Muse Around The World
พื้นที่ปลอดภัยในการเรียนรู้
Muse Around The World
21 พ.ค. 69 7

ผู้เขียน : ชีวสิทธิ์ บุณยเกียรติ

ในการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การส่งเสริมศักยภาพการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับผู้สูงวัยในพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้” ซึ่งจัดขึ้นโดย สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ มิวเซียมสยาม ร่วมกับ บริติช เคานซิล ประเทศไทย หนึ่งในประเด็นสำคัญที่กล่าวถึง คือคำถามว่า “พื้นที่การเรียนรู้ที่ปลอดภัย” สำหรับผู้สูงวัยคืออะไรและมีลักษณะอย่างไรในทางปฏิบัติ ในการบรรยายและกิจกรรมเชิงปฏิบัติการเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ของโซเนล ทริเวดี (Sonel Trivedi) ผู้จัดการด้านความปลอดภัย ประจำบริติช เคานซิล ประเทศไทย ได้ชวนผู้เข้าร่วมอบรมสำรวจประเด็นเรื่อง “พื้นที่ปลอดภัยในการเรียนรู้” ผ่านมุมมองที่เชื่อมโยงทั้งการดูแลผู้คน การทำงานเชิงวัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรกับผู้เข้าร่วมกิจกรรม

ความปลอดภัยเริ่มต้นจากวัฒนธรรมในการรับฟัง

ในช่วงเริ่มต้นของการบรรยาย โซเนล ทริเวดี ชวนผู้เข้าร่วมอบรมกลับมาตั้งคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับ “ความปลอดภัย” ในพื้นที่การเรียนรู้ ว่าหมายถึงเพียงการป้องกันอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์รุนแรงเท่านั้นหรือไม่ สำหรับโซเนล ความปลอดภัยอาจเริ่มต้นจากสิ่งที่เรียบง่ายกว่านั้นมาก นั่นคือการทำให้ผู้คนรู้สึกว่า พวกเขาสามารถพูดถึงความกังวล ความไม่สบายใจ หรือประสบการณ์บางอย่างได้โดยไม่ถูกตัดสิน และเชื่อว่าคนรอบตัวพร้อมจะรับฟังอย่างจริงจัง

แนวคิดดังกล่าวเชื่อมโยงกับสิ่งที่เธอเรียกว่า “วัฒนธรรมที่ปลอดภัย” ซึ่งไม่ได้เกิดจากเอกสารนโยบายเพียงอย่างเดียว หากเกิดจากบรรยากาศในการทำงานร่วมกัน ตั้งแต่วิธีการสื่อสาร การเคารพขอบเขตของผู้อื่น ไปจนถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่ผู้คนสามารถตั้งคำถามหรือแจ้งข้อกังวลได้โดยไม่รู้สึกหวาดกลัว โซเนลย้ำว่า ความไม่ปลอดภัยหรือการละเมิดสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ และหลายครั้งอาจเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ ที่คนทำงานมองว่า “ไม่สำคัญ” หรือ “เป็นเรื่องปกติ”

สำหรับการทำงานกับผู้สูงวัย ประเด็นดังกล่าวยิ่งมีความละเอียดอ่อนมากขึ้น เพราะผู้เข้าร่วมแต่ละคนอาจมีเงื่อนไขชีวิต ความเปราะบาง หรือประสบการณ์ส่วนตัวที่แตกต่างกัน บางคนอาจเผชิญความโดดเดี่ยว บางคนอยู่ในภาวะพึ่งพิงทางร่างกายหรืออารมณ์ ขณะที่บางคนอาจไม่คุ้นเคยกับการแสดงความเห็นหรือปฏิเสธสิ่งที่ทำให้ตนรู้สึกไม่สบายใจ การสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ปลอดภัยจึงไม่ใช่เพียงการ “ดูแล” ผู้เข้าร่วม แต่รวมถึงการทำให้พวกเขารู้สึกว่า ตนเองยังมีเสียง มีทางเลือก และได้รับการเคารพในฐานะมนุษย์คนหนึ่งอย่างเท่าเทียมกัน

