ผู้เขียน : ชีวสิทธิ์ บุณยเกียรติ
![]()
บทความนี้เรียบเรียงจากการบรรยายของรูธ เอ็ดสัน จากแมนเชสเตอร์ อาร์ต แกลเลอรี ภายใต้การอบรมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาแผนงานพิพิธภัณฑ์เพื่อรองรับสังคมสูงวัย” ซึ่งจัดโดย สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) ร่วมกับ บริติช เคานซิล ประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 เนื้อหาการบรรยายถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานในโครงการ “Uncertain Futures” ซึ่งพัฒนาร่วมกับศิลปิน นักวิจัย และผู้หญิงในเมืองแมนเชสเตอร์ เพื่อสำรวจประเด็นความไม่มั่นคงด้านการทำงาน ความเหลื่อมล้ำ และการมองข้ามผู้หญิงสูงวัยในสังคมร่วมสมัย
สำหรับรูธ เอ็ดสัน พิพิธภัณฑ์และหอศิลป์อาจไม่ได้ทำหน้าที่เพียงจัดแสดงผลงานศิลปะ หากยังสามารถเป็นพื้นที่สาธารณะที่เปิดให้ผู้คนได้พูดถึงประสบการณ์ชีวิต ความเปราะบาง และปัญหาทางสังคมที่มักไม่กล่าวถึงในชีวิตประจำวัน การทำงานในโครงการ “Uncertain Futures” จึงไม่ได้เริ่มจากการสร้างนิทรรศการ หากเริ่มจากคำถามว่า “อะไรคือสิ่งที่ควรทำให้มองเห็น” โดยเฉพาะประสบการณ์ของผู้หญิงสูงวัยที่ต้องเผชิญทั้งความไม่มั่นคงด้านการทำงาน ความเปลี่ยนแปลงของระบบบำนาญ และความเหลื่อมล้ำที่ซ้อนทับกัน ทั้งเรื่องอายุ เพศ เชื้อชาติ และการย้ายถิ่นฐาน
จุดเริ่มต้นของโครงการ “Uncertain Futures” เกิดขึ้นเมื่อ ค.ศ. 2019 เมื่อหอศิลป์แมนเชสเตอร์มีแผนทำงานร่วมกับ ซูซาน เลซี (Suzanne Lacy) ศิลปินชาวอเมริกันผู้บุกเบิกแนวทางการสร้างงานศิลป์ด้วยกระบวนการทางสังคม (socially engaged practice) ซึ่งทำงานเชื่อมโยงศิลปะเข้ากับประเด็นทางสังคมมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี รูธ เอ็ดสัน อธิบายว่า ผลงานของเลซีไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างงานศิลปะในฐานะ “ผลลัพธ์สุดท้าย” หากยังให้ความสำคัญกับกระบวนการทำงาน การรวมตัวของผู้คน และประเด็นสาธารณะที่ใช้ศิลปะโน้มน้าวให้ผู้คนหันกลับมาพิจารณาอีกครั้ง
เมื่อเลซีได้รับเชิญให้พัฒนาโครงการใหม่สำหรับเมืองแมนเชสเตอร์ คำถามสำคัญที่เธอตั้งขึ้นคือ “ประเด็นใดที่ควรหยิบยกมาทำงานเมื่อกล่าวถึงผู้หญิงสูงวัยในแมนเชสเตอร์ คำถามดังกล่าวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจปัญหาทางสังคมที่ผู้หญิงจำนวนมากกำลังเผชิญ ทั้งความไม่มั่นคงด้านการทำงาน การว่างงาน และการเปลี่ยนแปลงของระบบบำนาญในสหราชอาณาจักร เนื่องจากอายุเกษียณของผู้หญิงที่ปรับเพิ่มจากจาก 60 ปี เป็น 66 ปี ส่งผลให้ผู้หญิงจำนวนมากที่เคยคาดหวังว่าจะสามารถเกษียณหรือพึ่งพาระบบบำนาญได้ในวัย 60 ปี ต้องเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการทำงานต่อไปอีกหลายปี
