Museum Core
Shotengai ถนนช้อปปิ้งดั้งเดิมของญี่ปุ่น
Museum Core
30 มี.ค. 69 123

ผู้เขียน : รหัท กิจจริยภูมิ

               ในอดีตก่อนห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อจะเข้ามาแทนที่วิถีชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่น ถนนสายหนึ่งเคยเป็นทั้งตลาด ร้านอาหาร และที่นัดพบของคนในชุมชน ซึ่งพื้นที่แห่งนี้มีชื่อเฉพาะเรียกว่า “โชเทนไก” (Shotengai)

               โชเทนไก นับเป็นถนนช้อปปิ้งแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่พบได้แทบทุกเมืองและมักเป็นร้านค้าที่ตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวัน เช่น ร้านขายของใช้จำเป็น ร้านขายยา ร้านหนังสือ คาเฟ่ ร้านอิซากายะ (ร้านกินดื่มแบบญี่ปุ่น) ความคึกคักของพื้นที่นี้ไม่ได้วัดจากแสงไฟนีออนหรือความทันสมัย หากสะท้อนผ่านเสียงคำทักทายสั้น ๆ จากเจ้าของร้าน และจังหวะชีวิตที่ค่อยๆ เคลื่อนไปอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้โชเทนไกไม่ใช่เพียงถนนขายของ แต่เป็นศูนย์กลางของชุมชน ความสัมพันธ์ระหว่างร้านค้า ครอบครัว และลูกค้าถูกเชื่อมและส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ที่นี่บอกเล่าเรื่องราวของญี่ปุ่นในมุมที่เรียบง่าย จริงใจ และเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สะท้อนความลึกซึ้งของชีวิตประจำวัน

 

ภาพที่ 1 ตลาดอะเมโยโกะ (Ameyoko) โชเทนไก ตลาดชื่อดังแห่งย่านอูเอโนะ กรุงโตเกียว

 

               ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ ต้นแบบของถนนการค้าที่พัฒนาไปสู่โชเทนไกนั้นย้อนไปถึงช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 แล้วค่อยๆ มีบทบาทสำคัญในชีวิตของผู้คนมากขึ้น จากนั้นยุคหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ในรัชสมัยของจักรพรรดิไทโช ระบบการค้าของญี่ปุ่นได้เปลี่ยนแปลงจากตลาดแบบดั้งเดิมเป็นถนนการค้าที่มีการจัดระเบียบมากขึ้น โดยมีร้านค้าตั้งเรียงรายอยู่สองข้างทาง ทำให้ผู้คนสามารถเดินเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะแม่บ้านที่ออกมาจับจ่ายซื้ออาหารและของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน อีกทั้ง โชเทนไกยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่พักผ่อนและศูนย์กลางกิจกรรมของชุมชน รวมถึงเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลต่าง ๆ อีกด้วย

 

ภาพที่ 2 บรรยากาศของโชเทนไกในอดีต

แหล่งที่มาภาพ: https://kyoto.itot.jp/kyoto/report01

 

               ช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1955-1965 นับเป็นยุคทองของโชเทนไก หากพิจารณาจากภาพถ่าย หรือวิดีโอเก่า ของประเทศญี่ปุ่น บรรยากาศทางเดินของโชเทนไกเต็มไปด้วยผู้คนอย่างคึกคักแทบตลอดเวลา สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่นในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ โชเทนไกบางแห่งยังมีลักษณะเป็นธุรกิจชุมชนที่ผู้คนในพื้นที่และพ่อค้าแม่ค้ารู้จักกันอย่างใกล้ชิด เสมือนเป็นเพื่อนบ้านที่พึ่งพาอาศัยกัน

 

ภาพที่ 3 ร้านค้าในโชเทนไกที่ปิดตัวลง เหลือเพียงประตูเหล็กที่ปิดสนิท ดูว่างเปล่าและเงียบเหงา

 

