สำหรับผูสูงอายุ
คำแนะนำการใช้งาน
ขยายขนาดตัวอักษร
เพิ่มระยะห่างตัวอักษร
เพิ่มขนาดลูกศรชี้
ตำแหน่ง
เส้นช่วยในการอ่าน
เน้นการเชื่อมโยง
ปรับชุดสี
เปิดการใช้งาน
ปิดการใช้งาน
คำแนะนำการใช้งาน
เริ่มต้นใช้งาน
Text Size

การขยายขนาดตัวอักษร

สามารถเลือกปรับขนาดตัวอักษรได้ 3 ระดับ คือ 20% 30% และ 40% จากขนาดมาตรฐาน

Text Spacing

การเพิ่มระยะห่างตัวอักษร

การปรับระยะห่างของตัวอักษร และช่องว่างระหว่างบรรทัด สามารถปรับได้ 3 ระดับ เพื่อให้อ่านข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

Large Cursor

การเพิ่มขนาดลูกศรชี้ตำแหน่ง

ขยายขนาดของลูกศรชี้ตำแหน่ง (Cursor) ให้ใหญ่ขึ้นถึง 400%


Reading Guide

เส้นช่วยในการอ่าน

จะมีเส้นปรากฏขึ้น พร้อมกับการเลื่อนลูกศรชี้ตำแหน่ง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถโฟกัสข้อความที่ต้องการอ่านได้สะดวกขึ้น

Highlight Links

เน้นการเชื่อมโยง

ช่วยเน้นและแยกส่วนของลิงค์หรือปุ่มต่างๆ ออกจาก เนื้อหาภายในเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถมองเห็นปุ่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Change Color

เลือกปรับชุดสี

สามารถเลือกปรับชุดสีของเว็บไซต์ได้ 4 แบบตัวอักษรและปุ่มต่างๆ มีสีเข้มคมชัด มองเห็นได้ชัดเจน

Museum Engagement


ไทม์ไลน์ ทำลาย/ทำไร ราชดำเนิน

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-14 รูป จากทั้งหมด 14 รูป

นิทรรศการผสานวัย ใน “ล่องรอย ราชดำเนิน” ตอนที่ 2

ไทม์ไลน์ ทำลาย/ทำไร ราชดำเนิน

 

 


‘ราชดำเนิน’ หาใช่ ‘สถานที่’ หากแต่เป็น ‘คน’ มีชีวิต มีลมหายใจ มีอายุยืนยาวถึง 121 ปี จึงได้รวบรวม เรียบเรียงเป็น ‘Timeline’ ให้เห็นว่า ‘ราชดำเนิน’ อยู่ในความรู้สึกและความทรงจำของคนไทยมาทุกยุคสมัยตลอดมาและตลอดไป…

ราชดำเนินจึงใช่เพียง ‘My ราชดำเนิน’ หรือ ‘Your ราชดำเนิน’ ของคนใดคนหนึ่ง หากแต่เป็น ‘Our ราษฎร์ดำเนิน’ ของคนไทยทุกคน”

 

 

วรพรรณ พันธ์พัฒนกุล
ภัณฑารักษ์วัยเก๋า

 

 


“มิวเซียมสยาม เป็นเหมือนห้องทดลองของวงการพิพิธภัณฑ์ โดยไม่รอช้า ปลายปี 2561 เรารีบคว้าโจทย์ ‘สังคมสูงวัย’ ที่กำลังฮ็อต มาเป็นหัวข้อการวิจัย และการทำนิทรรศการหมุนเวียนชุดใหม่ของเรา ... ‘ล่องรอยราชดำเนิน : นิทรรศการผสานวัย’ ซึ่งมีภัณฑารักษ์วัยเก๋ามาช่วยเล่าและสร้างสรรค์ ถึง 16 ท่านนับว่าเป็นนิทรรศการที่เปลืองภัณฑารักษ์ที่สุดเท่าที่มิวเซียมเคยทำมา”

 

 

ทวีศักดิ์ วรฤทธิ์เรืองอุไร
หนึ่งในภัณฑารักษ์นิทรรศการ ”ล่องรอยราชดำเนิน : นิทรรศการผสานวัย”

 

 

 

 

 