รูธเล่าว่า ในช่วงแรกของโครงการ ทีมงานเริ่มต้นจากการพูดคุยกับกลุ่มชุมชน ผู้แทนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ของเมือง และผู้คนจากหลากหลายภาคส่วนในแมนเชสเตอร์ ก่อนจะพบว่าประเด็นเรื่อง “งาน” และ “ความเหลื่อมล้ำ” ได้รับกล่าวถึงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงสูงวัยที่ยังต้องทำงานต่อไปภายใต้สภาพเศรษฐกิจที่ไม่มั่นคง ขณะเดียวกัน ทีมงานยังเริ่มทำงานร่วมกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยในเมืองแมนเชสเตอร์ ทั้ง ซาราห์ แคมป์เบลล์ (Sarah Campbell) ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและการดูแลผู้สูงวัย และ เอเลน ดิวเฮิร์สต์ (Elaine Dewhurst) นักวิชาการด้านกฎหมายแรงงานและความเหลื่อมล้ำในที่ทำงาน เพื่อช่วยพัฒนาโครงการในมิติการวิจัยควบคู่ไปกับการทำงานศิลปะ
หลังจากเริ่มต้นตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิตและการทำงานของผู้หญิงสูงวัยในแมนเชสเตอร์ ทีมงานของโครงการ “Uncertain Futures” ใช้กระบวนการพูดคุยและการทำงานร่วมกับผู้คนในเมืองอย่างต่อเนื่อง รูธ เอ็ดสัน เล่าว่า ทีมงานจัดกิจกรรมปรึกษาหารือกับกลุ่มชุมชน ผู้แทนท้องถิ่น และผู้หญิงจากพื้นเพที่หลากหลาย เพื่อทำความเข้าใจว่าประเด็นใดกำลังส่งผลต่อชีวิตของผู้คนจริง ๆ ก่อนที่การระบาดของโรคโควิด-19 จะทำให้กิจกรรมทั้งหมดต้องย้ายไปสู่รูปแบบออนไลน์ในเวลาต่อมา
ในช่วงการระบาด ทีมงานเริ่มพบปะกันทุกสัปดาห์ผ่านระบบออนไลน์ และค่อย ๆ ก่อตั้ง “คณะที่ปรึกษา” ซึ่งประกอบด้วยผู้หญิงจำนวน 14 คนจากหลากหลายชุมชนในแมนเชสเตอร์ รูธอธิบายว่า กลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงการ เพราะไม่ได้เป็นเพียง “ผู้ให้ข้อมูล” หากร่วมกำหนดทิศทางทั้งในด้านการวิจัย กระบวนการทำงาน และการพัฒนางานศิลปะ สมาชิกหลายคนเป็นผู้นำชุมชนและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้คนในพื้นที่ ทำให้พวกเธอสามารถช่วยสร้างความไว้วางใจและร่วมคัดเลือกผู้หญิงอีก 100 คนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการได้อย่างระมัดระวัง
สมาชิกคณะที่ปรึกษา (Advisory Group) ของโครงการ “Uncertain Futures” ซึ่งประกอบด้วยผู้หญิงจากหลากหลายชุมชนในเมืองแมนเชสเตอร์ และมีบทบาทร่วมในการกำหนดทิศทางการวิจัยและการทำงานศิลปะของโครงการ
ที่มา: Lacy, S. (n.d.). Uncertain futures: Women, work and aging (2019–2024). Suzanne Lacy. https://www.suzannelacy.com/uncertain-futures-main-project-page
รูธเน้นว่า ทีมงานพยายามทำให้การมีส่วนร่วมในโครงการนี้เป็น “การทำงานร่วมกัน” มากกว่าการดึงข้อมูลจากผู้คนไปใช้ในการวิจัยหรือการจัดแสดง สมาชิกของคณะที่ปรึกษาทุกคนได้รับค่าตอบแทนในแต่ละช่วงของการทำงาน และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจร่วมกับทีมงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งในการออกแบบกิจกรรม การอ่านและวิเคราะห์บทสัมภาษณ์ ตลอดจนการร่วมพัฒนาแถลงการณ์ (manifesto) และเอกสารเผยแพร่ต่าง ๆ ของโครงการ
