สำหรับผูสูงอายุ
คำแนะนำการใช้งาน
ขยายขนาดตัวอักษร
เพิ่มระยะห่างตัวอักษร
เพิ่มขนาดลูกศรชี้
ตำแหน่ง
เส้นช่วยในการอ่าน
เน้นการเชื่อมโยง
ปรับชุดสี
เปิดการใช้งาน
ปิดการใช้งาน
คำแนะนำการใช้งาน
เริ่มต้นใช้งาน
Text Size

การขยายขนาดตัวอักษร

สามารถเลือกปรับขนาดตัวอักษรได้ 3 ระดับ คือ 20% 30% และ 40% จากขนาดมาตรฐาน

Text Spacing

การเพิ่มระยะห่างตัวอักษร

การปรับระยะห่างของตัวอักษร และช่องว่างระหว่างบรรทัด สามารถปรับได้ 3 ระดับ เพื่อให้อ่านข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

Large Cursor

การเพิ่มขนาดลูกศรชี้ตำแหน่ง

ขยายขนาดของลูกศรชี้ตำแหน่ง (Cursor) ให้ใหญ่ขึ้นถึง 400%


Reading Guide

เส้นช่วยในการอ่าน

จะมีเส้นปรากฏขึ้น พร้อมกับการเลื่อนลูกศรชี้ตำแหน่ง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถโฟกัสข้อความที่ต้องการอ่านได้สะดวกขึ้น

Highlight Links

เน้นการเชื่อมโยง

ช่วยเน้นและแยกส่วนของลิงค์หรือปุ่มต่างๆ ออกจาก เนื้อหาภายในเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถมองเห็นปุ่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Change Color

เลือกปรับชุดสี

สามารถเลือกปรับชุดสีของเว็บไซต์ได้ 4 แบบตัวอักษรและปุ่มต่างๆ มีสีเข้มคมชัด มองเห็นได้ชัดเจน


“นจอม” มวยปล้ำเซเนกัล: เกียรติยศและศรัทธา เกมกีฬาแห่งชีวิต

.

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-4 รูป จากทั้งหมด 4 รูป

          มวยปล้ำเป็นหนึ่งในกีฬาเก่าแก่ที่สุดในโลก ไม่มีใครรู้ว่าการต่อสู้มือเปล่าอยู่คู่กับสังคมมนุษย์มานานเท่าใด หลักฐานทางโบราณคดีสามารถย้อนกลับไปได้ไกลกว่า 1 หมื่นปี แสดงให้เห็นกีฬาดังกล่าวที่ปรากฏในภาพเขียนสีบนผนังถ้ำ เพิงผา และภาชนะ กฎกติกาของมวยปล้ำโบราณในแต่ละอารยธรรมไม่แตกต่างกันเท่าใดนัก การกำหนดขอบเขตพื้นที่การต่อสู้ การหลอกล่อและล้มคู่แข่งก่อนที่อีกฝ่ายจะเล่นงานตน ทั้งหมดนี้กลายมาเป็นพื้นฐานของกีฬามวยปล้ำสากลทั้งสิ้น แน่นอนว่าในยุคที่ไม่มีสิ่งบันเทิงใจอย่างภาพยนตร์หรือละครโทรทัศน์ การรับชมการต่อสู้ตัวต่อตัวจึงเป็นที่นิยมของผู้คนที่หิวกระหายความตื่นเต้นในชีวิตอันน่าเบื่อหน่าย นักมวยปล้ำจึงได้รับการนับถือจากคนในอดีตเป็นอย่างสูง ในฐานะนักสู้และผู้ให้ความบันเทิงในเวลาเดียวกัน

