1.    >  
  2. ระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง   >  
  3. เครือข่ายพิพิธภัณฑ์   >  
  4. ภูมิภาค   >  
  5. ภาคเหนือ   >  
  6. น่าน   >  
  7. พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน

น่าน

แกลเลอรี

ที่อยู่และเบอร์ติดต่อ

ถนนผากอง ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน 55000 ในเวียง เมืองน่าน น่าน 55000

0-5471-0561

0-5477-2777

http://www.thailandmuseum.com/nan/nan.htm

วันและเวลาทำการ

จันทร์ - อาทิตย์

09:00 - 16:00

ผู้ชมกลุ่มเป้าหมาย

อันดับ 1 นักเรียน นักศึกษา อันดับ 2 ประชาชนทั่วไป

ค่าเข้าชม

ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท นักเรียน-นักศึกษา ไม่เก็บค่าเข้าชม นักบวชทุกศาสนา ไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้สูงอายุ (อายุเกิน 60 ปี) ไม่เก็บค่าเข้าชม

การเดินทางถึงพิพิธภัณฑ์/แหล่งเรียนรู้

หากมาจากทางหลวงหมายเลข 1091 หรือมาจากถนนเจ้าฟ้า จะใช้ถนนสุริยพงษ์แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนผากอง ก็จะถึงทางเข้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ซึ่งอยู่หัวมุมถนนสุริยพงษ์กับถนนผากอง ตรงข้ามกับวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร หรือหากมาจากถนนมหายศ ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนมหาวงศ์ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนผากองไปอีกประมาณ 300 เมตร ก็จะถึงทางเข้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน

ประวัติความเป็นมา

อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เดิมเรียกว่า หอคำ หรือ คุ้มหลวง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2446 โดยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช เจ้าผู้ครองนครน่าน เพื่อใช้เป็นที่พำนักและที่ออกว่าราชการ ต่อมาได้ใช้เป็นที่พำนักของเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้าย กระทั่งพิราลัย บุตรหลานของเจ้าผู้ครองนครน่าน จึงมอบอาคารพร้อมที่ดินให้กับรัฐบาล เพื่อใช้เป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัด และเมื่อได้มีการสร้างอาคารศาลากลางหลังใหม่ ในปี พ.ศ. 2517 กระทรวงมหาดไทยจึงมอบอาคารและพื้นที่ให้กรมศิลปากร เพื่อจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากรใช้เวลาอยู่นานหลายปีในการบูรณะตัวอาคารซึ่งอยู่ในสภาพทรุดโทรม จนล่วงมาถึงปี พ.ศ.2524 จึงแล้วเสร็จและเริ่มจัดแสดงภายใน และได้เปิดให้บริการแก่ประชาชนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2530 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นประธานในพิธีเปิด

แผนที่

ลักษณะทางกายภาพของพิพิธภัณฑ์/แหล่งเรียนรู้

อาคารพิพิธภัณฑ์เป็นตึก 2 ชั้น ทรงไทยผสมตะวันตก ตั้งอยู่บนพื้นที่ 14 ไร่ 2 งาน และตั้งอยู่ตรงใจเมืองหรือศูนย์กลางเมืองประวัติศาสตร์น่าน นอกจากอาคารพิพิธภัณฑ์แล้ว ภายในบริเวณประกอบด้วยอาคารและส่วนบริการต่าง ๆ คือ 1) อาคารเอนกประสงค์ เป็นอาคารสำหรับจัดกิจกรรม เช่น จัดนิทรรศการพิเศษ การประชุมสัมมนาและให้บริการหน่วยงานอื่นที่ขอใช้ 2) อาคารสำนักงานเป็นห้องทำงานของฝ่ายบริหาร วิชาการ และธุรการ 3) ห้องน้ำสำหรับประชาชน รวมถึงห้องน้ำคนพิการ 4) ลานจอดรถ 5) ร้านจำหน่ายหนังสือและผลิตภัณฑ์ของจังหวัดน่าน 6) อนุสาวรีย์พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช 7) วัดน้อย (วัดเล็กที่สุด ที่พระเจ้าสุริยพงษ์ ฯให้สร้างขึ้น) 8) ข่วงหลวง / สนามหญ้าสำหรับการจัดงานพิธี และกิจกรรมกลางแจ้ง และออกกำลังกายของประชาชนทั่วไป สภาพภูมิทัศน์ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ทางด้านหน้าเป็นลานสนามหญ้าขนาดใหญ่ และพื้นที่ภายในก็มีการจัดสวน ปลูกไม้ยืนต้นและไม้ประดับ ตัวอาคารต่าง ๆ และพื้นที่โดยรวมอยู่ในสภาพดี ทำให้พิพิธภัณฑ์มีมุมมองและสภาพแวดล้อมที่ดี