บทความนี้จะพูดถึงหนึ่งในภัณฑารักษ์วัยเก๋าของนิทรรศการ "ล่องรอย ราชดำเนิน : นิทรรศการผสานวัย" คือ “ป้าพรรณ” คุณวรพรรณ พันธ์พัฒนกุล

 

เหตุที่เรียกว่าป้าพรรณ ต้องออกตัวว่าเราไม่ได้เรียกคำนำหน้านามของภัณฑารักษ์วัยเก๋าเหมือนกันทุกคน ก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาแทนตัวเองว่าอย่างไร พี่บ้าง ป้าบ้าง อาจารย์บ้าง ลุงบ้าง เอาที่สบายใจ แล้วเราก็เรียกตามโดยที่ไม่ได้มีเรื่องของอายุเป็นเกณฑ์  ป้าพรรณเป็นผู้เข้าร่วมอบรมที่มาพร้อมกับประสบการณ์ทำงานเป็นอาสาสมัครที่ ยังแฮปปี้ YoungHappy เป็นกลุ่มเพื่อสังคม สร้างสรรค์กิจกรรมให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตอย่างสนุก มีคุณค่า และพึ่งพาตัวเองได้ (คลิกเพื่อเข้าชมเพจ) ป้าพรรณจึงมีประสบการณ์ร่วมทำกิจกรรมสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุมาก่อน และสมัครเข้าร่วมโครงการภัณฑารักษ์วัยเก๋าเล่าเรื่องราชดำเนินกับมิวเซียมสยาม

 

ก่อนจะกล่าวว่าป้าพรรณคือใคร ซึ่งจะกล่าวต่อไปข้างหน้า ขอกล่าวถึง character (คุณลักษณะ) ของป้าพรรณ “ป้าพรรณเป็นคนชอบแจก” ในการทำงานร่วมกับป้าพรรณ ค้นพบว่า ป้าพรรณมีขนมสาหร่ายทอดกรอบโรยหน้าด้วยทุเรียนทอดมาแจกทีมงานเสมอ ๆ ตอนหลัง ๆ เป็นขนมเปี๊ยะไข่เค็มลาวา นั่นก็คือ character (คุณลักษณะ) การแจกของป้าพรรณ วันนี้เราเลยเอาผลงานของป้าพรรณมาแจกเสียเลย…. นั่นคือ “ไทม์ไลน์” (Timelime) ถนนราชดำเนินในระยะเวลา 121 ที่ป้าพรรณทำขึ้นในช่วงเวลาที่ร่วมงานกับมิวเซียมสยาม ซึ่งป้าพรรณเคยกล่าวไว้ว่า

 

“ความชอบอ่าน ชอบลงพื้นที่ เราเป็นคนชอบเขียน เลยชอบทำไทม์ไลน์”

 

ก็ในเมื่อป้าพรรณชอบทำไทม์ไลน์ต่าง ๆ บนโลกใบนี้ เราเลยมาทำไทม์ไลน์ป้าพรรณกันบ้าง ^ ^ (ก่อนจะรับของแจกจากป้าพรรณ)  

 

 

ไทม์ไลน์ป้าพรรณ

 

พ.ศ. 2500 เกิดที่จังหวัดพะเยา

 

พ.ศ. 2517 เข้ากรุงเทพและเริ่มเห็นถนนราชดำเนิน “มาอยู่กรุงเทพ ปี 2517 มาสอบเข้าเตรียมอุดม แต่ไม่ติด เลยมาติดที่เบญจมราชาลัย และใกล้บ้าน เรียนชั้น มศ.4 อาศัยอยู่วิสุทธิกษัตริย์ หลังโรงแรม 888 อยู่กับน้า 2 ปี อายุ 17”

 

พ.ศ. 2519 เข้าเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะนิเทศศาสตร์ โดยย้ายไปอยู่หอใน เป็นที่มาที่ป้าพรรณกลายเป็นชาว “หอซีมะโด่ง” ความที่เคยเป็นชาวหอนี้เองที่ภายหลังป้าพรรณในฐานะศิษย์เก่าก็ได้กลับมาทำหนังสือเกี่ยวกับหอพักแห่งนี้ อีกทั้งความทรงจำของป้าพรรณในช่วงเวลาที่อยู่หอในนั้นดันมีความทรงจำไปคาบเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียงกับถนนราชดำเนินนั่นคือ ธรรมศาสตร์ และสนามหลวง

