Page 13 - MuseumSiam
P. 13

การท าเครื่องทอง

                       ย่านบางล้าพู เป็นย่านชมชนเก่าแก่ เติบโตควบคู่มาพร้อมกับการก่อร่างสร้างพระนครในชวงต้นกรุงรัตนโกสินทร์
                                        ุ
                                                                                         ่
               เป็นแหล่งอาศัยของผู้คนหลากหลายเชอชาติ ทั้งไทย จีน มอญ มุสลิม มีศาสนสถานส้าคัญ วังที่ประทับของเจ้านาย รวมทั้ง
                                            ื้
                                                                                           ุ
               บ้านเรือนของบรรดาขุนนางข้าราชการตั้งอยู่มากมาย อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมช่างฝีมือที่ส้าคัญ โดยเฉพาะชมชนมัสยิดจักรพงษ์
               และชุมชนมัสยิดตึกดิน ซึ่งเป็นชุมชนมุสลิมเพียง ๒ แห่งในพระนคร และเป็นกล่มมุสลิมที่มีฝีมือในการท้าเครื่องทอง


























                                                แผนที่เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๔ – ๒๔๗๕
                                     แสดงต้าแหน่งที่ตั้งของชุมชนมัสยิดจักรพงษ์และชุมชนมัสยิดตึกดิน

                                                                                    ่
                       ชุมชนมัสยิดจักรพงษ์ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมที่อพยพมาจากทางภาคใต้ของไทย ในชวงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยมา
               ตั้งรกรากอยู่บริเวณแถบใกล้กับ “โรงไหมหลวง” ริมคลองหลอด บริเวณวัดกลางนาหรือวัดตองปุ ปัจจุบันคือวัดชนะสงคราม
               ซึ่งเป็นอาณาบริเวณของพระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้า บริเวณตรอกสุเหร่า บางล้าพู และขยับขยายไปตั้งบ้านเรือนอยู่แถบ
                                                                                       ี
               ตรอกศิลป์ ถนนบ้านแขกหรือถนนตานี รวมถึงชุมชนมัสยิดตึกดินในปัจจุบัน โดยมุสลิมกลุ่มนี้มีวิชาชพการท้าเครื่องทองติดตัว
               มาด้วย ช่างทองที่มีฝีมือบางคนจึงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าให้เข้าไปเป็นชางทองหลวง ในพระบรมมหาราชวัง มีหน้าที่ผลิต
                                                                      ่
               เครื่องทอง (เครื่องประดับตามโบราณราชประเพณีส้าหรับใช้ในพิธีต่าง ๆ เช่น ในพิธีบรมราชาภิเษก พิธีอภิเษกสมรส เป็นต้น)
                           ู
                                                                 ่
                                       ้
               และเครื่องราชปโภค (ของใชตามปกติของพระมหากษัตริย์ เชน พานขันหมาก กรรไกรทองค้า เป็นต้น) ถวายแด่
               พระมหากษัตริย์และ        พระราชวงศ์ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว กลุ่มชางทองชมชนมัสยิดจักรพงษ์จึง
                                                                                   ่
                                                                                         ุ
                                                                                           ่
               มีทั้งกลุ่มชางทองหลวงที่ไปรับราชการอยู่ในพระบรมมหาราชวัง เป็นชางทองที่เป็นข้าราชการประจ้ากับชางทองเบี้ยหวัดรายปี
                                                                  ่
                       ่
               ชางทองที่ท้างานในโรงกษาปณ์หลวง และชางทองชาวบ้านที่ท้างานค้าขายเครื่องทอง เครื่องประดับกับราชส้านัก ข้าราชการ
                ่
                                              ่
               และพ่อค้าคหบดี
                                              ่
                       จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ ๖ ชางทองชาวเยอรมันได้น้าเอาวิทยาการและเทคโนโลยีในการท้าเครื่องทองแบบ
               ตะวันตก  เข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นกรรมวิธีแบบใหม่ที่น่าสนใจ และแพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบ
                         ่
               โดยตรงต่อชางท้าเครื่องทองตรอกสุเหร่าในยุคนั้น โดยหันมาใชเพชรลูกแทนเพชรซีก การฉลุลวดลายโปร่ง การตั้งกระเปาะ
                                                              ้
                                                                                           ้
               แทนการฝังแบบโบราณ เป็นต้น ท้าให้ช่างทองตรอกสุเหร่าเปลี่ยนวิธีการผลิตท้าทองแบบดั้งเดิม หันไปใชวิชาการท้าทองแบบ
               ใหม่ การท้าเครื่องทองโดยวิธีแบบโบราณจึงค่อย ๆ เลือนหายไป
   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18