Page 4 - MuseumSiam
P. 4

พิพิธบางล าพ  ู

                       พิพิธบางล้าพูตั้งอยู่บนพื้นที่ระหว่างคลองรอบกรุง (คลองบางล้าพู) กับก้าแพงพระนคร ใกล้กับป้อมพระสุเมรุ ตรงข้ามกับ
               วัดสังเวชวิศยาราม (วัดบางล้าพู) ในสมัยรัชกาลที่ 5 พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของบ้านพระยานรนารถภักดี (เอม ณ มหาไชย) อธิบดีกรม
               เก็บ (กรมธนารักษ์ในปัจจุบัน) และได้ตกเป็นที่ราชพัสดุอยู่ในความดูแลของกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ (กระทรวงการคลังใน
                                              ้
               ปัจจุบัน)  มีหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาขอใชพื้นที่แห่งนี้โดยมีการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารและสิ่งปลูกสร้างเป็นโรงพิมพ์และ
               สถานที่สอนวิชา    การพิมพ์แห่งแรกของประเทศไทย โดยมีล้าดับการใช้พื้นที่ ดังนี้

                       ใน พ.ศ. 2469 กระทรวงศึกษาธิการได้จัดตั้งเป็น “โรงพิมพ์กรมต ารา” ขึ้น เพื่อพิมพ์ต้าราเรียนและแบบเรียนของ
               กระทรวงศึกษาธิการ และมีการซ่อมแซมปรับปรุงสิ่งปลูกสร้างภายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
                       ใน พ.ศ.  ๒๔๗๑ กระทรวงศึกษาธิการได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า
               เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ให้รื้อก้าแพงพระนครด้านที่ติดกับโรงพิมพ์ และปรับปรุง อาคารและเรือนไม้ริมคลองบางล้าพูส้าหรับใช ้
                        ี่
               เป็นสถานท   เก็บกระดาษและสิ่งของ
                                                                       ิ
                                                                                            ่
                                                                         ์
                       ใน พ.ศ. 2475 กระทรวงศึกษาธิการได้จัดตั้งเป็น “โรงเรียนช่างพมพวัดสังเวช” เปิดสอนวิชาชางพิมพ์แห่งแรกของ
               ไทย เป็นทั้งโรงเรียน (อาคารตึก 2 ชน) และโรงพิมพ์ (อาคารเรือนไม้) ภายหลังหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ จ้านวนนักเรียนได้
                                          ั้
                               ่
               ลดลงมาก โรงเรียนชางพิมพ์วัดสังเวชได้ยุติการเรียนการสอน และได้เปลี่ยนมาเป็นโรงพิมพ์คุรุสภา ส้าหรับพิมพ์ต้าราและ
               หนังสือวรรณคดีเอกของชาติ และยุติการพิมพ์ใน พ.ศ. ๒๕๑๖
                       ใน พ.ศ. 253๘ กระทรวงศึกษาธิการจะหมดสัญญาเช่าและส่งคืนพื้นที่ให้กรมธนารักษ์

                                                                                                        ่
                       ใน พ.ศ. 2543 กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนและก้าหนดเขตโบราณสถานอาคารโรงพิมพ์คุรุสภา (โรงเรียนชาง
               พิมพ์วัดสังเวช) บนที่ราชพัสดุแปลงอาคารโรงพิมพ์คุรุสภา
                       ใน พ.ศ. 25๕4 สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์มอบรางวัลอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่นประเภท
               อาคารสถาบันและอาคารสาธารณะ ส้าหรับอาคารโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวช (เดิม)

                       ใน พ.ศ. ๒๕๕๕ กรมธนารักษ์ได้บูรณะซ่อมแซม ปรับปรุงอาคารและสิ่งปลูกสร้าง โดยจัดสร้างศูนย์การเรียนรู้กรมธนารักษ์
                                                                                           ุ
                                                ู
               และห้องสมุดชุมชนภายใต้ชื่อ “พิพิธบางล าพ” โดยชาวชุมชนบางล้าพู ประชาคมบางล้าพู และปราชญ์ชมชน ได้เข้ามามีส่วน
                                                                              ้
               ร่วม  ในการน้าเสนอข้อมูลพื้นฐาน ตรวจสอบความถูกต้องและเหมาะสมของข้อมูลที่ใชในการจัดแสดง นอกจากนี้ยังได้มีส่วน
                                                                          ุ
               ร่วมในการจัดการแสดงภายในพิพิธบางล้าพู ซึ่งเป็นถ่ายทอดเรื่องราววิถีชวิตของ 7 ชมชนในย่านบางล้าพู โดยการมอบวัตถุส้าหรับ
                                                                  ี
               จัดแสดงต่าง ๆ อันเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ เป็นของสะสม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนบางล้าพู
                       เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2558 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระ
               ราชด้าเนิน ทรงประกอบพิธีเปิดอาคารพิพิธบางล้าพู ในโอกาสนี้ได้เสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการภายในพิพิธบางล้าพูด้วย
                                                                       ้
                       ปัจจุบันพิพิธบางล้าพูเป็นแหล่งเรียนรู้ส้าหรับประชาชนได้เข้ามาใชประโยชน์อยู่ภายใต้การดูแลและบริหารจัดการ
               โดยกองส่งเสริมและพัฒนาทรัพย์สินมีค่าของรัฐ กรมธนารักษ์ นับเป็นหลักฐานของการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ
               และชุมชนที่ก่อให้เกิดประโยชน์ด้านการเรียนรู้ของทุกคนในสังคมไทย โดยมีชาวบางล้าพูเป็นส่วนส้าคัญในการส่งเสริมให้เกิด
               ความส้าเร็จ     ในการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชนและเผยแพร่ให้ผู้เข้าชมชาวไทยและชาวต่างประเทศ
               ได้ทราบบทบาทหน้าที่ของกรมธนารักษ์ควบคู่กับอัตลักษณ์ของชุมชน นับได้ว่าเป็นการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมในย่านบางล้าพู
               และปลูกฝังจิตส้านึกอนุรักษ์ให้หวงแหนมรดกวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า และยังเป็นแรงสะท้อนสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนทั่วไป
               ได้เห็นคุณค่าของพื้นที่ประวัติศาสตร์ ส่งผลกระตุ้นให้เกิดกระแสการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในชุมชนย่านบางล้าพูอีกด้วย
   1   2   3   4   5   6   7   8   9