         มวยปล้ำเป็นที่นิยมในแอฟริกาเช่นเดียวกับส่วนอื่นของโลก ในปัจจุบันเซเนกัลคือผู้นำศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าในภูมิภาคตะวันตก ชาวเซเนกัลเรียกกีฬามวยปล้ำว่า “นจอม (Njom)” ซึ่งเป็นคำเรียกในภาษาเซเรร์ (Serer) ที่เป็นเช่นนี้เพราะชาวเซเรร์มีชื่อเสียงด้านกีฬามวยปล้ำมาช้านาน ย้อนกลับไปในคริสต์ศตวรรษที่ 14 นักรบเซเรร์แห่งอาณาจักรซิเน (Kingdom of Sine) ใช้เวลายามว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการฝึกฝนมวยปล้ำ การฝึกการต่อสู้ด้วยมือเปล่าทำให้เหล่านักรบเรียนรู้วิธีจัดการคู่ต่อสู้ในสถานการณ์คับขัน เป้าหมายในการต่อสู้ของพวกเขาไม่ใช่การเข่นฆ่าหรือเรียกเลือดจากศัตรู แต่เป็นการล้มฝ่ายตรงข้ามให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ในเวลาต่อมา การฝึกฝนของนักรบถูกเผยแพร่ให้กับประชาชนทั่วไป มวยปล้ำจึงกลายเป็นการละเล่นยามว่างและในงานเทศกาลที่นิยมแข่งขันเพื่อความสนุกมากกว่าเพื่อตัดสินแพ้ชนะ

          อย่างไรก็ตาม การต่อสู้ของนักมวยปล้ำกลายเป็นมากกว่ากิจกรรมยามว่างเมื่อมีเรื่องของปากท้องและเกียรติยศเข้ามาเกี่ยวข้อง ชาวเซเรร์นิยมจัดการแข่งขันใหญ่ตอนสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว ในอดีตพวกเขาจะใช้วิธีบอกกันปากต่อปากให้นักสู้จากหมู่บ้านต่างๆ มารวมตัวกันเพื่อชิงชัยในสังเวียน ของรางวัลจากการแข่งขันอาจเป็นผลผลิตที่ได้จากการเก็บเกี่ยวหรือปศุสัตว์ ทว่าเหนือสิ่งอื่นใด ชายฉกรรจ์เหล่านั้นต้องต่อสู้โดยมีเกียรติยศของหมู่บ้านเป็นเดิมพัน ทำให้พวกเขาฝึกฝนอย่างหนักเป็นเวลานานเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมรับศึก ชาวบ้านและครอบครัวล้วนมีส่วนในการสนับสนุนการฝึกฝนของนักสู้ พวกเขาจะทำงานในไร่ ดูแลปศุสัตว์ รวมถึงทำงานหนักทุกอย่างแทนนักมวยปล้ำเพื่อให้เขาได้ทุ่มเทกับการฝึกอย่างเต็มที่ ทำให้ในไม่ช้า สถานะของนักมวยปล้ำในสังคมเซเรร์เปลี่ยนแปลงไป เหล่านักสู้บนสังเวียนกลายเป็นที่เคารพนับถือของคนในชุมชนและมีอภิสิทธิ์เหนือชาวบ้านคนอื่นๆ

          ไม่เพียงแต่การสนับสนุนจากผู้นำชุมชนเท่านั้น บรรดานักมวยปล้ำเซเรร์ต่างได้รับการสนับสนุนจากผู้นำทางจิตวิญญาณประจำท้องถิ่น แม้จะตระหนักว่าการฝึกฝนอย่างหนักจะนำมาซึ่งชัยชนะ แต่พวกเขาก็เชื่อว่าโชคลางมีส่วนในความสำเร็จเช่นกัน ความปราชัยที่เกิดขึ้นในการต่อสู้อาจหมายถึงการที่ศัตรูเรียกวิญญาณสัตว์ป่ามาเพิ่มพลังกายให้กับตน ไม่มีนักสู้คนใดต้องการให้เกิดความผิดพลาดที่คาดคะเนไม่ได้ในการแข่งขัน ดังนั้นพวกเขาจึงเรียกผู้นำทางจิตวิญญาณมาเพื่อเรียกชัยก่อนการแข่งขันหลายวัน พิธีกรรมดังกล่าวอาจรวมถึงการเชือดสัตว์เล็กเพื่อเซ่นสังเวยอย่างนกพิราบ ไก่ป่า และแพะ คนเหล่านี้จะปลุกเสกเครื่องรางของขลังนานาชนิดให้นักสู้นำติดตัวไปในสังเวียน รวมถึงปรุงยาและน้ำมันชโลมผิวกายของนักสู้เพื่อความเป็นสิริมงคล

