Museum Core
ตามรอยรากเหง้าชุมชนผ่านพิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน
Museum Core
19 ม.ค. 66 1K
ประเทศไทย

ผู้เขียน : ชนิกานต์ เนตรฤทัย นักศึกษาฝึกงาน ปี 2565

               เวลาบ่ายโมงของวันหนึ่งผู้เขียนเริ่มเดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน ก่อนถึงที่หมายนั้นผ่านโบสถ์ซางตาครู้สที่ตั้งสง่าอยู่ตรงกลางชุมชน เมื่อเดินเลี้ยวเข้าไปยังซอยชุมชนกุฎีจีนที่อยู่ด้านข้างของโบสถ์มีป้ายนำทางบอกให้เดินต่อไปอีกเพียงเล็กน้อยก็จะพบกับจุดหมาย “พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน”

               นับแต่ก้าวแรกที่มาถึงพิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน ผู้เขียนมีความคิดและความรู้สึกต่อตัวพิพิธภัณฑ์ที่แปลกไปจากเดิมที่เคยคิดและรู้สึกมาก่อน ตัวพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์อื่นทั่วไปที่มักถูกออกแบบและสร้างให้เป็นตึกอาคารสูงขนาดใหญ่แลดูเย็นชา แต่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้กลับทำให้รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นเหมือนไม่ได้มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แต่มาเยี่ยมบ้าน ด้วยการนำบ้านจริงของคนในชุมชนมาปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อสร้างใหม่ให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ยังคงสภาพความเป็นบ้านไม้สองชั้นแบบดั้งเดิม มีใต้ถุนสูงแบบบ้านทั่วไปในชุนชน อีกทั้งบรรยากาศรอบ ๆ ก็ร่มรื่นเต็มไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด ในบางเวลาก็จะมองเห็นเจ้าของบ้านกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ คุณตอง เจ้าของบ้านมีอัธยาศัยดีและน่ารัก คอยต้อนรับแขกทุกคนที่มาเยี่ยมชมอย่างเป็นกันเอง ยิ่งทำให้รู้สึกอบอุ่นสบายใจมากขึ้นและรู้สึกว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีเสน่ห์

                การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายเป็นความตั้งใจของเจ้าของพิพิธภัณฑ์ที่ต้องการนำเสนอรากเหง้าชุมชนกุฎีจีนให้เด็กในชุมชนรุ่นหลัง และผู้คนทั่วไปที่มีความสนใจได้มาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชุมชนผ่านพิพิธภัณฑ์ หลังจากเดินชมนิทรรศการ ผู้เขียนได้เห็นการนำเสนอรากเหง้าของชุมชนถึง 2 ชั้นด้วยกัน โดยชั้นแรกเป็นรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ของชาวโปรตุเกสที่เข้ามายังประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา อันเป็นต้นกำเนิดของชุมชนแห่งนี้ โดยเห็นได้จากวัตถุจัดแสดงที่ทำรูปจำลองหัวเรือเนา ( NAU) ที่ดูโดดเด่นด้วยความใหญ่โตมโหฬาร เรือนี้ชาวโปรตุเกสในอดีตใช้เป็นยานพาหนะในการเดินทางมายังกรุงศรีอยุธยาเพื่อทำการค้าขาย หัวเรือถูกผสานรวมกับแบบจำลองมหาวิหารเจอโรนิมุสที่ตั้งอยู่ในกรุงลิสบอน ซึ่งก่อนการออกเดินทางทุกครั้งเหล่าบรรดากะลาสีและนักเดินทางชาวโปรตุเกสต้องมาสวดมนต์ขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า ณ สถานที่แห่งนี้ ซึ่งการออกแบบจำลองหัวเรือเนาและมหาวิหารเจอโรนิมุสผสานเข้าไว้ด้วยกันนั้นเป็นการจัดแสดงที่สร้างสรรค์และน่าสนใจ เพราะการนำสิ่งของสองชิ้นมาเชื่อมโยงกัน พร้อมกับเล่าเรื่องราวทำให้ผู้เขียนเข้าใจและจดจำเรื่องราวที่ต้องการสื่อสารได้เป็นอย่างดี