ภูมิทัศน์โดยรอบ

สภาพภูมิทัศน์ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ทางด้านหน้าเป็นลานสนามหญ้าขนาดใหญ่ และพื้นที่ภายในก็มีการจัดสวน ปลูกไม้ยืนต้นและไม้ประดับ ตัวอาคารต่าง ๆ และพื้นที่โดยรวมอยู่ในสภาพดี ทำให้พิพิธภัณฑ์มีมุมมองและสภาพแวดล้อมที่ดี

ภาพถ่ายห้องจัดแสดง

รายละเอียดการจัดแสดงชั้นบน แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนหน้าหรือหน้ามุข ใช้เป็นห้องจัดนิทรรศการพิเศษ ส่วนกลาง เป็นห้องโถงใหญ่ในอดีต ห้องนี้เคยใช้เป็นท้องพระโรงสำหรับเสด็จออกว่าราชการของเจ้าผู้ครองนครน่าน จัดแสดงข้อมูลทางภูมิรัฐศาสตร์ของจังหวัดน่าน การสร้างบ้านแปงเมือง ภาพถ่ายโบราณสถานที่สำคัญ หลักศิลาจารึก ลำดับเชื้อสายของเจ้าผู้ครองนคร เครื่องใช้ส่วนพระองค์ ภาพถ่ายโบราณ งานประณีตศิลป์ เงินตราและอาวุธ ส่วนหลัง ได้แก่ห้องปีกของอาคารด้านเหนือ ใต้ และเฉลียงหลัง รวม 5 ห้อง จัดแสดงเรื่องราวด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลปะ เริ่มตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่ปรากฏร่องรอยการอยู่อาศัยของมนุษย์ในพื้นที่แถบจังหวัดน่าน สมัยประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของศิลปะสุโขทัยและศิลปะล้านนา ที่ก่อให้เกิดแนวคิดของศิลปกรรมสกุลช่างเมืองน่าน วิวัฒนาการของศิลปะน่านสมัยต่าง ๆ แหล่งโบราณคดีและโบราณวัตถุที่ได้จากการขุดค้นในพื้นที่เก็บกักน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ เครื่องถ้วยจากแหล่งเตาเผาที่พบในเมืองน่าน ศิลปะในประเทศไทยสมัยต่าง ๆ และห้องจัดแสดงงาช้างดำ ซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าคู่บ้านคู่เมืองน่านมาแต่โบราณ รายละเอียดการจัดแสดงชั้นล่าง แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนหน้า หรือหน้ามุข เป็นห้องจำหน่ายบัตรและจำหน่ายหนังสือด้านวิชาการ สินค้าพื้นเมือง หัตถกรรมพื้นบ้านของเมืองน่าน และของที่ระลึกอื่น ๆ โถงกลาง รวมถึงปีกอาคารด้านทิศเหนือ จัดแสดงเรื่องราวด้านชาติพันธุ์วิทยาเกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยพื้นเมืองทางเหนือ ลักษณะบ้านเรือน ร้านน้ำ ห้องนอน ห้องครัว สิ่งของเครื่องใช้ประจำวัน การทอผ้า และตัวอย่างผ้าพื้นเมืองน่านแบบต่างๆ ประเพณี พิธีกรรม และความเชื่อ อาทิ การแข่งเรือ งานบุญบ้องไฟ ทานสลากภัต งานบุญสงกรานต์ พิธีสืบชะตา ฯลฯ ส่วนหลัง คือส่วนที่เป็นปีกอาคารด้านเหนือ ใต้ และเฉลียง จัดแสดงเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่และเครื่องใช้ของชนเผ่าต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในเขตจังหวัดน่าน คือ ไทลื้อ แม้ว เย้า ถิ่น และตองเหลือง ในลักษณะของฉากประกอบหุ่นจำลองขนาดเท่าจริง สุดท้ายเป็นห้องที่ระลึกและเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติชาวจังหวัดน่าน