               เมื่อเวลาผ่านไปวิถีชีวิตของผู้คนในญี่ปุ่นเริ่มเปลี่ยนแปลง จากสังคมที่เคยให้ความสำคัญกับขนบธรรมเนียมและความสัมพันธ์ในชุมชน ชีวิตประจำวันกลับเร่งรีบขึ้นตามจังหวะของยุคสมัย การเข้ามาของซูเปอร์มาร์เก็ตและศูนย์การค้าสมัยใหม่ที่ให้ความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอยที่ครบถ้วนในที่เดียว ทำให้ถนนการค้าแบบดั้งเดิมอย่างโชเทนไกลดบทบาทไปโดยปริยาย ร้านค้าขนาดเล็กที่เคยมีเจ้าของยืนรอทักทายลูกค้าประจำ และเสียงพูดคุยที่เคยสร้างชีวิตชีวาให้กับถนนการค้าเริ่มจางหายไปพร้อมกับกาลเวลา เจ้าของร้านหลายแห่งอายุมากขึ้นแต่กลับไม่มีผู้สืบทอดกิจการ ส่งผลให้ถนนการค้าที่เคยคึกคักค่อยๆ เงียบลง บางแห่งต้องปิดกิจการ เหลือไว้เพียงภาพความทรงจำ ถนนโชเทนไกบางแห่งที่ปิดตัวลง เหลือเพียงประตูเหล็กปิดเงียบงัน ถูกเรียกว่า “ชัตเตอร์โดริ” (Shutter Dori) โดยไม่มีใครรู้ว่าร้านจะกลับมาเปิดอีกครั้งเมื่อไร

                กระนั้น ถนนโชเทนไกก็ไม่ได้เลือนหายไปจากสังคมญี่ปุ่นโดยสิ้นเชิง แม้ว่าบรรยากาศไม่คึกคักเหมือนในอดีต ถนนการค้าหลายแห่งพยายามปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ ด้วยการสนับสนุนจากทั้งรัฐบาลส่วนกลางและรัฐบาลท้องถิ่น ร้านค้าเก่าแก่ดั้งเดิมอาจหลงเหลือไม่มากนักและถูกแทนที่ด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ หรือร้านขายของที่ระลึก อย่างไรก็ตาม โครงสร้างของตลาด รูปแบบการจัดการ และกลิ่นอายของถนนคนเดินยังคงได้รับการรักษาไว้ เปี่ยมด้วยเสน่ห์ ความอบอุ่น และความเป็นกันเองที่สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน 

 

ภาพที่ 4 ถนนนากามิเสะ โดริ (Nakamise Dori)

 

               ย่านอาซากุสะ (Asakusa) ของกรุงโตเกียวเป็นตัวอย่างของพื้นที่ที่ยังคงความคึกคักและมีเสน่ห์ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะถนนนากามิเสะ โดริ (Nakamise Dori) ถนนคนเดินที่ทอดยาวจากประตูคามินาริมง (Kaminarimon gate) ไปสู่วัดเซนโซจิ (Senso-ji) วัดเก่าแก่คู่ย่านที่มีผู้คนแวะเวียนมาไม่ขาดสายตั้งแต่เช้าจรดเย็น

               แม้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง แต่บรรยากาศของนากามิเสะ โดริยังคงชวนให้ย้อนรำลึกถึงโตเกียวในอดีต เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนต้อนรับเรียกแขกให้แวะร้านของตน ร้านขนมที่ตัดเป็นชิ้นเล็กให้ลองชิมฟรี รวมถึงป้ายภาษาอังกฤษที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่บริเวณโดยรอบรายล้อมไปด้วยร้านอาหารและร้านค้าแบรนด์ดัง ช่วยเติมสีสันให้ย่านอาซากุสะมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ทำให้ย่านอาซากุสะไม่ใช่จุดหมายเฉพาะของผู้ที่มาไหว้พระขอพรเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่สำหรับการเดินเล่น ช้อปปิ้ง เลือกซื้อของฝาก และแวะลิ้มลองอาหารอร่อย ๆ ระหว่างวันได้อย่างเพลิดเพลิน

 

ภาพที่ 5 คาวาบาตะ โชเทนไก

แหล่งที่มาภาพ: https://gofukuoka.jp/spots/detail/27148

 

