สำหรับผูสูงอายุ
คำแนะนำการใช้งาน
ขยายขนาดตัวอักษร
เพิ่มระยะห่างตัวอักษร
เพิ่มขนาดลูกศรชี้
ตำแหน่ง
เส้นช่วยในการอ่าน
เน้นการเชื่อมโยง
ปรับชุดสี
เปิดการใช้งาน
ปิดการใช้งาน
คำแนะนำการใช้งาน
เริ่มต้นใช้งาน
Text Size

การขยายขนาดตัวอักษร

สามารถเลือกปรับขนาดตัวอักษรได้ 3 ระดับ คือ 20% 30% และ 40% จากขนาดมาตรฐาน

Text Spacing

การเพิ่มระยะห่างตัวอักษร

การปรับระยะห่างของตัวอักษร และช่องว่างระหว่างบรรทัด สามารถปรับได้ 3 ระดับ เพื่อให้อ่านข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

Large Cursor

การเพิ่มขนาดลูกศรชี้ตำแหน่ง

ขยายขนาดของลูกศรชี้ตำแหน่ง (Cursor) ให้ใหญ่ขึ้นถึง 400%


Reading Guide

เส้นช่วยในการอ่าน

จะมีเส้นปรากฏขึ้น พร้อมกับการเลื่อนลูกศรชี้ตำแหน่ง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถโฟกัสข้อความที่ต้องการอ่านได้สะดวกขึ้น

Highlight Links

เน้นการเชื่อมโยง

ช่วยเน้นและแยกส่วนของลิงค์หรือปุ่มต่างๆ ออกจาก เนื้อหาภายในเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถมองเห็นปุ่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Change Color

เลือกปรับชุดสี

สามารถเลือกปรับชุดสีของเว็บไซต์ได้ 4 แบบตัวอักษรและปุ่มต่างๆ มีสีเข้มคมชัด มองเห็นได้ชัดเจน

  1.    >  
  2. ระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง   >  
  3. เครือข่ายพิพิธภัณฑ์

มิวเซียมแนะนำ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา

2015-12-08 11:09:49

ในปีพ.ศ.2499 – 2500 กรมศิลปากรได้ดำเนินการขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานต่างๆในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้พบโบราณวัตถุศิลปวัตถุจำนวนมาก เช่น เครื่องทองคำ พระพุทรูป พระพิมพ์ กรมศิลปากรจึงได้ดำเนินการสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขึ้น เพื่อรวบรวมสงวนรักษาโบราณศิลปวัตถุอันล้ำค่าดังกล่าว โดยใช้เงินที่ประชาชนบริจาคและของรับพระพิมพ์ที่ขุดพบในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะเป็นการสมนาคุณจึงให้ชื่อพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินี้ว่า “ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา” เพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระเกียรติและพระบรมราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) ซึ่งทรงสถาปนาวัดราชบูรณะเมื่อพ.ศ. 1967 และเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2504 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการ ต่อมากรมศิลปากรได้ปรับปรุงกิจการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา โดยสร้างอาคารเพิ่มขึ้นอีก 1 หลัง เป็นอาคาร 2 ชั้น และนายสุกิจ นิมมานเหมินทร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2513

