Museum Core
กรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์: เจ้าชาย 2 ราชวงศ์ ผู้ดูแลหัวเมืองภาคกลางและตะวันออก
Museum Core
02 ก.ค. 67 191

ผู้เขียน : องอาจ สุวรรณเมศ

               พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ อาจเป็นพระนามที่คนทั่วไปอาจไม่คุ้นเคย ขณะที่พระนามของพระองค์ปรากฎตามสถานที่ต่างๆ ที่เคยประทับทั้งในและนอกกรุงเทพฯ และในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 พระองค์มีพระปรีชาสามารถในหลายด้าน ทั้งยังทรงกำกับดูแลพื้นที่ภาคกลางและตะวันออกเป็นเวลานานถึง 20 ปี

 

ภาพที่ 1 พระรูปพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนรุพงษ์ศิริพัฒน์
แหล่งที่มาภาพ: หอจดหมายเหตุแห่งชาติ

 

                กรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ มีพระนามเดิมว่า พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์ ประสูติเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2406 เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 กับเจ้าจอมมารดาบัว ธิดาเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ซึ่งเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระองค์จึงทรงสืบเชื้อสายจากสองวงศ์ทั้งราชวงศ์จักรีทางพระบิดาและราชวงศ์กรุงธนบุรีทางพระมารดา เมื่อเจริญพรรษาขึ้นพระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์ ทรงเริ่มรับราชการครั้งแรกที่กรมทหารรักษาพระองค์ในปี พ.ศ. 2430 ตำแหน่งพันโท ต่อมาทรงได้รับพระราชทานตำแหน่งราชองครักษ์ในปี พ.ศ 2434 และดำรงตำแหน่งระดับพลตรีในปี พ.ศ. 2450 อันเป็นตำแหน่งสุดท้ายในราชการทหาร และขณะที่ทรงดำรงตำแหน่งราชองครักษ์นั้นก็ทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นราชทูตพิเศษประจำเมืองหลวงประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป ได้แก่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส กรุงโรม ประเทศอิตาลี กรุงมาดริด ประเทศสเปน และกรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส

               ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดินใหม่เป็นระบบ “มณฑลเทศาภิบาล” โดยรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดฯ ส่งข้าราชการจากส่วนกลางที่พระองค์ไว้วางพระทัยไปปกครองตามมณฑลต่างๆ เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2417 ประกอบด้วยมณฑลพิษณุโลก มณฑลปราจิณ มณฑลนครราชสีมา มณฑลนครชัยศรี มณฑลนครสวรรค์ มณฑลกรุงเก่า มณฑลนครศรีธรรมราช และมณฑลชุมพร ทั้งนี้ รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดฯ สถาปนาพระอิสริยยศเป็น “พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นมรุพงษ์ศิริพัฒน์” ในปี พ.ศ.2438 และรั้งตำแหน่งเป็นข้าหลวงมณฑลเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า มีพื้นที่ในความดูแลครอบคลุม 5 จังหวัดในปัจจุบัน ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา  อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี และลพบุรี โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงเก่า (จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน)

 

ภาพที่ 2 ปกหนังสือ การตรวจและจัดราชการในมณฑลกรุงเก่าและมณฑลปาจิณบุรี

แหล่งที่มาภาพ: สมุดภาพกรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนพุทธศักราช  ๒๕๐๐

สืบค้นจาก http://164.115.27.97/digital/files/original/20ee39b647185dff03197989e2574ece.pdf

 

               ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ทรงดูแลมณฑลกรุงเก่า (พ.ศ.2438-2446) กรมหมื่นมรุพงษ์ศิริพัฒน์ทรงเดินทางสำรวจความเป็นอยู่ จัดระเบียบราชการ และแก้ไขปัญหาร้องทุกข์ของประชาชนภายในเมืองอ่างทอง สิงห์บุรี และลพบุรี รวมถึงการจัดตั้งเมืองสิงห์บุรีขึ้นใหม่ ก่อนย้ายไปปกครองมณฑลปราจิณในปี พ.ศ.2446 ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุม 6 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก ชลบุรี และสระแก้ว ในช่วงเวลา 12 ปีที่ทรงดูแลมณฑลแห่งนี้ (พ.ศ.2446-2458) พระองค์ได้พัฒนาเมืองฉะเชิงเทราให้เป็นศูนย์กลางมณฑลที่มีความทันสมัย มีการก่อสร้างถนนและที่พักสำหรับข้าราชการ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการเดินทางไปยังกัมพูชาผ่านทางรถไฟสายตะวันออกที่เปิดใช้งานถึงสถานีชุมทางฉะเชิงเทราในปี พ.ศ.2450 และสามารถออกเดินทางผ่านแม่น้ำบางปะกงต่อไปยังเมืองชลบุรี ซึ่งเป็นหัวเมืองสำคัญทางชายฝั่งทะเลตะวันออกของประเทศ ต่อมาในปี พ.ศ.2455 กรมหมื่น
มรุพงษ์ศิริพัฒน์ได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศเป็น “พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์” และได้ทรงลาออกจากตำแหน่งข้าหลวงมณฑลเทศาภิบาลปราจิณในปี พ.ศ.2458 เนื่องด้วยอาการประชวรพระโรคพระวักกะพิการ 

