Muse Around The World
แพล็ตฮอล์: พิพิธภัณฑ์กับสุขภาวะชุมชน
Muse Around The World
18 พ.ค. 69 21

ผู้เขียน : ชีวสิทธิ์ บุณยเกียรติ

บทความนี้เรียบเรียงจากการบรรยายในการอบรมเชิงปฏิบัติการ ภายใต้ “กิจกรรมขยายผลการดำเนินงานพิพิธภัณฑ์ในประเด็นร่วมสมัยด้านงานสูงวัยอย่างสร้างสรรค์ พ.ศ. 2569” ซึ่งจัดโดย สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ร่วมกับ บริติช เคานซิล ประเทศไทย ณ มิวเซียมสยาม ระหว่างวันที่ 28 กับ 30 เมษายน 2569 เพื่อพัฒนาแนวทางการทำงานด้านสูงวัยอย่างสร้างสรรค์ หรือ creative ageing ด้วยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงวัยบนฐานทุนวัฒนธรรมต้องอาศัยการทำงานร่วมกับชุมชน และการออกแบบกิจกรรมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้สูงวัยในบริบทพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้

สำหรับ รูธ เอ็ดสัน จากแมนเชสเตอร์ อาร์ต แกลเลอรี และแพล็ตฮอลล์ (Platt Hall) คำถามสำคัญของพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบันอาจไม่ใช่เพียงว่าจะจัดแสดงอะไร แต่คือพิพิธภัณฑ์จะมีความหมายต่อผู้คนรอบตัวอย่างไร โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองที่กำลังเผชิญทั้งความเปราะบางทางเศรษฐกิจ สุขภาพ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม การบรรยายของเธอจึงไม่ได้เริ่มต้นจากนิทรรศการหรือคอลเลกชัน หากเริ่มจาก “ชุมชน” และความพยายามในการทำให้พิพิธภัณฑ์กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนรู้สึกเชื่อมโยงและเป็นเจ้าของร่วมกัน

จากพิพิธภัณฑ์เครื่องแต่งกายสู่บทบาทใหม่ของพื้นที่ประวัติศาสตร์

แพล็ตฮอลล์ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะทางตอนใต้ของเมืองแมนเชสเตอร์ สหราชอาณาจักร อาคารแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1763 และเคยทำหน้าที่เป็นทั้งบ้านพักของพ่อค้าสิ่งทอ ก่อนจะกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ด้านแฟชั่นและเครื่องแต่งกายของเมืองในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา คอลเลกชันด้านแฟชั่นของที่นี่เพิ่มขึ้นจากจำนวนราว 4,000 ชิ้น ไปสู่สิ่งสะสมที่มีมากกว่า 24,000 ชิ้น ส่งผลให้สถานที่เดิมไม่สามารถรองรับคอลเลคชันได้อีกต่อไป ขณะเดียวกัน สิ่งปลูกสร้างก็เผชิญทั้งปัญหาด้านการดูแลรักษาและการจัดเก็บคอลเลกชัน

ด้านหน้าของแพล็ตฮอลล์ (Platt Hall) อาคารประวัติศาสตร์ในสวนสาธารณะ Platt Fields เมืองแมนเชสเตอร์ สหราชอาณาจักร ซึ่งได้รับการพัฒนาใหม่ให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ด้านสุขภาวะและการทำงานร่วมกับชุมชน ผ่านแนวคิด “creative health” และการมีส่วนร่วมของผู้คนในพื้นที่
ที่มา: aa-tomo TODAY Editorial Team. (2024). “Platt Hall Inbetween” and social prescribing. https://aatomo.jp/wp/wp-content/uploads/2025/12/Insightsfromthe-UKs_03-1500x1071.jpeg