วัตถุจัดแสดง

1) โบราณวัตถุ และศิลปวัตถุ ได้แก่ พระพุทธรูป, ศิลาจารึก, ประติมากรรม, เครื่องปั้นดินเผา, เครื่องถ้วย และเครื่องใช้ส่วนพระองค์เจ้าหลวง
2) สิ่งของ เครื่องใช้ทางพระพุทธศาสนา
3) เครื่องมือเครื่องใช้ ได้แก่ เครื่องมือการเกษตร, เครื่องมือประมง, เครื่องมือทอผ้า, เครื่องแต่งกายและผ้าทอ, เครื่องประดับ, เครื่องจักสาน, เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน และอาวุธ
4) เงินตรา จำพวกธนบัตร และเหรียญกษาปณ์
5) ภาพถ่าย ภาพวาด
6) ของจำลอง

วัตถุจัดแสดงที่มีความสำคัญ

งาช้างดำ ขนาดยาว 97 ซม. วัดโดยรอบตรงส่วนใหญ่สุดได้ 47 ซม. มีโพรงตอนโคน ลึก 14 ซม. เดิมเป็นสมบัติของเจ้าผู้ครองนครน่าน ลักษณะเป็นงาปลี สีออกน้ำตาลเข้ม มีจารึกอักษรธรรมล้านนา ภาษาไทยว่า กิ่งนี้หนักหนึ่งหมื่นห้าพัน หรือประมาณ 18 กิโลกรัม สันนิษฐานว่าเป็นงาข้างซ้าย เพราะมีรอยเสียดสีกับงวงชัดเจน ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดถึงประวัติความเป็นมา มีเพียงตำนานเล่าสืบต่อกัน เป็นโบราณวัตถุที่หายากและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เป็นวัตถุมงคลคู่บ้านคู่เมืองน่าน และถือเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของจังหวัดน่าน พระพุทธรูปปางประทับยืน พระเจ้าไม้ ฝีมือช่างล้านนา น่านระยะที่ 4 องค์พระพุทธรูปทอดพระกรทั้งสองข้างขนานไปกับพระวรกาย มีฉัตรชั้นเดียวกั้นอยู่ทางด้านบน ครองจีวรห่มเฉียง เปิดพระอังสาขวา แนวชายจีวรขนาดใหญ่ยาวลงมาจรดพระนาภี ทรงเครื่องทรงอย่างกษัตริย์ ประกอบไปด้วยมงกุฎยอดแหลม มีกรรเจียกกรองศอ พาหุรัด ทองพระกร ธำมรงค์ และฉลองพระบาท สบงทำเป็นผ้านุ่งซ้อนกัน 3 ชั้น ชักชายพลิ้วออกทางด้านข้าง มีชายไหวประดับอยู่ทางด้านหน้าของชายพับ ส่วนฐานเป็นบัวฐานปัทม์หกเหลี่ยม มีแนวลูกแก้วคั่น ตอนบนทำเป็นกลีบบัวมีเกสร

การจัดเก็บ

1) การทำทะเบียนวัตถุสิ่งของ มีการทำทะเบียนบัญชีวัตถุทุกชิ้น มีโครงการปรับปรุงระบบทะเบียน 2) ห้องคลังเก็บวัตถุโดยเฉพาะ อยู่ภายในตึกจัดแสดง มีโครงการปรับปรุงการจัดเก็บโบราณวัตถุ 3) ห้องปฏิบัติการดูแลรักษา ซ่อมแซมวัตถุสิ่งของ ไม่มี

การเผยแพร่และประชาสัมพันธ์

1) เอกสารแผ่นพับ 2) หนังสือนำชมพิพิธภัณฑ์ 3) เว็บไซต์

แหล่งเรียนรู้อื่นๆในเขตพื้นที่ใกล้เคียง

คุ้มเจ้าราชบุตร

ผู้ดูแลและหน่วยงานที่รับผิดชอบในปัจจุบัน

กรมศิลปากร ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หัวหน้าพิพิธภัณฑ์ เป็นผู้กำกับดูแลด้านการบริหารจัดการ