หนึ่งในแนวคิดสำคัญที่รูธกล่าวถึงคือ “participatory research” หรือการวิจัยแบบมีส่วนร่วม ซึ่งพยายามทำให้การวิจัยเกิดขึ้น “ร่วมกับ” ผู้คน มากกว่าศึกษาผู้คนจากมุมมองของนักวิจัยเพียงฝ่ายเดียว เธอยกคำพูดของสมาชิกคนหนึ่งในคณะที่ปรึกษาซึ่งกล่าวว่า กระบวนการนี้เป็น “ความสัมพันธ์ ไม่ใช่การดึงข้อมูลออกมา” (relational, not extraction) เพราะสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเก็บข้อมูลให้มากที่สุด แต่คือการสร้างพื้นที่ที่ผู้คนรู้สึกไว้วางใจ ปลอดภัย และสามารถพูดถึงประสบการณ์ชีวิตของตนเองได้อย่างมีความหมาย
ตลอดระยะเวลาหลายปีของโครงการ “Uncertain Futures” การทำงานไม่ได้สิ้นสุดลงที่การเก็บข้อมูลหรือการสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วม หากค่อย ๆ พัฒนาไปสู่กิจกรรมสาธารณะ นิทรรศการ และพื้นที่สนทนาที่เปิดให้ผู้คนทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมกับประเด็นเรื่องงาน ความเหลื่อมล้ำ และชีวิตของผู้หญิงสูงวัยในเมืองแมนเชสเตอร์ รูธ เอ็ดสัน เล่าว่า ตลอดสามปีที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ อาร์ต แกลเลอรี ได้พัฒนานิทรรศการออกมา 3 รูปแบบ โดยใช้พื้นที่ของหอศิลป์ซึ่งมีผู้เข้าชมจำนวนมากเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับการตั้งคำถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
นิทรรศการช่วงแรกเปิดพื้นที่ให้เกิดการสัมภาษณ์ผู้หญิงกว่า 100 คนภายในบูทสัมภาษณ์ที่ตั้งอยู่ในหอศิลป์ ก่อนจะพัฒนาไปสู่การจัดแสดงข้อมูลวิจัย ภาพยนตร์ และเอกสารที่เกิดขึ้นจากโครงการ หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญคือภาพยนตร์ “Stories of Women, Work and Uncertain Futures” ซึ่งสร้างขึ้นจากบทสัมภาษณ์ของผู้หญิงในโครงการ และต่อมาถูกนำไปจัดแสดงต่อที่ Wellcome Collection ในกรุงลอนดอน รูธอธิบายว่า สิ่งสำคัญของงานชิ้นนี้ไม่ใช่เพียงการบันทึกเรื่องราวส่วนตัว แต่คือการทำให้ประสบการณ์ชีวิตของผู้หญิงสูงวัยกลายเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาสาธารณะร่วมสมัย
นอกจากนิทรรศการ ทีมงานยังจัดกิจกรรมพูดคุยและการพัฒนาทักษะในรูปแบบไม่เป็นทางการ เช่น “Chai and Chat” ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงจากหลากหลายพื้นเพได้พูดคุยเรื่องการทำงาน วัยหมดประจำเดือน ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การทำงานอิสระ และความมั่นใจในชีวิต รูธเล่าว่า กิจกรรมลักษณะนี้ช่วยให้ผู้คนเริ่มรู้สึกว่าปัญหาที่ตนเองเผชิญไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัวเพียงลำพัง หากเชื่อมโยงกับโครงสร้างทางสังคมที่ผู้คนจำนวนมากกำลังเผชิญร่วมกัน
ส่วนหนึ่งของนิทรรศการ “Uncertain Futures” ภายในหอศิลป์แมนเชสเตอร์ ซึ่งใช้บทสัมภาษณ์ งานวิจัย และพื้นที่สนทนา เพื่อเปิดประเด็นเรื่องงาน ความเหลื่อมล้ำ และชีวิตของผู้หญิงสูงวัยในเมืองแมนเชสเตอร์ © Michael Pollard
ที่มา: Uncertain Futures Project. (n.d.). Art / Exhibition 2. https://uncertainfuturesproject.co.uk/art/exhibition-2