 

 

ภาพที่ 1 รูปจำลองหัวเรือที่ชาวโปรตุเกสโดยสารเดินทางมายังสยามในสมัยกรุงศรีอยุธยา

 

 

ภาพที่ 2 แบบจำลองมหาวิหารเจอโรนิมุสที่ชาวโปรตุเกสยึดเหนี่ยวจิตใจเมื่อต้องออกเดินทางไกล

 

               ต่อมาเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่เป็นการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ที่ชาวไทยและโปรตุเกสทำการค้าขายแลกเปลี่ยนกัน เช่น ปืนใหญ่ และเครื่องเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น พริก มันฝรั่ง มันสำปะหลัง สบู่ดำ และยาสูบ ฯลฯ รวมถึงภาพจิตรกรรมอันงดงามที่เล่าถึงเรื่องราวในสมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงการเสียกรุง และการเริ่มต้นของกรุงธนบุรีซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชุมชนชาวกุฎีจีนเข้ามาตั้งรกรากยังพื้นที่ในปัจจุบัน

               รากเหง้าในชั้นที่สองเป็นการเล่าถึงวิถีชีวิตความเป็นมาของชุมชนกุฎีจีนที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทย-โปรตุเกสที่สัมพันธ์กับความเชื่อทางศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เมื่อมองลอดเข้าไปยังห้องนอนจำลองที่ตกแต่งตามรูปแบบห้องนอนของคนกุฎีจีนในอดีตที่มีการจัดวางพระแท่นบูชาของชาวคริสเตียนที่ด้านข้างของเตียงนอนซึ่งมีความแตกต่างจากหิ้งพระของชาวพุทธที่ปกติแล้วจะไม่ตั้งไว้ในห้องนอน แต่พระแท่นบูชาของนิกายโรมันคาทอลิกในอดีตจะตั้งอยู่ในห้องนอนของทุกคนในบ้าน โดยขนาดของหิ้งบูชาจะสัมพันธ์กับอายุของคนในครอบครัว ยิ่งอายุมากหิ้งบูชาก็มักมีขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น

                นอกจากนี้ ยังมีโซนที่มีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้โบราณจำนวนมากที่หาดูได้ยาก และเก็บสะสมส่งทอดสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษเป็นข้าวของจำพวกเครื่องครัวอย่างถ้วยชาม หม้อไห หรือตู้ โต๊ะ ตั่ง เตียง สิ่งที่ผู้เขียนสะดุดตาและชื่นชอบมากเป็นพิเศษ คือ กระต่ายขูดมะพร้าวแบบโบราณที่มีการแกะสลักไม้เป็นรูปทรงกระต่ายน่ารัก ไม่เหมือนกับกระต่ายขูดมะพร้าวที่เคยพบเห็นทั่วไป หรือเมื่อเทียบกับกระต่ายที่คุณทวดเคยใช้
ผู้เขียนไม่เคยเห็นกระต่ายขูดมะพร้าวที่มีลักษณะรูปทรงแกะสลักเป็นตัวสัตว์มาก่อนเลยสักครั้ง จึงชื่นชอบของชิ้นนี้เพราะค่อนข้างหาชมได้ยากในยุคปัจจุบันที่ผู้ผลิตมักทำของใช้ที่เรียบง่าย เน้นประโยชน์ใช้สอยมากกว่าความสวยงาม จึงไม่มีความประณีตในการแกะสลักไม้เป็นรูปทรงสัตว์เช่นสมัยก่อน

 

ภาพที่ 3 กระต่ายขูดมะพร้าวที่แกะสลักอย่างสวยงาม

 

