Museum Core
พิพิธภัณฑ์แห่งเรือรบประจัญบาน ยามาโตะ
Museum Core
20 มิ.ย. 65 356
ประเทศญี่ปุ่น

ผู้เขียน : ทัศนีย์ ยาวะประภาษ

          เหตุที่ผู้เขียนสนใจอยากมาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามาโตะที่เมืองคุเระ (Kure) จังหวัดฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น เพราะเคยชมภาพยนตร์เรื่อง "Yamato" (Otoko-tachi no Yamato) ที่สร้างมาจากประวัติศาสตร์ของ เรือรบยามาโตะในปี พ.ศ. 2548 ใช้เงินในการสร้างมากกว่า 600 ล้านเยน นำแสดงโดยขวัญใจตลอดกาล ทาคุยะ คิมูระ จำได้ว่าหนังสนุกมาก ได้รับความนิยมอย่างมาก แม้เส้นเรื่องจะเป็นเช่นเดียวกับภาพยนตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 ของญี่ปุ่นเกือบทุกเรื่อง คือเน้นความทุกข์ทรมานและการเสียสละของญี่ปุ่น แต่ในความเจ็บปวดนั้นก็ได้รับแง่คิดดีๆ ที่เราสามารถนำมาเป็นพลังใจในการใช้ชีวิตได้หลายอย่าง

 

          ประกอบกับช่วงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2560 ผู้เขียนเดินทางท่องเที่ยวแถบนั้นพอดี จึงมีโอกาสแวะไปเมืองคุเระ สถานที่ตั้งของท่าเรือที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ด้านการเดินเรือของญี่ปุ่นมาตั้งแต่อดีต เคยเป็นสถานที่ต่อเรือรบประจัญบาน “ยามาโตะ” ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และยังเป็นเมืองที่มีทิวทัศน์ทางทะเลที่สวยงาม โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับฐานทัพเรือ เพียงแค่ไปยืนชมวิวริมทะเลของเมืองนี้ เราก็สามารถเห็นเรือรบและเรือดำน้ำของญี่ปุ่นจอดอยู่ตามชายฝั่งได้อย่างตื่นตาตื่นใจ

 

ภาพที่ 1 : เดินจากสถานีรถไฟ JR Kure แค่ 5 นาที ก็จะเห็นวิวทะเล ท่าเรือ เรือรบ และพิพิธภัณฑ์ยามาโตะที่แสนใหญ่โตโอ่อ่า

 

         เดิมเมืองคุเระเป็นจุดปักหลักของทหารเรือญี่ปุ่นในปีพ.ศ. 2432 และสร้างอู่ต่อเรือรบขึ้นในปีพ.ศ. 2446 จนได้รับการพัฒนาขึ้นมาเป็นโรงงานเรือรบอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น เรือรบยามาโตะนั้นเริ่มสร้างขึ้นในโรงงานต่อเรือเมืองคุเระในปีพ.ศ. 2480 แล้วเสร็จในปีพ.ศ. 2483 ถือเป็นเรือรบที่ใหญ่ที่สุดในโลกในเวลานั้น ทว่าถูกยิงจมในปีพ.ศ. 2488 ในภารกิจสุดท้าย ซึ่งเป็นปฏิบัติการฆ่าตัวตายเพื่อปกป้องโอกินาว่าจากการรุกรานของอเมริกา ทำให้ลูกเรือ 3,000 คนเสียชีวิตเกือบทั้งหมด ปัจจุบันเรือรบยามาโตะหลับใหลอยู่ในก้นอ่าวทะเลลึก 345 เมตรของจังหวัดคาโกะชิมะ

 

          เรือรบยามาโตะเป็นเรือรบไพ่ตายของกองทัพญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ยาว 263 เมตร กว้าง 38.9 เมตร สูงเท่าตึก 15 ชั้น มีปืนใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกขนาด 46 เซ็นติเมตร เมืองคุเระจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ยามาโตะ (พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์เมืองคุเระ) ขึ้นในปีพ.ศ. 2548 สิ่งที่ตะลึงตาที่สุดเมื่อก้าวเข้ามาในพิพิธภัณฑ์คือโมเดลจำลองเรือยามาโตะย่อส่วนขนาด 1/10 ยืนชมได้ 360 องศาเต็มตาเพราะจัดวางในตึกเพดานโล่งทะลุสามชั้น แม้จะเป็นขนาดย่อส่วนลงมามากก็ยังรู้สึกได้ถึงพลังต่อสู้อันยิ่งใหญ่ของเรือรบที่เกรียงไกรที่สุดในยุคนั้น

 

 

ภาพที่ 2 ที่ลานกว้างยามาโตะฮิโรบะในชั้น 1 มีโมเดลจำลองเรือรบยามาโตะย่อส่วนขนาด 1/10  