อีกเหตุการณ์หนึ่งที่รูธกล่าวถึงด้วยความประทับใจคือ “thank you dinner” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเชิญผู้หญิงทั้ง 100 คนกลับมาพบกันอีกครั้งหลังจบกระบวนการสัมภาษณ์ ซูซาน เลซี ยืนยันว่ากิจกรรมนี้ควรเป็น “งานเลี้ยงอาหารค่ำ” อย่างจริงจัง มากกว่าการพบปะอย่างไม่เป็นทางการ เพราะเธอมองว่าการเฉลิมฉลอง การดูแล และการทำให้ผู้คนรู้สึกว่าประสบการณ์ของพวกเธอมีคุณค่า เป็นส่วนสำคัญของกระบวนการทำงานไม่ต่างจากงานศิลปะหรือการวิจัยเอง รูธเล่าว่า ในคืนนั้น ผู้หญิงทุกคนถือดอกกุหลาบสีเหลืองร่วมกัน และภาพถ่ายจากกิจกรรมดังกล่าวกลายเป็นภาพแทนของความสุข ความสัมพันธ์ และความรู้สึกของการดูแลซึ่งกันและกันที่เกิดขึ้นตลอดโครงการ
ผลลัพธ์ของโครงการจึงไม่ได้อยู่เพียงในรูปแบบนิทรรศการหรือกิจกรรมศิลปะ หากยังรวมถึงการจัดทำแถลงการณ์ร่วม (manifesto) รายงานวิชาการ และเอกสารเผยแพร่ที่ถูกส่งต่อไปยังนักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย และองค์กรต่าง ๆ ที่ทำงานเกี่ยวกับแรงงานและผู้สูงวัย รูธมองว่า สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าศิลปะและการวิจัยสามารถทำงานร่วมกันเพื่อสร้างบทสนทนาสาธารณะ และอาจมีส่วนในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายได้ในระยะยาว
สำหรับรูธ เอ็ดสัน การทำงานในโครงการ “Uncertain Futures” ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างงานศิลปะหรือการจัดนิทรรศการ แต่ยังเป็นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันที่ต้องอาศัยเวลา ความยืดหยุ่น และการทำงานกับผู้คนอย่างต่อเนื่อง เธออธิบายว่า การทำงานด้วยกระบวนการทางสังคมไม่สามารถวางแผนทุกอย่างล่วงหน้าได้อย่างตายตัว เพราะทีมงานจำเป็นต้องตอบสนองต่อสิ่งที่ผู้คนกำลังเผชิญ และพร้อมปรับเปลี่ยนทิศทางของโครงการอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้ประเด็นเรื่องความเหลื่อมล้ำทางเชื้อชาติ แรงงาน และความไม่มั่นคงในชีวิตยิ่งปรากฏชัดขึ้นในสังคมอังกฤษ
รูธยอมรับว่า กระบวนการทำงานร่วมกันเช่นนี้ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป แม้ทีมงานจะพยายามตัดสินใจร่วมกันและเปิดพื้นที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วม แต่ก็มีช่วงเวลาของความเห็นไม่ตรงกัน ความตึงเครียด และความไม่แน่นอนเกิดขึ้นตลอดกระบวนการ เธอมองว่าสิ่งสำคัญคือการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ใช้เวลาในการรับฟัง และสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยพอให้ผู้คนสามารถแสดงความคิดเห็นหรือความกังวลของตนเองได้
ทีมงานศิลปิน นักวิจัย และผู้ร่วมโครงการ “Stories of Women, Work and Uncertain Futures” ซึ่งทำงานร่วมกันตลอดห้าปี เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ของผู้หญิงสูงวัยผ่านภาพยนตร์ งานวิจัย และกระบวนการศิลปะเชิงสังคมที่เปิดพื้นที่ให้เรื่องเล่าส่วนบุคคลกลายเป็นบทสนทนาสาธารณะ © Meg Parnell