ในหลายช่วงของ workshop โซเนลยังชวนผู้เข้าร่วมทบทวนว่า การรับฟังไม่ใช่เพียงการได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย หากรวมถึงการสังเกตความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในพฤติกรรม สีหน้า น้ำเสียง หรือความเงียบที่ผิดไปจากเดิม เพราะหลายครั้งสัญญาณของความไม่ปลอดภัยอาจไม่ได้ถูกสื่อสารออกมาตรง ๆ และผู้คนจำนวนมากอาจต้องการเพียงพื้นที่ที่พวกเขารู้สึกว่า สามารถพูดบางเรื่องออกมาได้โดยไม่ถูกเร่งรัดหรือถูกตั้งคำถามอย่างคาดคั้น

ความเปราะบางและความไม่ปลอดภัยในพื้นที่การเรียนรู้

โซเนลอธิบายถึงรูปแบบหลักของความไม่ปลอดภัยหรือการละเมิดที่อาจเกิดขึ้นในการทำงานกับผู้สูงวัย ทั้งการละเมิดทางร่างกาย การละเมิดทางอารมณ์และจิตใจ การละเลย และการละเมิดทางเพศ โดยชี้ให้เห็นว่า สัญญาณของความไม่ปลอดภัยไม่ได้ปรากฏอย่างชัดเจนเสมอไป บางครั้งอาจสะท้อนผ่านความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในพฤติกรรม ความเงียบ ความวิตกกังวล หรือการสูญเสียความมั่นใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม

สิ่งสำคัญของกิจกรรมในการอบรมนี้จึงไม่ได้อยู่ที่การจดจำ “ประเภทของการละเมิด” หากคือการทำให้ผู้ปฏิบัติงานด้านวัฒนธรรมเริ่มสังเกตว่า พื้นที่การเรียนรู้เองก็อาจมีความสัมพันธ์เชิงอำนาจบางรูปแบบซ่อนอยู่โดยไม่ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำพูดที่ลดทอนคุณค่า การทำกิจกรรมแทนผู้เข้าร่วมโดยไม่เปิดโอกาสให้ตัดสินใจด้วยตนเอง การแตะเนื้อตัวโดยไม่ขอความยินยอม หรือแม้แต่การถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้สึกว่าสามารถปฏิเสธได้อย่างเต็มที่

ด้วยกรณีศึกษาต่าง ๆ โซเนลชวนผู้เข้าร่วมอบรมมองเห็นว่า ความไม่ปลอดภัยอาจไม่ได้เกิดขึ้นจากเจตนาร้ายเสมอไป หากหลายครั้งเกิดขึ้นจากความเคยชิน วิธีคิดที่มองผู้สูงวัยเป็นผู้ที่ต้องได้รับการปกป้องอยู่เสมอ หรือความหวังดีที่เกินเลยขอบเขตและศักดิ์ศรีของอีกฝ่าย โดยเฉพาะในการทำงานกับผู้สูงวัย ซึ่งบางคนอาจอยู่ในภาวะพึ่งพิง ไม่มั่นใจในการแสดงความเห็น หรือไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งกับผู้ดูแลและผู้จัดกิจกรรม

ในมุมนี้ การสร้างพื้นที่ปลอดภัยจึงไม่ได้หมายถึงเพียงการป้องกันเหตุการณ์ร้ายแรง แต่รวมถึงการใส่ใจต่อรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ส่งผลต่อความรู้สึกมีคุณค่า ความเป็นส่วนตัว และสิทธิในการตัดสินใจของผู้คนในพื้นที่การเรียนรู้ เพราะหลายครั้ง สิ่งที่ทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกปลอดภัย อาจไม่ใช่การได้รับการดูแลมากที่สุด หากคือการรู้สึกว่า ตนเองยังคงได้รับการเคารพในฐานะมนุษย์คนหนึ่งอย่างเท่าเทียมกัน

