป็นดยุกหนุ่มผู้อำมหิต ไม่หวั่นไหวต่อภาวะกดดัน รวมถึงเจนจัดในสงครามและการเมือง เมื่ออายุ 23 ปี วิลเลียมก็แต่งงานกับญาติของเขา มาทิลด้าแห่งแคว้นฟลามส์ (Matilda of Flanders) ในเบลเยียม มาทิลด้ามีเชื้อสายร่วมกับราชวงศ์ฝรั่งเศสและเยอรมัน ช่วยให้อำนาจของวิลเลียมมั่นคงขึ้นมาก แม้ว่าจะเป็นนักรบใจโหดที่ไม่รู้หนังสือและชาติกำเนิดต่ำ แต่วิลเลียมได้รับคำยกย่องว่าผิดแผกจากชนชั้นสูงในยุคนั้นตรงที่เขาซื่อสัตย์กับมาทิลด้าเป็นอย่างดี เขามีลูกกับนางถึง 10 คน

 

          อย่างไรก็ตาม โชคชะตามิได้ลิขิตให้ความสำเร็จของวิลเลียมจบอยู่แค่ที่ฝรั่งเศส ในปีเดียวกับที่เขาแต่งงานนั้นเอง ณ อีกฟากของทะเลช่องแคบอังกฤษ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดธรรมสักขี (Edward the Confessor) กษัตริย์อังกฤษ ผู้ทรงมีพระมารดาเป็นชาวนอร์มองดีและก็ทรงเคยถูกเนรเทศให้ไปประทับที่นอร์มองดีเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ได้ตัดสินพระทัยเลือกวิลเลียมเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์อังกฤษ

 

         พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดไม่ทรงมีพระโอรสธิดาและไม่มีพระราชประสงค์ให้อำนาจตกไปอยู่ในมือของ ฮาโรลด์ ก็อดวินสัน (Harold Godwinson) ขุนนางผู้เป็นพี่เขยของพระองค์ เพราะว่าพวกก็อดวินสันเคยทำร้ายพระราชวงศ์ของพระองค์มาก่อน ดังนั้นจึงมีพระราชโองการส่งนักบวชไปนอร์มองดี เพื่อแต่งตั้งวิลเลียมเป็นรัชทายาท หลังจากนั้น ฮาโรลด์ก็ถูกเนรเทศจากอังกฤษชั่วคราว เช่นเดียวกับน้องสาวของฮาโรลด์ที่เป็นพระมเหสีของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดก็ถูกส่งไปอยู่สำนักชี

 

          ปีค.ศ. 1064 ฮาโรลด์เรือแตกในช่องแคบอังกฤษ เขาถูกนำตัวไปเข้าพบวิลเลียมที่เมืองรูอ็อง (Rouen) เมืองหลวงแคว้นนอร์มองดี วิลเลียมสั่งให้ฮาโรลด์วางมือบนวัตถุศักดิ์สิทธิ์ (สันนิษฐานว่าเป็นกระดูกนักบุญ) สาบานต่อหน้าวิลเลียมและผู้คนในที่นั้นว่า ฮาโรลด์จะรักษาสิทธิ์ของวิลเลียมในการสืบทอดบัลลังก์อังกฤษ จากนั้น วิลเลียมก็พาฮาโรลด์ไปร่วมต่อสู้กับศัตรูในแคว้นบริททานี (Brittany) แล้วมอบอาวุธ ม้า และเสื้อเกราะแก่ฮาโรลด์ เสมือนว่าเป็นทหารของเขา

 

ภาพที่ 1 ฮาโรลด์สาบานต่อหน้าวิลเลียม

แหล่งที่มาภาพ: William I. (2021, January 14). Retrieved March 01, 2021, from https://www.britannica.com/biography/William-I-king-of-England

 

          แต่ครั้นถึงกาลสวรรคตของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดจริงๆ เมื่อวันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 1066 ขุนนางในอังกฤษก็ตกลงให้ฮาโรลด์ขึ้นครองราชย์ ฮาโรลด์เข้าพิธีราชาภิเษกที่วิหารวินเชสเตอร์และสวมมงกุฎในวันถัดมา เฉลิมพระนามว่า พระเจ้าฮาโรลด์ที่ 2 (Harold II) นับว่าเป็นพิธีที่จัดอย่างเร่งรีบผิดปกติ

 