               จังหวัดฟุกุโอกะ บนเกาะคิวชู ตอนใต้ของญี่ปุ่น ยังมีเมืองสำคัญที่ผสมผสานเสน่ห์ความดั้งเดิมของโชเทนไก และความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่าง “คาวาบาตะ โชเทนไก” (Kawabata Shopping Arcade) ตลาดถนนคนเดินเก่าแก่ที่สุดของฟุกุโอกะที่มีประวัติยาวนานกว่า 130 ปี และยังคงคึกคักมาจนถึงปัจจุบัน โดยตลาดแห่งนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ คาวาบาตะชูโอ (Kawabata Chuo Shopping Arcade) และ คามิ–คาวาบาตะ (Kami-Kawabata Shopping Arcade) ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วมีความยาวตลอดแนวประมาณ 400 เมตร ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้ามากกว่า 130 ร้าน ทั้งร้านเก่าแก่ดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น และร้านใหม่ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ทำให้บรรยากาศของถนนสายนี้มีชีวิตชีวาตลอดทั้งวัน

               คาวาบาตะโชเทนไก ตั้งอยู่ในทำเลที่เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินนากาซุ-คาวาบาตะ (Nakasu-Kawabata) และอยู่ใกล้ศาลเจ้าคูชิดะ (Kushida Shrine) ศาลเจ้าชื่อดังของย่านฮากาตะ ทำให้ตลาดกลายเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเส้นทางสัญจรสำคัญของทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยว

 

ภาพที่ 6 บรรยากาศของเทศกาลฮากาตะ กิอง ยามะกาสะ

แหล่งที่มาภาพ: https://www.welcome-fukuoka.or.jp/english/archives/204

 

               ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงเทศกาลฮากาตะ กิอง ยามะกาสะ (Hakata Gion Yamakasa) เทศกาลสำคัญประจำปีของเมือง ซึ่งจัดขึ้นช่วงเดือนกรกฎาคม ถนนสายนี้ยิ่งคึกคักเป็นพิเศษ โดยมีการนำรถแห่คาซาริยามะ (Kazariyama) มาจัดแสดงภายในอาร์เคดทั้งสองฝั่งให้ผู้คนได้ชมบรรยากาศของเทศกาลอย่างใกล้ชิด และมีพื้นที่จัดแสดงหนึ่งแห่งที่เปิดให้ชมได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย ถนนโชเทนไกสายนี้จึงเป็นภาพสะท้อนของวิถีชีวิตชาวฮากาตะสมัยก่อนผ่านย่านการค้าดั้งเดิมที่ยังคงมีชีวิตชีวาและอยู่ร่วมกับปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน

               หากใครมีโอกาสเดินทางไปญี่ปุ่นและมีเวลามากพอ อยากแนะนำให้ไปโชเทนไกสักแห่ง เดินทอดน่อง สังเกตร้านค้าต่างๆ ตลอดสองข้างทางเคยเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน และบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนผ่านรายละเอียดเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน

 

ข้อมูลอ้างอิง

To, K., & Chong, K. H. (2014, December). Traditional shopping streets in Tokyo: Physical and social dimensions of creative place making by the elderly (Conference Paper). Great Asian Street Symposium, National University of Singapore. https://www.researchgate.net/publication/299467931_Traditional_Shopping_Streets_in_Tokyo_Physical_and_Social_Dimensions_of_Creative_Place_Making_by_the_Elderly

Mori Memorial Foundation. (2008). City & lifestyle related research: An overview of traditional Japanese shopping streets “Shoten-gai” [PDF]. https://mori-m-foundation.or.jp/pdf/publication_19_en.pdf

Japan National Tourism Organization. (n.d.). Much more than shopping! Experience the Japanese local shopping streets ‘Shoutengai’. https://www.japan.travel/en/tokyo2020/local-shopping-streets-shoutengai/

Kawabata Shopping Arcade. (n.d.). About — Kawabata Shopping Arcade. https://kawabatadori.com/en/about-en

 

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