               ถัดมาเป็นโซนโต๊ะอาหาร มีการทำจำลองอาหารชาวสยามโปรตุเกสที่ทำออกมาได้สมจริง ดูน่ารับประทานมาก อาหารแต่ละเมนูก็มีความน่าสนใจ แม้ว่าบางเมนูจะไม่มีในปัจจุบันแล้วก็ถูกนำมาจัดแสดงไว้ให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมอาหารของชาวกุฎีจีน อาทิ ต้มมะฝาด (Mafad stew) ซึ่งเป็นเมนูอาหารที่ถูกดัดแปลงมาจากเมนู cozido à portuguesa อาหารดั้งเดิมของโปรตุเกสที่นิยมแพร่หลาย โดยมีส่วนผสมหลักเป็นเนื้อและเครื่องในของหมู - วัวที่ต้มเคี่ยวรวมกับผักสมุนไพรหลากชนิดที่มีการดัดแปลงมาใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นแทน กลายเป็นต้มมะฝาดที่สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตรของอาหาร เช่นเดียวกันขนมจีนไก่คั่ว หรือขนมจีนโปรตุเกสที่ดัดแปลงมาจากสปาเกตตี้ไวท์ซอสด้วยการใช้เส้นขนมจีนแทนเส้นสปาเก็ตตี้ และน้ำซอสก็เปลี่ยนมาใช้พริกแกงแดงกับกะทิแทน เมนูนี้ถือว่าเป็นเมนูที่มีความสำคัญในพิธีกรรมทางศาสนาคริสต์ที่มักทำเมนูขนมจีนไก่คั่วกันเฉพาะในงานฉลองพระแม่ไถ่ทาส หรือที่นิยมเรียกว่า พระแม่ขนมจีน ซึ่งเมนูขนมจีนไก่คั่วนี้สามารถลองลิ้มชิมรสชาติกันได้ที่ร้านอาหารในชุมชนกุฎีจีน

 

ภาพที่ 4 โมเดเลจำลองเมนูอาหารเฉพาะของชุมชนกุฎีจีน

 

 

                ผู้เขียนยังประทับใจภาพถ่ายหมู่รวมคนในชุมชนเมื่อปีค.ศ. 1957 ภาพนี้จัดแสดงอยู่ตรงทางออกก่อนจบนิทรรศการ ในรูปถ่ายนี้มีตัวเลขไล่เรียงกำกับไว้ทุกคนเพื่อระบุตัวตนบุคคลในรูปว่าเป็นใครบ้าง แสดงให้เห็นถึงความพยายามและความตั้งใจอย่างมากในการค้นหาตัวตนของบุคคลในรูปที่ผ่านกาลเวลามานานหลายสิบปี บางคนอาจโยกย้ายเปลี่ยนที่อยู่ไปแล้ว บางคนอาจเสียชีวิตจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะติดตามค้นหาจนเจอ แต่ผู้จัดนิทรรศการก็สามารถสืบค้นมาได้จนครบและน่าประทับใจมากที่รูปถ่ายคนในชุมชนเพียงใบเดียวกลับแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของวัตถุชิ้นนี้อย่างมาก

                การได้มาทำความรู้จักรากเหง้าของผู้คนในย่านกุฎีจีนนี้นับว่าคุ้มค่ามาก แม้จะเป็นพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ แต่มีเสน่ห์ในตัวเองที่สามารถเชื่อมโยงทั้งประวัติศาสตร์ต้นกำเนิดและวิถีชีวิตของชุมชนตนเองเข้าไว้ด้วยกันผ่านการนำเสนอในพิพิธภัณฑ์ที่เปรียบเสมือนบ้าน การจัดแสดงที่เล่าเรื่องได้เข้าใจง่ายและนำเสนอได้อย่างดีไม่แพ้พิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ หากใครกำลังมองหาพิพิธภัณฑ์ที่มีเสน่ห์แตกต่างไปจากที่อื่น ๆ พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีนเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ผู้เขียนมองว่าควรค่าแก่การได้มาชมอย่างแน่นอน

 

 

 

 

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