          ทันทีที่ข่าวนี้ไปถึงนอร์มองดี วิลเลียมก็รวบรวมไพร่พลกับแคว้นพันธมิตรต่างๆ ในฝรั่งเศส และสร้างกองทัพเรือโดยความช่วยเหลือของมาทิลด้า วิลเลียมแต่งตั้งให้มาทิลด้าเป็นผู้ปกครองนอร์มองดีแทนตน ก่อนจะยกพลล่องข้ามช่องแคบขึ้นไปถึงชายฝั่งทางใต้ของอังกฤษในวันที่ 28 กันยายน และสร้างฐานทัพที่เมืองเฮสติงส์ (Hastings)

 

          พระเจ้าฮาโรลด์ในขณะนั้นประทับอยู่ทางเหนือ พระองค์ทรงจำเป็นต้องยกทัพไปสู้กับศัตรูคนอื่น ๆ ที่ต่างปรารถนาบัลลังก์อังกฤษเช่นเดียวกัน คนสำคัญได้แก่ โทสทิก ก็อดวินสัน (Tostig Godwinson) พระอนุชาของพระองค์ และพระเจ้าฮาราลด์ ฮาร์ดราด้า (Harald Hardrada) กษัตริย์แห่งนอร์เวย์ ทำให้กว่าพระเจ้าฮาโรลด์จะทรงปราบปรามศัตรูได้ราบคาบ และเสด็จกลับลงมารับมือกับวิลเลียมทางใต้ กองทัพของพระองค์ซึ่งต้องเดินเท้าไกลถึง 320 กิโลเมตรก็เหนื่อยอ่อนเต็มที

 

          สงครามระหว่างวิลเลียมกับพระเจ้าฮาโรลด์เกิดขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคม ได้ชื่อว่า ยุทธการที่เฮสติงส์ (Battle of Hastings) ฝ่ายวิลเลียมมีทหารราว 10,000 คน ส่วนใหญ่เป็นทหารม้าและพลธนู ส่วนฝ่ายพระเจ้าฮาโรลด์มีทหารราว 7,000 คน ส่วนใหญ่เป็นทหารราบ การต่อสู้ดำเนินไปตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ในที่สุดพระเจ้าฮาโรลด์ก็ทรงถูกธนูยิงเข้าที่พระเนตร เสด็จสวรรคต เป็นอันจบสิ้นรัชสมัยของพระองค์โดยที่ยังไม่พ้นปี ค.ศ. 1066 ด้วยซ้ำ

 

ภาพที่ 2 ยุทธการที่เฮสติงส์

แหล่งที่มาภาพ: History.com Editors by A&E Television Networks. (2009, November 09). Battle of Hastings. Retrieved March 01, 2021, from https://www.history.com/topics/british-history/battle-of-hastings

Vyi, M. (2019, January 28).

 

 

          วิลเลียมได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์อังกฤษในวันคริสต์มาส เฉลิมพระนามว่า พระเจ้าวิลเลียมที่ 1 (William I) บัดนี้ ไม่มีใครกล้าเรียกพระองค์เป็นบุตรนอกสมรสอีกแล้ว ทว่าเรียกอย่างเกรงขามในพระสมัญญานาม ผู้พิชิต (The Conqueror หรือ Le Conquérant) กระนั้น พระองค์ก็ทรงต้องเผชิญกับอุปสรรคในการปกครองดินแดนใหม่นี้มากมาย ทรงใช้เวลาโน้มน้าวศาสนจักรให้ยอมรับฐานะของพระองค์ และทำสงครามกับเหล่าขุนนางอังกฤษที่ไม่ยอมสยบต่อพระราชอำนาจอยู่หลายปี

 

         “อุปสรรคที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของพระเจ้าวิลเลียมคงหนีไม่พ้นเรื่องภาษา เนื่องจากทรงเป็นชาวนอร์มังดี ไม่มีพระปรีชาสามารถด้านภาษาอังกฤษ แม้จะทรงพยายามศึกษาอยู่ระยะหนึ่งก็ตาม ราชสำนักอังกฤษจึงต้องเปลี่ยนมาใช้ภาษาฝรั่งเศสในการสื่อสาร และก็ทำให้เกิดคำศัพท์จากภาษาฝรั่งเศสโบราณ (Old French) จำนวนมาก (หมายเหตุ เป็นภาษาฝรั่งเศสที่ใช้กันในยุคกลาง ส่วนภาษาฝรั่งเศสปัจจุบันหรือ Modern French นั้นเริ่มใช้ในศตวรรษที่ 17) โดยเฉพาะคำที่เกี่ยวข้องกับการปกครอง เช่น Government รัฐบาล (มาจากคำว่า Governement) Realm อาณาจักร (มาจากคำว่า Reaume) Religion ศาสนา (มาจากคำว่า Religio) Pardon อภัยโทษ (มาจากคำว่า Pardun) เป็นต้น