กิจกรรม

ไม่มีข้อมูล

ข่าวสาร

ไม่มีข้อมูล
Relate

หอศิลป์ริมน่าน

ไม่อยากเชื่อว่า เรากำลังอยู่ที่จังหวัดน่าน ณ จุดที่เรายืนอยู่บริเวณถนนหลักสายน่าน – ทุ่งช้าง ณ กิโลเมตรที่ 20 โดยมีทิศเหนือและทิศตะวันออกติดแม่น้ำน่าน จึงเป็นพื้นที่งดงาม ขอยืนยันว่าสวยงามจริง ๆ และตอนนี้ร่างกายเล็กๆ ของเราถูกโอบล้อมไปด้วยทิวเขา ต้นไม้และอากาศสบายๆ สายตามองเห็นหอศิลป์ที่สวยงามอยู่เบื้องหน้า สองเท้าก็เร่งเร้าว่า ให้เดินเข้าไปชมงานศิลปะด้านในไว ๆ จากบริเวณด้านหน้าอาคารก็สวยงามได้ใจแล้ว เหมือนอยู่ต่างประเทศเลย และเมื่อมองขึ้นไปบนหน้าจั่วด้านบนจะเห็นพระอาทิตย์ และพระจันทร์อยู่ใกล้ๆ กัน เมื่อซื้อบัตรผ่านประตูเข้ามากับราคาเพียง 20 บาท แล้วแลกกับการที่เราได้ชมความงามของศิลปะได้ไม่จำกัดเวลา ขอบอกว่า คุ้มค่ามากจริง ๆ เรื่องราวที่มาที่ไปของหอศิลป์ริมน่านแห่งนี้นั้น ดำเนินงานโดยคุณวินัย ปราบริปู ศิลปินชาวน่านที่สร้างสรรค์งานศิลปะ และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในแวดวงศิลปะ หลังจากร่ำเรียน สั่งสมประสบการณ์ทำงานด้านศิลปะมาหลายสิบปี คุณวินัยจึงกลับมาสร้างหอศิลป์ขึ้นที่บ้านเกิดของตน หวังที่จะถ่ายทอดความงามของศิลปะให้แก่ผู้คนและเยาวชนของจังหวัดน่าน โดยใช้เวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2541 – 2545 ในการปรับปรุงพื้นที่ และใช้เวลาออกแบบและก่อสร้างอีก 2 ปี หอศิลป์จึงเปิดเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2547 นั่นเอง สถานที่ดีๆ แบบนี้จริงๆ แล้วน่าจะมาตั้งแต่แรกแล้ว จากบริเวณชั้นล่างที่เดินกันอยู่นั้น จะได้เห็นผลงานศิลปะของศิลปินหลายๆ ท่านที่นำมาจัดแสดง ซึ่งเป็นส่วนแสดงนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัย ส่วนบริเวณชั้น 2 ผลงานศิลปะและงานสะสมของคุณวินัย ปราบริปู ทั้งภาพวาด และประติมากรรม ส่วนชั้นล่างเป็นนิทรรศการหมุนเวียน นำผลงานของศิลปินแขนงต่าง ๆ มาหมุนเวียนจัดแสดง พอลงมาด้านล่าง และเดินไปทางด้านหลังอาคารจะมี “เฮือนไม้” หรือเรือนไม้เล็ก ๆ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นสวยงามตั้งแสดงตัวอยู่ท่ามกลางต้นไม้ นั่นก็คือ “เฮือนศรีนวล” ตรงข้ามกันก็คือ “เฮือนยอดหล้า” จะมีภาพวาดและงานศิลปะแบบปูนปั้นจำหน่าย นอกจากนี้ยังมี “เฮือนหนานบัวผัน” ซึ่งเป็นสถานที่จัดนิทรรศการภาพถ่ายประวัติจิตรกรรมฝาผนังเมืองน่าน และยังมีห้องนิทรรศการ “สตูดิโอ แกลลอรี่ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ทั้งศิลปินรุ่นผู้มีความประสงค์เผยแพร่ผลงานทั้งกลุ่มและเดี่ยว (one man show) จึงทำให้เกิดกิจกรรมศิลปะประจำปีประมาณ 10 – 12 นิทรรศการอีกด้วย สำหรับให้ผู้มาชมศิลปะสามารถซื้อสินค้าที่ระลึก สำหรับหลายคนคงเลือกนั่งจิบกาแฟ กินขนม และชมธรรมชาติ บริเวณด้านหลังหอศิลป์นี้เหมือนเรา เพราะได้สัมผัสธรรมชาติ ทิวเขา สายน้ำน่านและลมเย็นๆ ที่พัดเอื่อยๆ ให้เราได้พักกาย พักใจกันที่แห่งนี้