 

“ตอน อายุ19 รูมเมทเรียนรัฐศาสตร์ มาร่วมด้วย [ร่วมชุมนุมที่ธรรมาศาสตร์] แล้วหายไป ช่วงนั้นเป็นเสาร์อาทิตย์ ที่คณะมีรับน้องที่เขาใหญ่ ญาติโทรหา แล้วไม่ได้รับ ญาติเลยมาหา เลยรู้ว่าเราไปรับน้อง ตอนเรียนที่พะเยาเป็นคนพูดเก่ง ที่บ้านเลยกังวล คิดว่าเราอยู่ในนั้น เลยให้คนมาตาม”

 

“รูมเมทไปหลายวันแล้ว ไป ๆ มา ๆ แล้ววันนั้นมีการปราบปราม เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากนั้นรูมเมทกลับมาหลังจากหายไปหลายวัน แต่เขาไม่เล่าอะไรให้ฟัง เพื่อนที่คณะก็หาย หายเข้าป่าไปเลยก็มี เพื่อนที่หอก็หายไปเยอะ”

 

 

พ.ศ. 2560 ป้าพรรณทำไทม์ไลน์ซีมะโด่ง
จากไทม์ไลน์ “100 ปี ซีมะโด่ง” ถึง “121 ปีราชดำเนิน”

 

ป้าพรรณ เคยสังเคราะห์เนื้อหาและข้อมูลออกมาเป็นไทม์ไลน์ ประจวบเหมาะกับนิทรรศการของมิวเซียมสยามบางนิทรรศการโดยปกติที่ผ่านมา ในโซนแรก ๆ ก็เปิดด้วยไทม์ไลน์อยู่แล้ว เลยเป็นจุดเด่นของป้าพรรณที่จะดึงมาช่วยในส่วนนี้ได้ดี

 

หนังสือที่ป้าพรรณเคยร่วมทำคือ หนังสือ “รฤก 100 ปี ซีมะโด่ง” ของสมาคมนิสิตเก่าหอพักจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ป้าพรรณมีส่วนร่วมในกองบรรณาธิการร่วมกับกลุ่มศิษย์เก่าหอพักจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจากบทบรรณาธิการระบุว่าเป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้มีอาชีพเกี่ยวข้องกับการทำหนังสือโดยตรง มาช่วยกันค้นคว้าข้อมูล และทำหนังสือประวัติหอพักขึ้นมา ซึ่งหน้าแรก ๆ ของหนังสือก็ทำไทม์ไลน์

 

ภาพไทม์ไลน์ของหนังสือ ซีมะโด่ง ที่ระลึกหอพักนิสิตจุฬา

 

 

…. และที่สำคัญ ป้าพรรณก็เอาหนังสือซีมะโด่ง (ที่มีไทม์ไลน์) มาแจกพวกเราอีกนั่นแหละ ทำให้เรารู้ว่าป้าพรรณชอบทำไทม์ไลน์

 

 

 

 


พ.ศ. 2562 ป้าพรรณในค่าย “ภัณฑารักษ์วัยเก๋า เล่าเรื่องราชดำเนิน”

 

โครงการ “ภัณฑารักษ์วัยเก๋าเล่าเรื่องราชดำเนิน” โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 และสิ้นสุดวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

 

ในช่วงเวลาที่อบรม ป้าพรรณเดินเข้ามาหาเราและพูดตั้งแต่แรก ๆ ว่า “อยากแจก” โดยปกติป้าพรรณมักจะเข้าร่วมอบรมและเป็นคนชอบจดบันทึก เมื่อบันทึกแล้วป้าพรรณก็มักจะพิมพ์แจกผู้เข้าร่วมอบรมคนอื่น ๆ การได้แจกเนื้อหาอะไรบางอย่างจากสิ่งที่ป้าพรรณได้จากการอบรมจึงเป็นวัตถุประสงค์ส่วนตัวของป้าพรรณ

 