               ระยะเวลา 20 ปีที่กรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ ทรงปกครองหัวเมืองภาคกลางของประเทศ พระองค์เดินทางตรวจความเป็นอยู่ราษฎร ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของข้าราชการใน 2 มณฑล จดบันทึกและเสนอรายงานต่อพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพ (พระอิสริยยศขณะนั้น) เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย และกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่ การปกครองและการบริหารระบบราชการส่วนท้องถิ่นในสมัยรัชกาลที่ 5 - 6 เป็นอย่างดี

               หลังจากพ้นตำแหน่ง กรมขุนมรุพงพงษ์ศิริพัฒน์ ทรงดำรงตำแหน่งองคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ พ.ศ.2453 จวบจนสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2466 สิริรวม 59 ชันษา และทรงได้รับพระราชทานเพลิงศพ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงในวันที่ 18 ธันวาคมปีเดียวกัน

               พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ เป็นเจ้านายในราชวงศ์จักรีที่ทรงพระปรีชาสามารถในการปกครองส่วนท้องถิ่น จนเป็นที่ยอมรับทั้งในส่วนราชการและภาคประชาชน ทำให้พระนามของพระองค์ปรากฏตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในและนอกกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ถนนศิริพงษ์ และซอยศิริพัฒน์ที่ตั้งชื่อตามพระนามของพระองค์ ซึ่งเดิมเคยมีวังที่ประทับบนถนนเส้นนี้ ต่อมาพระองค์ได้ถวายพื้นที่วังให้สร้างเป็นโรงเรียนสตรีเพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยรัชกาลที่ 6 ทรงพระราชทานนามโรงเรียนแห่งนี้ว่า “โรงเรียนเบญจมราชาลัย” และเปิดทำการในปี พ.ศ.2456 ภายในโรงเรียนมีอาคารอีก 2 หลังที่ตั้งชื่อตามพระนาม ได้แก่ “อาคารมรุพงษ์อนุสรณ์ และ อาคารวัฒนวงศ์ 

 

ภาพที่ 3 โรงเรียนเบญจมราชาลัย

แหล่งที่มาภาพ: http://www.resource.lib.su.ac.th/rattanakosin/index.php?option=com_content&view=article&id=61

 

 

               หลังจากกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ทรงย้ายจากวังริมถนนศิริพงษ์ไปประทับ ณ วังถนนราชปรารภจวบจนสิ้นพระชนม์ ต่อมาหม่อมเจ้าจงกลนี วัฒนวงศ์ พระธิดา ได้เปลี่ยนที่ดินที่เคยเป็นวังขนาด 10 ไร่ให้เป็นมูลนิธิ “จงกลนีนิธิ” ในปี พ.ศ. 2489 เพื่อนำรายได้ช่วยเหลือนักศึกษาแพทย์ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และพื้นที่บางส่วนกลายเป็นโรงเรียนวัฒนศิลป์วิทยาลัย (ปัจจุบันปิดทำการ) บริเวณพื้นที่รอบที่ตั้งเดิมของวังถนนราชปรารภ ยังปรากฏพระนามในชื่อลำลองของซอยต่างๆ ได้แก่ ซอยราชปรารภ 4 (ซอยวัฒนศิลป์), ซอยราชปรารภ 6
(ซอยมรุพงษ์ศิริพัฒน์) และซอยราชปรารภ 8 (ซอยวัฒนวงศ์) เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี ศาลามรุพงศ์
วัดมกุฏกษัตริยาราม ซึ่งหม่อมเจ้าจงกลนี วัฒนวงษ์ ได้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่พระบิดาในปี พ.ศ.2499

               พระตำหนักริมแม่น้ำบางปะกงที่เคยประทับเมื่อครั้งที่กรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ดำรงตำแหน่งข้าหลวงมณฑลเทศาภิบาลมณฑลปราจิณนั้น ปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้เป็นพิพิธภัณฑ์เมืองฉะเชิงเทรา เพื่อจัดแสดงเนื้อหาทางประวัติศาสตร์และเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นของจังหวัด อีกทั้ง ถนนเลียบแม่น้ำบางปะกงความยาว 1.65 กิโลเมตร เริ่มต้นจากค่ายศรีโสภณ ผ่านพระตำหนัก ป้อมปราการเก่า และสิ้นสุดที่โรงเรียนดัดดรุณี ได้รับการขนานนามว่า “ถนนมรุพงษ์” เช่นเดียวกันกับสวนสาธารณะหน้าป้อมปราการเก่าที่ได้รับการขนานนามว่า
“สวนมรุพงษ์” เช่นกัน

 