ที่มา: Uncertain Futures Project. (n.d.). Art / Exhibition 3: Stories of Women, Work and Uncertain Futures. https://uncertainfuturesproject.co.uk/art/exhibitio
อีกประเด็นหนึ่งที่รูธกล่าวถึงคือ การทำงานร่วมกับผู้คนจำเป็นต้องมี “ข้อตกลงร่วม” ที่ชัดเจน ในแต่ละช่วงของโครงการ ทีมงานจึงร่วมกันกำหนดบทบาท หน้าที่ และความคาดหวังของทุกฝ่าย ทั้งศิลปิน นักวิจัย หอศิลป์ และสมาชิกชุมชน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าตนเองกำลังมีส่วนร่วมในกระบวนการใด และสามารถทำงานร่วมกันได้บนพื้นฐานของความไว้วางใจ
รูธยังสะท้อนว่า การทำงานลักษณะนี้ต้องใช้เวลามากกว่ากระบวนการทำงานพิพิธภัณฑ์หรือหอศิลป์แบบทั่วไป เพราะการทำงานร่วมกับชุมชนและการสร้างกระบวนการแบบสร้างงานร่วมกัน (co-production) ไม่สามารถเร่งให้เกิดขึ้นได้ในระยะเวลาสั้น ๆ ขณะเดียวกัน หอศิลป์เองก็ต้องปรับวิธีคิดและวิธีทำงานขององค์กรไปพร้อมกัน โดยเฉพาะการมองบทบาทของหอศิลป์ในฐานะ “พื้นที่สาธารณะ” ที่มีความรับผิดชอบต่อชีวิตและปัญหาของผู้คนในเมือง
ท้ายที่สุด รูธมองว่า มรดกสำคัญของโครงการอาจไม่ได้อยู่เพียงในรูปแบบนิทรรศการ ภาพยนตร์ หรือเอกสารวิจัย แต่รวมถึงความสัมพันธ์ระยะยาวที่เกิดขึ้นระหว่างหอศิลป์กับชุมชน ผู้หญิงกว่า 100 คนที่เข้าร่วมโครงการ ตลอดจนเครือข่ายองค์กรและนักวิจัยที่ยังคงทำงานร่วมกันต่อไปหลังโครงการสิ้นสุดลง สำหรับเธอ การทำงานด้วยกระบวนการทางสังคมจึงไม่ใช่เพียงวิธีการสร้างงานศิลปะ หากยังเป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ เปลี่ยนวิธีคิดของสถาบัน และเปิดให้หอศิลป์เรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับผู้คนในฐานะ “หุ้นส่วน” มากกว่าผู้ชมเพียงฝ่ายเดียว
Campbell, S., & Dewhurst, E. (n.d.). Uncertain futures. Manchester Urban Ageing Research Group, The University of Manchester. https://www.humanities.manchester.ac.uk/muarg/research/current-projects/uncertain-futures/
Lacy, S. (n.d.). Stories of women, work and uncertain futures. Suzanne Lacy. https://www.suzannelacy.com/stories-of-women-work-and-uncertain-futures-manchester-art-gallery-2024-2025
Lacy, S. (n.d.). Uncertain futures: Women, work and aging (2019–2024). Suzanne Lacy. https://www.suzannelacy.com/uncertain-futures-main-project-page
Manchester Art Gallery. (2024). Suzanne Lacy: Uncertain futures. https://manchesterartgallery.org/event/suzanne-lacy-uncertain-futures/
Manchester Metropolitan University. (n.d.). Research: Uncertain futures. https://www.mmu.ac.uk/about-us/faculties/health-and-education/research/projects/uncertain-futures
Neuer Berliner Kunstverein. (2025). Suzanne Lacy. Uncertain futures. https://www.nbk.org/en/ausstellungen/suzanne-lacy
Uncertain Futures Project. (n.d.). Art. https://uncertainfuturesproject.co.uk/art