หลังการปิดปรับปรุงครั้งใหญ่เมื่อ ค.ศ. 2019 ทีมงานจึงเริ่มตั้งคำถามใหม่ว่า แพล็ตฮอลล์ควรมีบทบาทอย่างไรต่อไปในอนาคต มากกว่าการกลับไปเป็นพิพิธภัณฑ์ในรูปแบบเดิม รูธอธิบายว่า หากอาคารประวัติศาสตร์แห่งนี้จะอยู่รอดต่อไปได้ มันจำเป็นต้องมีเป้าหมายใหม่ที่สร้างคุณค่าให้กับผู้คนในพื้นที่รอบข้างอย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้ บริบทของพื้นที่รอบพิพิธภัณฑ์จึงกลายเป็นจุดตั้งต้นสำคัญ พื้นที่ดังกล่าวเป็นย่านที่มีความหนาแน่นของประชากรสูง มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ทั้งชุมชนจากเอเชียใต้ แอฟริกา แคริบเบียน ชาวโซมาลี ชาวเคิร์ด รวมถึงนักศึกษาจำนวนมาก ขณะเดียวกัน หลายพื้นที่ยังอยู่ในกลุ่มเขตที่มีความยากจนสูงที่สุดของอังกฤษ

เมือง ความเหลื่อมล้ำ และสุขภาวะของชุมชน

สิ่งที่ทีมงานของแพล็ตฮอลล์เผชิญจึงไม่ใช่เพียงคำถามด้านวัฒนธรรมหรือการเข้าถึงพิพิธภัณฑ์ แต่รวมถึงประเด็นด้านสุขภาวะของชุมชนโดยตรง รูธเล่าถึงอัตราผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และภาวะอ้วนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตที่สัมพันธ์กับประสบการณ์ความรุนแรง ความยากจน และการย้ายถิ่นฐานของผู้คนจำนวนมากในพื้นที่

ในบริบทดังกล่าว ทีมงานเริ่มมองว่า “creative health” อาจเป็นกรอบคิดใหม่สำหรับการทำงานของพิพิธภัณฑ์ แนวคิดดังกล่าวกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในสหราชอาณาจักร และพยายามเชื่อมโยงศิลปะ วัฒนธรรม และกิจกรรมสร้างสรรค์เข้ากับสุขภาวะของผู้คนโดยตรง แก่นสำคัญของแนวคิดนี้ไม่ใช่เพียงการใช้ศิลปะเพื่อ “รักษา” ผู้คน หากแต่คือการสร้างพื้นที่ ความสัมพันธ์ และประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้คนรู้สึกเชื่อมโยงกับตนเอง ผู้อื่น และชุมชนรอบตัวมากขึ้น ในหลายกรณี กิจกรรมสร้างสรรค์จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาวะ ทั้งในมิติของร่างกาย จิตใจ และการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคม

แผนภาพแสดงแนวคิดการทำงานของ Platt Hall ที่เชื่อมพื้นที่ประวัติศาสตร์ คอลเลกชัน และกิจกรรมสร้างสรรค์ เข้ากับสุขภาวะของชุมชน ผ่านการสร้างความสัมพันธ์ ความปลอดภัย การเชื่อมโยงทางสังคม และการพัฒนาศักยภาพของผู้คน
ที่มา: ดัดแปลงจากการบรรยายของ Ruth Edson, Museums & Creative Ageing 2026, Museum Siam, 29 เมษายน 2569

การทำงานของแพล็ตฮอลล์จึงอาศัยความร่วมมือกับเบตเตอร์เฮลธ์แมนเชสเตอร์ (Better Health Manchester) องค์กรด้านบริการสุขภาพระดับชุมชนแบบไม่แสวงกำไรที่ทำงานร่วมกับแพทย์และหน่วยบริการปฐมภูมิในเมืองแมนเชสเตอร์ รวมถึงกลุ่มผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพจิต ทีมงานไม่ได้เริ่มต้นจากการสร้างนิทรรศการขนาดใหญ่ แต่เริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์ ผ่านการชวนผู้คนเข้ามาพูดคุย ทดลองกิจกรรม และร่วมคิดถึงอนาคตของพื้นที่แห่งนี้ไปด้วยกัน

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญช่วงแรกคือ “โอเพนดอร์” (Open Door) ซึ่งเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนเข้ามาพูดคุย ตั้งคำถาม และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับอนาคตของแพล็ตฮอลล์ หลังจากพิพิธภัณฑ์ปิดไปหลายปี รูธเล่าว่า กิจกรรมลักษณะนี้ทำให้ทีมงานเริ่มพบผู้คนจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งแพทย์ นักกิจกรรมท้องถิ่น และผู้แทนชุมชน ที่ต่างต้องการเห็นพิพิธภัณฑ์กลายเป็นพื้นที่ที่มีความหมายต่อชีวิตประจำวันมากขึ้น