ภาพที่ 4 พระตำหนักกรมหมื่นมรุพงษ์ศิริพัฒน์
แหล่งที่มาภาพ: https://www.facebook.com/photo/?fbid=380409087636614&set=pb.100070025778529.-2207520000

 

 

ภาพที่ 5 ป้ายชื่อสวนสาธารณะมรุพงษ์

https://bit.ly/3RR36Hh

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

กนกชน พัฒนถาบุตร และโกวิท วงศ์สุรวัฒน์. (2557). สายสัมพันธ์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกับเจ้าพระยานคร (น้อย). วารสารสหวิทยาการวิจัย: ฉบับบัณฑิตศึกษา, 3(1), 245-260.

https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JIRGS/article/view/227372/154969

จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ . มหาชาติพระราชนิพนธ์ : อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพหม่อมเจ้าจงกลนี วัฒนวงศ์ (2508). โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย

https://www.finearts.go.th/storage/contents/2020/07/file/wtTuaJvG5mdRbndPjTPNDVgfmIgP43buYWP9ybvA.pdf

พลาดิศัย สิทธิธัญญกิจ. (2565, 10 กรกฎาคม). ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ตำหนักกรมหมื่นมรุพงษ์ศิริพัฒน์’ สู่พิพิธภัณฑ์เมืองฉะเชิงเทรา. แนวหน้า. https://www.naewna.com/lady/665658

พิพิธภัณฑ์เมืองฉะเชิงเทรา. (2563, 3 กุมภาพันธ์). พิพิธภัณฑ์เมืองฉะเชิงเทรา. Facebook.

https://www.facebook.com/121386349257473/videos/2566487927011449/

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี. (2563). มหามกุฎราชสันตติวงศ์ ๒๗ พฤษภาคม ๒๔๐๖ วันประสูติพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนมรุพงศ์ศิริพัฒน์.

finearts.go.th/pranakornkeereemuseum/view/26228-มหามกุฎราชสันตติวงศ์-๒๗-พฤษภาคม-๒๔๐๖-วันประสูติพระเจ้าบรมวงศ์เธอ-กรมขุนมรุพงศ์ศิริพัฒน์

มรุพงษ์ศิริพัฒน์, พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่น. การตรวจและจัดราชการในมณฑลกรุงเก่าและมณฑลปาจิณบุรี : อนุสรณ์งานฌาปนกิจศพนางเฮี้ยะ ศิริทรัพย์ (2515). โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม.

สมาชิกหมายเลข 2822837. (2559, 21 เมษายน). วันนี้เรามารู้จัก ประวัติการรถไฟไทย และเส้นทางต่างๆกันหน่อย..ดูสิว่ายังมีอนาคตไหม. สมัยก่อน ไทยเป็นมหาอำนาจทางรถไฟ นะ.

https://pantip.com/topic/35064389

Superuser. (2559, 28 ธันวาคม). ประวัติโรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์.

https://www.br.ac.th/home2017/index.php/2016-12-26-02-05-11/2016-12-28-06-22-01

ประกาศราชกิจจานุเบกษา

เรื่อง จำนวนผู้ที่ไปรับราชการกรมทหารรักษาพระองค์.(2430). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 4 หน้า 148.

https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2430/019/148.PDF

เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตร. (2434, 13 กันยายน). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 8 หน้า 220.

https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2434/024/220_2.PDF

เรื่อง ราชทูตสยาม. (2434), ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 8 หน้า 236.

https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2434/026/236.PDF

เรื่อง ประกาศการสถาปนาพระเจ้าน้องยาเธอ พระวรวงษ์เธอ เปนเจ้าต่างกรม แลสถาปนาหม่อมเจ้าเปน
พระองค์เจ้า แลเลื่อนตำแหน่งยศข้าราชการผู้ใหญ่เปนเจ้าพระยา. (2439, 5 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 13 หน้า 16-18

https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2439/001/16.PDF

เรื่อง พระราชทานตำแหน่งสัญญาบัตร์น่าที่ราชการ (2443, 21 ตุลาคม). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 17 หน้า 394

https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2443/030/394_1.PDF

เรื่อง แจ้งความกระทรวงมหาดไทย. (2446, 6 ธันวาคม). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 20 หน้า 629.

https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2446/036/629_2.PDF

เรื่อง แจ้งความกระทรวงมหาดไทย. (2449, 3 มิถุนายน). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 23 หน้า 183.

https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2449/009/183_1.PDF

เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตร์ทหารบก. (2450, 2 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 24 หน้า 1191

https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2450/044/1191.PDF

เรื่อง แจ้งความกระทรวงมหาดไทย. (2458, 19 กันยายน). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 32 หน้า 1358.

https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/1048861.pdf

เรื่อง ข่าวสิ้นพระชนม์. (2466, 8 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 40 หน้า 78.

https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2466/D/78_1.PDF

เรื่อง งารพระเมรุท้องสนามหลวง. (2466, 24 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 40 หน้า 4101-4110.

https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2466/D/4101.PDF

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