 

 

ภาพที่ 1: บัลลา กาเยที่ 2 (Balla Gaye II) นักมวยปล้ำเซเนกัลสวมใส่เครื่องรางก่อนการต่อสู้

ที่มา: Serigne Diagne. Balla Gaye II in August 2010, covered with Magic Charms. (2010). [Online]. Accessed 2020 Dec 22. Available from: https://observers.france24.com/en/20130528-senegalese-wrestling-sport-business-mysticism-sport-athlete-dakar-fight-folklore-charm-magic

 

          พิธีกรรมทางจิตวิญญาณของชาวเซเรร์ไม่ได้จบเพียงเท่านั้น ผู้วิเศษที่รับใช้นักสู้แต่ละคนจะตามมาที่สังเวียน พวกเขาจะตีกลองและขับร้องถ้อยคำสรรเสริญนักรบ บางครั้งหน้าที่ดังกล่าวเป็นของดเจลี (Djeli) หรือนักขับลำนำ หลายครั้งที่ผู้วิเศษและนักขับลำนำเป็นคนเดียวกัน ในสังคมเซเรร์ นักขับลำนำจะมีสถานะด้อยกว่านักมวยปล้ำ พวกเขาให้ค่านักมวยปล้ำเทียบเท่ากับนักรบ ในสมัยโบราณ นักรบแต่ละคนจะมีนักขับลำนำประจำตัวไว้คอยขับเพลงสรรเสริญชัยชนะที่ผ่านมาของพวกตน ในกีฬามวยปล้ำก็เช่นกัน นักขับลำนำและผู้วิเศษจะมีที่นั่งพิธีหน้าสนามแข่งขันเพื่อประกอบพิธีตามความเชื่อของตนโดยเฉพาะ บ่อยครั้งที่หญิงชายในหมู่บ้านจะร่วมขับร้องและเต้นรำไปกับเสียงเพลงเพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้นักสู้ และบางครั้งนักมวยปล้ำเองก็ร่วมเต้นรำก่อนการแข่งขันเช่นกัน

 

 

ภาพที่ 2: นักขับลำนำขับเพลงนำชัยก่อนการแข่งขันมวยปล้ำ

ที่มา: Dhani Jones. A Griot, who sings about Country's Heroes, performs before a Senegalese Wrestling Match. (2011). [Online]. Accessed 2020 Dec 22. Available from: https://www.wsj.com/articles/SB10001424052702303657404576363781137407372

 

          ปัจจุบันกีฬามวยปล้ำไม่ได้จำกัดแค่ในหมู่ชาวเซเรร์เท่านั้น มวยปล้ำกลายเป็นกีฬาประจำชาติของเซเนกัล นักกีฬาแต่ละเผ่าจะประยุกต์รูปแบบการฝึกฝนให้เข้ากับวัฒนธรรมของตน มวยปล้ำเซเนกัลมีชื่อเสียงไปไกลถึงประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ประเทศแกมเบีย เซียร์ร่า ลีโอน โกต ดิวัวร์ และบูร์กินา ฟาโซต่างก็ฝึกฝนนักกีฬาของตัวเองให้พร้อมในการแข่งขันใหญ่ประจำภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก ในส่วนของเซเนกัลเองนั้น ตั้งแต่ปี 1960 เป็นต้นมา นจอมรูปแบบดั้งเดิมถูกปรับปรุงให้มีความเป็นสากลยิ่งขึ้น กติกาการแข่งขันถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ การต่อสู้บนพื้นทรายเพื่อลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บของนักกีฬา การจำกัดพื้นที่ในการต่อสู้ด้วยวงเชือกหรือกระสอบทรายที่กั้นเป็นวงกลม พวกเขายังคงยึดถือแนวปฏิบัติดั้งเดิมที่ว่า "การต่อสู้ที่ดีคือการต่อสู้ที่สิ้นสุดอย่างรวดเร็ว" นักมวยปล้ำเซเนกัลจะเน้นไปที่การล้มคู่ต่อสู้ให้เร็วที่สุด ดังนั้นการที่มือและขา