20 มิถุนายน 2559

หอศิลป์พิงพฤกษ์

และแล้วเราก็เดินทางมาถึงหอศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นแห่งเมืองน่านหอศิลป์ขนาดเล็กบนเนื้อที่เพียง 1 งาน แต่ภายในหอศิลป์กับมีบรรยากาศที่อบอุ่นตลบอบอวนอยู่ทุกอณู และยังเป็นสถานที่ที่ทำให้เราได้รู้จักจังหวัดน่านมากขึ้น หอศิลป์พิงพฤกษ์ก่อตั้งขึ้นโดยคุณสุรเดช กาละเสน ศิลปินชาวน่าน นอกเหนือจากงานประจำในโรงพยาบาลจังหวัดน่าน คุณสุรเดชได้อุทิศเวลาให้กับงานศิลปะอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถของวัดมิ่งเมือง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ซึ่งเคยได้รับรางวัลด้านศิลปะต่าง ๆ มากมาย อาทิ รางวัลศิลปินดีเด่นจังหวัดน่าน สาขาทัศนศิลป์ ด้านจิตกรรม ประจำปี 2542 จากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ รางวัลชนะเลิศการประกวดแบบตราสัญลักษณ์ “น่านเมืองศิลปวัฒนธรรมนำสู่มรดกโลก” ต่อมาเมื่อคุณสุรเดชได้เสียชีวิตลงกะทันหันก่อนที่จะเปิดหอศิลป์จากที่ได้เริ่มต้นไว้ ทำให้คุณโสภา กาละเสน (ภรรยา) ได้มาสานงานต่อเพื่อให้หอศิลป์แห่งนี้ได้เปิดขึ้นตามความตั้งใจของคุณสุรเดช เราจึงได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยียนหอศิลป์แห่งนี้ และอาจเป็นเพราะความลงตัวที่แยกกันไม่ออกระหว่างบ้านและหอศิลป์ เพราะทั่วทั้งบ้านเต็มไปด้วยภาพเขียน ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ตาม โดยภายในหอศิลป์พิงพฤกษ์ นอกจากจัดแสดงผลงานภาพวาดของคุณสุรเดชแล้ว ยังมีในส่วนของบ้านศิลปะที่มีศิลปะและข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ จัดแสดงให้เห็นเสมือนมาบ้านของคุณปู่คุณย่าต่างจังหวัดอย่างไงอย่างนั้น และยังมีมุมด้านหนึ่ง ที่จัดแสดงโต๊ะทำงานและอุปกรณ์วาดภาพของคุณสุรเดชไว้เสมือนเป็นการระลึกถึงบรรยากาศการทำงานของผู้ก่อตั้งหอศิลป์แห่งนี้อีกด้วย และที่ชื่นชอบมากที่สุดอีกจุดก็คือ ส่วนที่จัดแสดงวิถีชีวิตท้องถิ่นในครัวมะเก่า ซึ่งสร้างเป็นครัวไฟโบราณจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้โบราณ โดยมีตัวเตาไฟที่ทำจากไม้ประกอบกันเป็นสี่เหลี่ยมใส่ดินลงไปให้เต็มพอดีขอบของไม้ ขนาดนั้นก็พอๆ กับที่จะตั้งเตาหุงหาอาหารได้ ส่วนของใช้ในชีวิตประจำวันต่าง ๆ อาทิ หม้อนึ่ง หม้อข้าว ที่กวนข้าว ที่ผึ่งข้าว ถ้วย ช้อน ชาม ไห ปิ่นโต และอีกมากมาย ของใช้บางอย่างอายุอานามมากกว่าเราเสียอีก ซึ่งสามารถแสดงให้เราได้เรียนรู้ถึงวิถีชีวิตสมัยพ่ออุ้ยแม่อุ้ยไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู ได้สัมผัสของจริงด้วยตาอย่างเต็มที่ นอกจากนี้หอศิลป์แห่งนี้ยังเปิดเป็นศูนย์ฝึกการวาดภาพให้กับกลุ่มเยาวชนในละแวกใกล้เคียงอีกด้วย จังหวัดน่าน เป็นเมืองแห่งความเงียบสงบและเสมือนเด็กหญิงแก้มแดงน่ารัก น่าชัง ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ หรือวัดวาอาราม ที่คนไทยอย่างเราน่าจะไม่พลาดในการมาเยี่ยมเยียน พิพิธภัณฑ์เวียงพยาว (วัดลี)

24 มิถุนายน 2559