ข้อมูลที่ป้าพรรณสั่งสมมาเพื่อนำไปทำไทม์ไลน์นั้น ได้มาจากการจดบันทึกการบรรยายตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมอบรม เช่น การบรรยายในวันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เรื่อง “ราชดำเนิน” โดย ศ.ดร. ชาตรี ประกิตนนทการ, และวันเดียวกันก็ลงพื้นที่ด้วยการ City Tour สถานที่บนราชดำเนิน, ลงพื้นที่ชุมชนใกล้เคียงราชดำเนิน ในวันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้น เป็นข้อมูลประวัติศาสตร์ระหว่างทางที่ป้าพรรณค่อย ๆ จดมา และยังค้นคว้าเพิ่มเติม โดยมีกลุ่มนักเรียนประวัติศาสตร์คอยช่วยเหลือ

 

 

 

 

และเมื่อผ่านการอบรมไปป้าพรรณก็รับไอเดียต่าง ๆ ที่ทำงานร่วมกับคนต่างวัย ไม่ว่าจะเป็นการทำกราฟิกไทม์ไลน์ขึ้นมาให้อ่านง่าย หรือการนำเกมเข้ามาช่วยให้ผู้ชมมีปฏิสัมพันธ์กับไทม์ไลน์ของป้าพรรณ ป้าพรรณจึงต้องทำงานร่วมกับทีมวัยรุ่นคนอื่น ๆ และทำเกมร่วมกับ กฤษตฤณ วีระฉันทะชาติ เพราะเป็นคนที่เคยมีประสบการทำบอร์ดเกมมาก่อน จนพัฒนาเป็นเกมที่เหมือนการทดสอบหลังชม

 

การสุมหัว ใน เวิร์กชอป ภัณฑารักษ์วัยเก๋า เล่าเรื่องราชดำเนิน

 

โดยที่โจทย์ของการแจกก็ยังไม่ทิ้ง การแจกในรูปแบบที่ป้าพรรณและกลุ่มวัยรุ่นคิดร่วมกันคือแจกไทม์ไลน์ในรูปแบบรหัสคิวอาร์ (QR code) (ที่ท่านจะได้รับรหัสคิวอาร์ที่แนบมาท้ายบทความนี้นั่นแหละ) และอีกอย่างที่เป็นความปรารถนาของป้าพรรณเองคือการแจกในรูปแบบของหนังสือเล่มเล็ก ป้าพรรณเรียบเรียงเองและให้เด็ก ๆ ช่วยตรวจทาน และไม่ขออะไรมาก ขอให้ถ่ายเอกสาร ให้ป้าพรรณได้แจกให้ผู้ชมสูงวัยแค่นี้ป้าก็ "ฟิน"  ส่วนผู้ชมเด็ก ๆ ก็สแกนรหัสคิวอาร์ (QR code) ไป

 

 

 

 

 

 
เมื่อถึงวันจัดแสดงนิทรรศการ "My ราชดำเนิน" (ซึ่งเป็นเหมือนการประมวลผลท้ายเวิร์กชอป เราเลือกที่จะจัดในห้องสมุดของมิวเซียมสยาม)  นิทรรศการของป้าพรรณประกอบด้วยเกมที่ป้าพรรณและทีมวัยรุ่นช่วยกันคิดและผลิตจนสำเร็จ เดิมที คนนำเสนอเกมจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ช่วยสุมหัวกับป้าพรรณ แต่ในเมื่อทีมงานมีจำนวนจำกัดจึงต้องวนไปช่วยภัณฑารักษ์วัยเก๋าท่านอื่น ป้าพรรณจึงต้องรับบทเป็นผู้นำเสนอเกมเองแม้จะบ่น ๆ ว่าไม่ใช่วิถีที่ถนัด แต่ท้ายที่สุดก็เป็นป้าพรรณนั่นแหละ ที่เรียกแขกเข้าซุ้มของตนเองด้วยการนำเกมมาหลอกล่อ และอธิบายเกมด้วยความคล่องแคล่ว

 

 

พ.ศ. 2563 ป้าพรรณ ทำนิทรรศการ “ล่องรอย ราชดำเนิน : นิทรรศการผสานวัย”

 