แนวทางการปฏิบัติในการสร้างพื้นที่ปลอดภัย

หนึ่งในแนวทางสำคัญในการสร้างความไว้วางใจในพื้นที่การเรียนรู้ คือการรับฟังอย่างระมัดระวังผ่านวิธีการตั้งคำถามแบบเปิด โดยใช้หลัก TED ได้แก่ Tell, Explain และ Describe ซึ่งช่วยเปิดพื้นที่ให้อีกฝ่ายสามารถเล่าเรื่องหรืออธิบายประสบการณ์ของตนเองได้อย่างเป็นธรรมชาติ มากกว่าการตั้งคำถามที่เร่งให้ตอบเพียง “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” หรือคำถามที่กดดันให้อธิบายเหตุผลของสิ่งที่เกิดขึ้นทันที โซเนลชี้ว่า การสร้างพื้นที่ปลอดภัยไม่ได้หมายถึงการรีบหาคำตอบให้กับทุกสถานการณ์ หากเริ่มต้นจากการรับฟังอย่างตั้งใจ สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบ และตอบสนองต่อความกังวลของผู้เข้าร่วมด้วยความระมัดระวัง เพราะหลายครั้ง สิ่งที่ผู้คนต้องการมากที่สุดอาจไม่ใช่การถูกซักถาม

ในอีกด้านหนึ่ง การสร้างพื้นที่ปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับขั้นตอนการทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับวิธีที่ผู้ปฏิบัติงานปฏิบัติต่อผู้คนในสถานการณ์จริงด้วยเช่นกัน ทั้งการเคารพขอบเขตส่วนบุคคล การไม่เร่งรัดให้อีกฝ่ายพูดในสิ่งที่ยังไม่พร้อมเปิดเผย และการทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกว่า ความกังวลของตนกำลังได้รับการรับฟังอย่างจริงจัง

สำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านพิพิธภัณฑ์ ศิลปะ และการเรียนรู้ แนวทางเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการจัดการความเสี่ยง หากยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความไว้วางใจระหว่างองค์กรกับผู้คน เพราะท้ายที่สุดแล้ว พื้นที่ที่ผู้คนรู้สึกปลอดภัย มักไม่ใช่พื้นที่ที่ปราศจากปัญหาโดยสมบูรณ์ หากคือพื้นที่ที่ผู้คนเชื่อว่า เมื่อเกิดความไม่สบายใจขึ้น พวกเขาจะได้รับการรับฟังและปฏิบัติด้วยความเคารพอย่างจริงจัง

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ควรกล่าวถึง คือการยอมรับว่า ความไม่ปลอดภัยสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ แม้แต่ในองค์กรที่ทำงานด้านการเรียนรู้ ศิลปะ หรือการดูแลผู้คนก็ตาม เพราะหลายครั้ง ความตั้งใจดีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากองค์กรไม่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนสามารถสะท้อนความไม่สบายใจ ตั้งคำถาม หรือพูดถึงประสบการณ์ที่ทำให้ตนรู้สึกไม่ปลอดภัยได้อย่างจริงจัง ในมุมนี้ การสร้างพื้นที่ปลอดภัยจึงไม่ใช่เพียงการป้องกันปัญหา หากยังเกี่ยวข้องกับความสามารถขององค์กรในการรับฟัง เรียนรู้ และทบทวนวิธีทำงานของตนเองอยู่เสมอ

ท้ายที่สุดแล้ว การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการเรียนรู้สำหรับผู้สูงวัยอาจไม่ได้เริ่มต้นจากกฎระเบียบหรือมาตรการที่ซับซ้อนเสมอไป หากเริ่มต้นจากวิธีที่องค์กรและผู้ปฏิบัติงานมองเห็นคุณค่าของผู้คน รับฟังกันอย่างจริงจัง และตระหนักว่า แม้ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความหวังดี ความเปราะบางและความไม่สบายใจก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ บางครั้ง สิ่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึกปลอดภัยที่สุด อาจไม่ใช่การได้รับการดูแลมากที่สุด หากคือการรู้สึกว่า ตนเองยังคงได้รับการเคารพ ได้รับการรับฟัง และยังสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเองได้อย่างเต็มที่

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