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น

2015-12-14 22:12:02

กรมศิลปากร มีนโยบายจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในส่วนภูมิภาคขึ้น เพื่อให้เป็นที่รวบรวม สงวนรักษาและจัดแสดง ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ ซึ่งเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ อย่างน้อยภาคละ ๑ แห่ง ในจังหวัดใดที่มีโบราณสถานและได้พบศิลปวัตถุจำนวนมาก สมควรจัดตั้งพิพิธภัณฑสถาน ก็ได้จัดตั้งขึ้นในจังหวัดนั้น ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน หน่วยศิลปากรที่ ๗ อยู่ที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่มีส่วนราชการต่างๆ จำนวนมาก รวมทั้งมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ กรมศิลปากรจึงได้สร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เพื่อรวบรวม สงวนรักษาศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๐ เฉพาะอาคารส่วนหน้า ในปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ได้รับงบประมาณค่าครุภัณฑ์ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ได้งบประมาณก่อสร้างอาคารส่วนหลังอีก แต่เนื่องจากอาคารพิพิธภัณฑสถานตั้งอยู่บนเนินที่โล่ง เมื่อเกิดพายุฝนทำให้อาคารได้รับความเสียหาย รวมทั้งครุภัณฑ์ด้วย การจัดแสดงภายในจึงชะงักอยู่ รอการซ่อมแซมแก้ไขอาคารและครุภัณฑ์ จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๕ จึงได้ดำเนินการจัดแสดงแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ พ.ศ. ๒๕๓๓ กรมศิลปากร มีแนวทางที่จะพัฒนาและปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งนี้ จึงได้รับงบประมาณสนับสนุน เป็นเงิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ดำเนินการสร้างอาคารสำนักงาน ห้องประชุม และในปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ได้รับงบประมาณ จำนวน ๙๘๕,๓๐๐ บาท สำหรับค่าวัสดุครุภัณฑ์และการจัดแสดง จึงได้ดำเนินการปรับปรุงการจัดแสดงให้เป็นไปตามรูปแบบของการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานประจำเมือง โดยการปรับปรุงการจัดแสดงถาวรที่มีอยู่เดิม และเพิ่มเติมเนื้อหาการจัดแสดงให้ครบถ้วน ตามมาตรฐานการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานประจำเมือง เพื่อสนองนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่จะให้พิพิธภัณฑสถานเป็นศูนย์กลางการศึกษานอกระบบที่ให้ความรู้ ความเพลิดเพลิน และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางด้านศิลปวัฒนธรรม หรืออำนวยประโยชน์ต่อนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ปี พ.ศ. ๒๕๔๑ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น ได้รับงบประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาคลังพิพิธภัณฑ์ให้เป็นระบบเปิดสู่สาธารณชน หมายถึงให้คนทั่วไปเข้าชม และศึกษาหาความรู้ วิธีการจัดเก็บในคลังโบราณวัตถุของพิพิธภัณฑ์ได้ นอกจากนี้ ยังได้รับงบประมาณจากแผนงานเงินกู้เพื่อการท่องเที่ยวและส่งเสริมการสร้างงานภายใต้โครงการ SIP อีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น ปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ ห้องประชุม และศูนย์บริการข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว และได้รับงบประมาณอีก ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้จัดพิมพ์หนังสือนำชมและแผ่นพับเพื่อบริการสำหรับนักท่องเที่ยว

บ้านเสานัก

2016-06-22 16:35:28

บ้านร้อยเสา ในจำนวนบ้านไม้สักโบราณของเมืองลำปาง ดูเหมือน ‘บ้านเสานัก’ จะมีคนพูดถึงมากที่สุด นอกจากจะเป็นเรือนไม้สักโบราณศิลปะพม่าผสมล้านนา มีเสาเรือนถึง 116 ต้น ที่เป็นจุดเด่นแล้ว บ้านเสานัก แห่งนี้ยังเป็นสถานที่รวมเอาข้าวของเครื่องใช้สมัยโบราณมาไว้มากที่สุด ในส่วนของการจัดวางยังคงลักษณะเดิมที่เจ้าของบ้านล้านนาที่รมรื่น สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต รสนิยม แบบแผนประเพณีพื้นเมืองของชาวลำปางเป็นอย่างดี ทำให้บ้านเสานักกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ด้านศิลปวัฒนธรรมของเมืองลำปางที่ดูคึกคัก และไม่เคยร้างไร้ผู้มาเยือน บ้านเสานัก สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2438 โดยคหบดีชื่อ ‘หม่องจันโอง’ ซึ่งเป็นต้นตระกูลจันทรวิโรจน์ ปัจจุบันบ้านเสานักตกทอดมาถึงสมัยของคุณหญิงวลัย ลีลานุช อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนลำปางกัลยาณี ซึ่งเป็นหลานตาของหม่องจันโอง ท่านได้ทำการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านเสานัก เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับยุคสมัย แต่ยังคงอนุรักษ์บ้านให้อยู่ในสภาพเดิมมากที่สุด ภายหลังจากที่คุณหญิงวลัยถึงแก่อนิจกรรม ในพ.ศ.2535 บ้านหลังนี้จึงไม่มีคนอาศัย และถูกจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์ด้านศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดลำปาง เก็บรวบรวมเครื่องใช้โบราณ รูปภาพภายในบริเวณบ้านเสานักยังมีถุงข้าวเสาหลาย และต้นสารภีอายุ 130 ปี นอกจากจะได้สัมผัสบรรยากาศเก่าๆสมัยราชกาลที่ 5 ในบ้านเสานักแล้ว ยังมีบริการขันโตก พร้อมการแสดงพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นฟ้อนเทียน,ฟ้อนเจิง,ฟ้อนน้อยไจยา,ฟ้อนเจ้าฟ้า,ฟ้อนสาวไหม,ฯลฯ รวมถึงการแสดงดนตรีพื้นเมือง เช่น วงสล้อซอซึง,สะล้อซึงชุดเล็ก,วงตกเส้งและวงปี่จุม เป็นต้น ส่วนที่พลาดไม่ได้ คือบริการถ่ายภาพสตูดิโอ ชุดล้านนาที่บ้านเสานักซึ่งสามารถเลือกถ่ายภาพได้ทุกมุมของบ้านในบรรยากาศของครอบครัว หรือถ่ายภาพคู่กับรถม้าโบราณของนครลำปาง