สามารถชมพิมพ์เขียวและภาพถ่ายของเรือสมัยก่อนได้

นอกจากนี้ยังมีบริการทำบุคเล็ตรูปถ่ายคู่กับเรือยามาโตะอีกด้วย

 

          แน่นอนว่าเมื่อเป็นเมืองแห่งเรือรบย่อมต้องมีส่วนจัดแสดงประวัติศาสตร์ของเมืองคุเระซึ่งเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในปีพ.ศ. 2445 หลังจากการก่อตั้งฐานทัพเรือในปีพ.ศ. 2432 เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 คุเระได้พัฒนาเป็นเมืองอุตสาหกรรมทางทะเลที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในโลกหลายลำถูกสร้างขึ้นที่นี่ ญี่ปุ่นกลายเป็นผู้ต่อเรือชั้นนำของโลกภายในเวลาไม่นานหลังสงครามสิ้นสุด เนื้อหาในพิพิธภัณฑ์เล่าถึงชีวิตและผู้คน วัฒนธรรมและอุตสาหกรรมของเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การต่อเรือและการผลิตเหล็กซึ่งเป็นหน้าสำคัญของประวัติศาสตร์ที่ทำให้เกิดเมืองเล็กๆ แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของญี่ปุ่นเมืองนี้

 

          พิพิธภัณฑ์มีทั้งหมด 4 ชั้น เดินเชื่อมต่อกันทั้งหมด ในชั้น 2 และ 3 แบ่งออกเป็นห้องๆ ได้แก่ ห้องจัดแสดงเอกสารของเรือ ในห้องนี้เราจะได้เห็นเครื่องบินรบชื่อดัง "เซโระเซ็น" รุ่น A6M7 ทอร์ปิโด "ไคเท็ง" ลูกปืนใหญ่ที่ใช้บนเรือรบยามาโตะและเรือรบอื่นๆ โดยเทคโนโลยีที่ใช้สร้างในสมัยนั้นได้นำมาต่อยอดเพื่อพัฒนากระสวยอวกาศในปัจจุบัน

 

 

ภาพที่ 3 : เครื่องบินรบเซโระเซ็น กับทอร์ปิโดไคเท็ง

 

          ชั้น 3 มีห้องจัดแสดงเทคโนโลยีการต่อเรือ ให้เรียนรู้เทคโนโลยีการต่อเรือได้ ประกอบด้วย "ชาเลนจ์นาบิ" สามารถทดลองขับเรือเฟอรี่และเรือความเร็วสูงได้ "อุคิอุคิดรัมคัง" เรียนรู้เกี่ยวกับแรงลอยตัวได้ รวมถึงขั้นตอนการก่อสร้างเรือรบยามาโตะด้วย CG ถือเป็นมุมยอดนิยมที่ทุกคนสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ได้สนุกสนานและเข้าใจง่าย

 

         ห้องอื่นๆ ภายในพิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยห้องทดลอง ห้องสมุด แกลเลอรี่ประชาชน ห้องประชุม ร้านขายของกระจุกกระจิก และระเบียงชมวิวบนชั้น 4 ที่เราสามารถออกไปชมพื้นที่ด้านนอกได้ พื้นที่ตรงนี้เป็นทั้งมุมพักขา นั่งเล่น ทอดสายตา สามารถมองเห็นภาพมุมกว้างของท่าเรือคุเระซึ่งมีเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่และเรือเดินสมุทรจอดเทียบท่าอยู่

 

 

ภาพที่ 4 : ภาพมุมกว้างของลานชมวิวชั้น 4 มองเห็นท่าเรือคุเระซึ่งมีเรือจอดเทียบท่ามากมาย

 

          อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะจัดแสดงให้เห็นถึงแสนยานุภาพของเรือรบอันเกริกไกร ทว่า แก่นแท้ที่สอดแทรกอยู่ในพิพิธภัณฑ์ยามาโตะคือความน่าสะพรึงกลัวของสงครามที่ไม่เคยมีใครไม่สูญเสียและความสำคัญของสันติภาพที่แท้จริงซึ่งเราทุกคนยังคงถวิลหาอยู่เสมอ

 

พิพิธภัณฑ์ยามาโตะ (Kure Maritime Museum) : เปิดทุกวัน (ยกเว้นวันอังคาร) ตั้งแต่ 9.00-18.00 น. บัตรเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็กนักเรียนมัธยมปลาย 300 เยน นักเรียนประถมและมัธยมต้น 200 เยน

 

การเดินทาง : ขึ้นสาย JR Kure Line Rapid Liner จากสถานีรถไฟ JR Hiroshima ใช้เวลา 32 นาที ลงป้ายสถานี JR Kure เดินเท้าต่ออีก 5 นาที

 

 

ทัศนีย์ ยาวะประภาษ

 

 

 

 

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