 


​          สิ่งของที่ดู “ไฮโซ” และอาชีพที่ได้ติดต่อกับชนชั้นสูงก็ได้รับอิทธิพลอย่างมาก เพราะว่าต้องพระราชนิยมของพระเจ้า
วิลเลียมและเหล่าขุนนางนอร์มังดีในราชสำนัก อังกฤษจึงมีคำใหม่ๆ อย่าง Fashion แฟชั่น (มาจากคำว่า Façon) Diamond เพชร (มาจากคำว่า Diamant) Embroidery ผ้าปัก (มาจากคำว่า Enbrouderie) Merchant พ่อค้า (มาจากคำว่า Marchant) Painter จิตรกร (มาจากคำว่า Peintour) รวมไปถึงสิ่งต่าง ๆ บนโต๊ะเสวย ทำให้เนื้อสัตว์ที่นำขึ้นถวายในวัง ดังที่ได้เล่าไปข้างต้นอย่าง Beef เนื้อวัว (มาจากคำว่า Boef) Pork เนื้อหมู (มาจากคำว่า Porc) Mutton เนื้อแกะ (มาจากคำว่า Moton) ก็ได้เปลี่ยนแปลงเช่นกัน แต่ปศุสัตว์ที่ชาวบ้านเลี้ยงนอกวังยังเรียกด้วยคำอังกฤษเหมือนเดิม”

                  

 

ภาพที่ 3 อนุสาวรีย์วิลเลียมในแคว้นนอร์มองดี

แหล่งที่มาภาพ: Statue of William the Conqueror. Retrieved March 01, 2021, from https://www.ancient.eu/image/9976/statue-of-william-the-conqueror/

 

           รัชสมัยของพระเจ้าวิลเลียมสิ้นสุดในปีค.ศ. 1087 พระโอรส 2 พระองค์ได้สืบทอดบัลลังก์ เป็นพระเจ้าวิลเลียมที่ 2 เกศาแดง (William II Rufus) และพระเจ้าเฮนรี่ที่ 1 ผู้เป็นพหูสูต (Henry I Beauclerc) ทำให้เชื้อสายนอร์มังดีได้เป็นใหญ่ในอังกฤษอย่างยั่งยืน

 

 

ภาพที่ 4 แผนที่แสดงดินแดนอังกฤษและฝรั่งเศสในรัชสมัยวิลเลียม

แหล่งที่มาภาพ: Ayme, P. (2016, October 17). Conquest of England, 950 years ago: End of slavery, birth of modern democracy. Retrieved March 02, 2021, from https://patriceayme.wordpress.com/2016/10/16/conquest-of-england-950-years-ago-end-of-slavery-birth-of-modern-democracy/

 

          ภาษาฝรั่งเศสได้เป็นภาษาของราชสำนักอังกฤษยาวนานหลายศตวรรษ จนกระทั่งปีค.ศ. 1453 โน่นทีเดียวจึงค่อยเลิกไป การผสมผสานระหว่างสองตระกูลภาษา จากสองประเทศที่เคี่ยวกรำสงครามกันมานับครั้งไม่ถ้วนนี่เอง ทำให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่อ่านออกเสียงยากและมีข้อยกเว้นมากมายในทุกวันนี้

 

 

เอกสารอ้างอิง

Barlow, F. (1997). Edward the Confessor. New Haven: Yale University Press.

 

Bates, D. (2018). William the Conqueror. New Haven: Yale University Press.

 

Ciara, B. (2018, August 03). William I 'The Conqueror' (R. 1066-1087). Retrieved March 01, 2021, from https://www.royal.uk/william-the-conqueror

 

Costa, A. (2020, July 17). The influence of French on the English language. Retrieved March 01, 2021, from https://www.cactuslanguage.com/french-on-the-english-language/

 

Douglas, D. C. (1967). William the Conqueror: the Norman impact upon England. Berkeley: University of California Press.

 

Higham, N. J., & Ryan, M. J. (2015). The Anglo-Saxon world. New Haven: Yale University Press.

 

Pip & Ian. (2018, May 18). When Harold Godwinson and William Duke of Normandy in 1064. Retrieved March 02, 2021, from https://www.normandythenandnow.com/when-harold-met-william-in-1064/

 

Walker, I. (2000). Harold the Last Anglo-Saxon King. Gloucestershire: Wrens Park.

 

พีริยา จำนงประสาทพร 

 

 

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