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย

2015-12-08 11:40:40

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยเกิดจากแรงดลใจของผู้สร้างสรรค์กลุ่มหนึ่ง นำโดยอาจารย์ดวงแก้ว พิทยากรศิลป์ ซึ่งต้องการส่งเสริม เผยแพร่ และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีไทย อันจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าของเยาวชนในการสร้างสรรค์หุ่นขี้ผึ้งไทยตามแบบของมาดามทูโซ แต่การดำเนินงานสร้างหุ่นขี้ผึ้งต้องประสบปัญหามากมาย เช่น สภาวะอากาศของประเทศไทยไม่เหมาะสมกับการสร้างหุ่นขี้ผึ้ง เนื่องจากมีอุณหภูมิร้อน ความชื้นสูง รวมทั้งมีฝุ่นละอองมาก จึงได้รับการพยายามคิดค้นหาวัสดุอื่นที่จะนำมาใช้แทนขี้ผึ้ง กระทั้งค้นพบว่า ‘ไฟเบอร์กลาส’ มีความเหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะมีความคงทนถาวรมาก รวมทั้งให้ความรู้สึกนุ่มนวลสวยงามมากกว่าขี้ผึ้ง หุ่นขึ้ผึ้งไฟเบอร์กลาสรูปแรก คือหุ่นขึ้ผึ้งรูปพระราชสังวราภิมณฑ์(หลวงปู่โต๊ะ อินทสุวณฺโณ) วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพฯ และมีหุ่นขี้ผึ้งบุคคลสำคัญต่างๆ อีกมากมาย

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน

2016-06-20 14:08:45

อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เดิมเรียกว่า หอคำ หรือ คุ้มหลวง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2446 โดยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช เจ้าผู้ครองนครน่าน เพื่อใช้เป็นที่พำนักและที่ออกว่าราชการ ต่อมาได้ใช้เป็นที่พำนักของเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้าย กระทั่งพิราลัย บุตรหลานของเจ้าผู้ครองนครน่าน จึงมอบอาคารพร้อมที่ดินให้กับรัฐบาล เพื่อใช้เป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัด และเมื่อได้มีการสร้างอาคารศาลากลางหลังใหม่ ในปี พ.ศ. 2517 กระทรวงมหาดไทยจึงมอบอาคารและพื้นที่ให้กรมศิลปากร เพื่อจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากรใช้เวลาอยู่นานหลายปีในการบูรณะตัวอาคารซึ่งอยู่ในสภาพทรุดโทรม จนล่วงมาถึงปี พ.ศ.2524 จึงแล้วเสร็จและเริ่มจัดแสดงภายใน และได้เปิดให้บริการแก่ประชาชนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2530 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นประธานในพิธีเปิด