เมื่อคอลเลกชันกลายเป็นพื้นที่ของประสบการณ์ชีวิต

ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 กิจกรรมทั้งหมดจำเป็นต้องย้ายไปสู่รูปแบบออนไลน์ ทีมงานเริ่มจัดกิจกรรม “คอลเลกชันแชต” (Collection Chats) โดยนำวัตถุจากคอลเลกชันมาใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการพูดคุย ผู้เข้าร่วมไม่ได้เพียงเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของวัตถุ แต่เริ่มแบ่งปันความทรงจำ ประสบการณ์ชีวิต และเรื่องราวส่วนตัวที่เชื่อมโยงกับสิ่งของเหล่านั้น

รูธยกตัวอย่าง “แดนซ์การ์ด” (dance card) หรือสมุดบันทึกรายชื่อคู่เต้นรำในงานสังคมจากอดีต ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนาเรื่องการเต้นรำ ความรัก ความสัมพันธ์ และวัฒนธรรมในชีวิตของผู้คนจากหลากหลายช่วงวัยและพื้นเพ สิ่งที่ทีมงานค้นพบคือ คอลเลกชันไม่ได้มีคุณค่าเพียงในฐานะวัตถุทางประวัติศาสตร์ แต่ยังช่วยยืนยันคุณค่าของ “ประสบการณ์ชีวิต” ของผู้คนร่วมสมัยด้วย เมื่อไม่สามารถใช้พื้นที่ภายในอาคารได้ ทีมงานยังเริ่มจัดกิจกรรมเดินและกิจกรรมสร้างสรรค์กลางแจ้งในสวนสาธารณะรอบพิพิธภัณฑ์ ทั้งการเดินพูดคุยและเวิร์กช็อปเซรามิก ซึ่งกลายเป็นวิธีสร้างความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ระหว่างพิพิธภัณฑ์กับชุมชน

พื้นที่สวนชุมชนใกล้แพล็ตฮอลล์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมด้านสุขภาวะและการสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน ด้วยการทำสวน การเรียนรู้ร่วมกัน และกิจกรรมสร้างสรรค์กลางแจ้ง 
ที่มา: aa-tomo TODAY Editorial Team. (2024). “Platt Hall Inbetween” and social prescribing. https://aatomo.jp/wp/wp-content/uploads/2025/12/Insightsfromthe-UKs_05-1500x1071.jpeg

กิจกรรมเหล่านี้ค่อย ๆ พัฒนาไปสู่โปรแกรมด้านสุขภาวะในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้นของแพล็ตฮอลล์ ทั้งกลุ่มเดินพูดคุย กิจกรรมทำสวน หลักสูตรสุขภาวะระยะสั้น และ “มันเดย์คลับ” (Monday Club) ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้คนที่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือขาดการเชื่อมโยงทางสังคมได้กลับมาพบปะและทำกิจกรรมร่วมกัน รูธอธิบายว่า โปรแกรมเหล่านี้ไม่ได้มุ่งเพียงการดูแลสุขภาพ แต่ยังช่วยฟื้นความมั่นใจ สร้างความสัมพันธ์ และทำให้ผู้คนรู้สึกว่าตนเองยังเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนรอบตัวได้อีกครั้ง

รูธยกตัวอย่างผู้เข้าร่วมคนหนึ่งชื่ออัลยา (Alaya) ซึ่งเข้าร่วมโครงการด้านสุขภาวะของแพล็ตฮอลล์ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ค.ศ. 2025 ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม เธอรู้สึกเหนื่อยล้าจากทั้งงานและชีวิตส่วนตัว และแทบไม่มีเวลาให้ตัวเอง แม้จะอาศัยอยู่ใกล้แพล็ตฮอลล์มาโดยตลอด แต่เธอไม่เคยเข้าไปใช้พื้นที่แห่งนี้มาก่อน หลังจากเข้าร่วมกิจกรรมด้านสุขภาวะและการพูดคุยร่วมกับผู้คนในชุมชน อัลยาเริ่มรู้สึกว่าตนเองไม่ได้เผชิญปัญหาอยู่เพียงลำพัง เธอเริ่มเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมมากขึ้น กลับมาออกกำลังกาย และเข้าคลาสโยคะในเมือง รูธมองว่าการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้อาจไม่ได้เกิดจาก “กิจกรรมสร้างสรรค์” เพียงอย่างเดียว หากเกิดจากความรู้สึกว่าผู้คนมีพื้นที่ที่ตนเองสามารถเข้ามาใช้ชีวิต พูดคุย และเชื่อมโยงกับผู้อื่นได้อย่างปลอดภัย