ทั้งสองของนักสู้แตะถึงพื้นจึงถือเป็นการสิ้นสุดการแข่งขันในแต่ละนัด น้อยครั้งที่พวกเขาจะต่อสู้จนเกิดการบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นเลือดตกยางออก

 

 

ภาพที่ 3: นักมวยปล้ำก่อนการต่อสู้ที่สนามกีฬาเดมบา ดิยอบ (Stade Demba Diop) กรุงดาการ์ ประเทศเซเนกัล

ที่มา: Dhani Jones. Lutte Senegalaise: Gris 2 Domine Pakala. (2017). [Online]. Accessed 2020 Dec 22. Available from: http://news.adakar.com/p/65672.html

 

         หนึ่งการการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของวงการมวยปล้ำเซเนกัลคือการจัดมวยปล้ำหญิงเพื่อชิงรางวัลระดับชาติและภูมิภาค มวยปล้ำหญิงเริ่มเป็นที่นิยมในประเทศหลังจากที่คณะกรรมการประกาศเพิ่มการแข่งมวยปล้ำหญิงเข้าไปในรายชื่อกีฬาโอลิมปิก ทำให้เด็กผู้หญิงหลายคนในชุมชนที่ขึ้นชื่อเรื่องมวยปล้ำมาช้านานอย่างซิเน ซาลูม (Siné – Saloum) และกาซามองซ์ (Casamance) เริ่มฝึกฝนมวยปล้ำพร้อมๆ กับเด็กชายในละแวกเดียวกัน กีฬามวยปล้ำหญิงจึงช่วยสร้างรายได้ให้กับสตรีในชุมชนที่ห่างไกล

          อย่างไรก็ตาม การเติบโตอันรวดเร็วของกีฬามวยปล้ำเซเนกัลถือเป็นดาบสองคม รายได้ของนักมวยปล้ำอาชีพในประเทศอยู่ระหว่าง 30 ถึง 50 ล้านฟรังก์แอฟริกาตะวันตกหรือราว 1 ถึง 2 ล้านบาทต่อเดือน ในประเทศที่รายได้เฉลี่ยของผู้คนในแต่ละวันต่ำกว่ามาตรฐานสากล มวยปล้ำจึงกลายเป็นอาชีพที่ทุกคนใฝ่ฝัน หนุ่มสาวชาวเซเนกัลหลายคนลาออกจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเพื่อไปเป็นนักมวยปล้ำ ทว่าไม่ใช่ทุกคนที่ประสบความสำเร็จ นักกีฬาที่แข่งในสนามเล็กๆ อาจได้เงินเพียง 300 บาทต่อยกเท่านั้น นอกจากนี้มวยปล้ำยังไม่ใช่อาชีพที่มั่นคง นักกีฬาส่วนใหญ่เลิกเป็นนักมวยปล้ำหลังผ่านไปไม่ถึงสิบปีด้วยปัญหาสุขภาพ แม้ว่าปัจจุบันจะมีโรงเรียนสอนมวยปล้ำแทบทุกชุมชนในประเทศ ทว่ายังคงเป็นที่ถกเถียงในหมู่ชาวเซเนกัลว่า จะเป็นการดีกว่าหรือไม่หากรัฐบาลสนับสนุนการศึกษาและเศรษฐกิจแทนที่จะมอมเมาคนในประเทศด้วยกีฬาและการพนัน ทว่าคงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ชีวิตความเป็นอยู่ของหลายคนดีขึ้นได้เพราะกีฬามวยปล้ำ นอกจากนี้เกมกีฬาที่ผสมผสานความเชื่อและศรัทธาในศาสนาดั้งเดิมยังคงความเป็นเอกลักษณ์อันยากจะหาชาติใดเปรียบ สิ่งนี้เองที่ทำให้นจอม มวยปล้ำเซเนกัลไม่ได้เป็นเพียงกีฬาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังบ่งบอกว่าขนบธรรมเนียมแต่โบราณยังคงคุณค่าและถูกรักษาอยู่คู่กับชาวเซเนกัลทุกคนตราบนานเท่านาน

 

กฤษณรัตน์  รัตนพงศ์ภิญโญ