“With, Not For” และความคิดสร้างสรรค์ในชีวิตประจำวัน

ตลอดหลายปีของการทดลองทำงาน ทีมงานแพล็ตฮออล์พัฒนาหลักคิดสำคัญขึ้นมาสามข้อ ข้อแรกคือ “with, not for” หรือการทำงาน “ร่วมกับ” ชุมชน มากกว่าการออกแบบกิจกรรม “เพื่อ” ชุมชนจากมุมมองของสถาบันเพียงฝ่ายเดียว ข้อที่สองคือการทำงานที่เน้นความเป็นท้องถิ่น หรือการยืนยันว่าพิพิธภัณฑ์ควรทำหน้าที่เป็นเพื่อนบ้านที่ดีของผู้คนในพื้นที่ แม้หลายคนจะตั้งคำถามว่าทำไมไม่ขยายกิจกรรมไปทั่วเมือง แต่สำหรับทีมงาน การลงทุนกับความสัมพันธ์ระยะยาวในพื้นที่ใกล้ตัวคือสิ่งสำคัญที่สุด และข้อสุดท้ายคือแนวคิดเรื่อง “ความสร้างสรรค์ในชีวิตประจำวัน” (everyday creativity) ซึ่งเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้เป็นเรื่องของศิลปินหรือผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันของทุกคน ผ่านการตัดสินใจ การลงมือทำ และประสบการณ์ธรรมดาในชีวิต รูธอธิบายว่า แนวคิดนี้ช่วยลดความรู้สึกว่าศิลปะหรือพิพิธภัณฑ์เป็นพื้นที่เฉพาะของคนบางกลุ่ม และเปิดโอกาสให้ผู้คนรู้สึกว่าตนเองมีสิทธิที่จะเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างเท่าเทียม

ท้ายที่สุด สิ่งที่แพล็ตฮอลล์พยายามสร้างอาจไม่ใช่เพียงกิจกรรมสร้างสรรค์หรือโครงการด้านสุขภาวะ หากคือการทำให้พิพิธภัณฑ์กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนรู้สึกปลอดภัย รับฟังซึ่งกันและกัน และสามารถสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้อีกครั้ง ท่ามกลางเมืองที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและความเปราะบางในชีวิตประจำวัน สำหรับทีมงานของแพล็ตฮอล์ การดูแลอาคารประวัติศาสตร์และคอลเลกชันจึงไม่อาจแยกขาดจากการดูแลผู้คน ชุมชน และความสัมพันธ์รอบตัวได้ เพราะท้ายที่สุด “การซ่อมแซมมรดกทางวัฒนธรรม” อาจเป็นส่วนหนึ่งของการซ่อมแซมชีวิตและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของผู้คนในเมืองร่วมสมัยด้วยเช่นกัน

บรรณานุกรม

Manchester Art Gallery. (2022, February 28). Platt Hall Inbetween. https://manchesterartgallery.org/platt-hall-inbetween/

aa-tomo TODAY Editorial Team. (2024, April 29). “Platt Hall Inbetween” and social prescribing. https://aatomo.jp/en/platt-hall-inbetween

Inaniwa, S., & Kiriyama, M. (2026, January 29). Insights from the UK’s creative health practices. aa-tomo. https://aatomo.jp/en/uk_research/

Kemp, L. (2026, February 3). Creative health at a crossroads: Why universities matter. Arts Professional. https://www.artsprofessional.co.uk/magazine/feature/creative-health-at-a-crossroads-why-universities-matter

แกลเลอรี่


ย้อนกลับ