ในขั้นตอนการทำนิทรรศการ เรามัก “สุมหัว” อันเป็นศัพท์ที่ใช้แทนการประชุมระดมความเห็นร่วมกัน ใช้กันแพร่หลาย รวมถึงใน "ไลน์กรุ๊ป" ภัณฑารักษ์วัยเก๋า เช่น “นัดกันไปสุมหัว” “พี่ขอไปสุมหัวด้วยคน”

 

ในกระบวนการนี้ ป้าพรรณ รวมถึงภัณฑารักษ์วัยเก๋าคนอื่น ๆ และทีมทำนิทรรศการ มีโจทย์ร่วมกันที่จะต้องนำนิทรรศการขนาดย่อม "My ราชดำเนิน" จากการอมรมเชิงปฏิบัติการ "ภัณฑารักษ์วัยเก๋าเล่าเรื่องราชดำเนิน" มาพัฒนาต่อ หรือคิดใหม่เป็นอีกชิ้นไปเลยก็ย่อมได้ถ้ามีแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ระหว่างทาง

 

ในส่วนของป้าพรรณ ได้นำงานวิจัยที่เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับนิทรรศการนี้ (ซึ่งจัดทำโดย ศ.ดร. ชาตรี ประกิตนนทการ) มาสังเคราะห์ร่วมกัน และแลกเปลี่ยนความคิดกันว่าควรจะเพิ่มข้อมูลอะไรบ้าง ทีมทำนิทรรศการของมิวเซียมสยามได้ค้นคว้าข้อมูลมาเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ โดยป้าพรรณได้ช่วยสกัดและสร้างประเด็นธีมของเนื้อหา รวมถึงได้ช่วยคัดเลือกสถานที่บนถนนราชดำเนินที่จะนำมาขยายความในนิทรรศการ (เราตั้งชื่อให้ว่า "แลนด์มาร์ค" ซึ่งมาจากเกมออนไลน์ "Monopoly" ที่กำลังฮิตในขณะนั้น)

 

การเลือก "แลนด์มาร์ค" เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเรากำลังเล่าเรื่องราวเล็ก ๆ ที่ประกอบกันเป็นภาพใหญ่ของถนนราชดำเนินทั้งสาย ทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยป้าพรรณเสนอให้เลือกแลนด์มาร์คที่บรรจุความทรงจำร่วมของผู้คนในสังคมไว้

 

“ส่วนความทรงจำคนเล็กคนน้อยจะไปสอดแทรกในโซนอื่น ๆ เอาแค่อันเด่น ๆ มันยากตรงที่ว่าสถานที่ในราชดำเนินมีมาก เหตุการณ์ก็มาก แค่สนามหลวงก็เยอะแล้ว” (ในนิทรรการแลนมาร์คสนามหลวงจึงมีไทม์ไลน์เป็นของตนเอง) ดูภาพประกอบด้านล่าง

 

 

 

งานของป้าพรรณยังไม่แล้วล่วง  ป้าพรรณกับทีมงานยังคิดล่วงหน้าไปอีกว่า ไทม์ไลน์นี้ควรจะต้องเป็นแอนิเมชั่นโซนเปิดนิทรรศการด้วย จึงได้ร่างแบบไว้ (ดังภาพด้านล่าง) เผื่อว่า เมื่อมิวเซียมสยามได้ผู้รับจ้างออกแบบและก่อสร้าง ก็จะได้สามารถดำเนินการต่อได้ทันที

  

prototype ที่ไม่ได้นำออกมาใช้

 

ปรากฏว่า แบบที่ร่างไว้นั้น ... ไม่ได้ใช้ !!

 

ในช่วงพัฒนาแบบ ทีมคิดว่า แอนิเมชั่นโซนเปิดน่าจะอธิบายแนวคิด contested space มากกว่าเรื่องไทม์ไลน์ เพราะเป็นสิ่งที่เข้าใจยากกว่า และเราก็ได้ธีมที่เราตื่นเต้นกันมากที่คิดออกมาได้ นั่นคือ ถนนราชดำเนิน คือ เวที(มวย)ราชดำเนิน บทแอนิเมชั่นก็เขียนสไตล์พากย์มวย (มันส์มาก รีบมาดูนะ)

 

แต่ ไทม์ไลน์ ก็สำคัญ

 

ทีมจึงมอบผนังที่ใหญ่ที่สุดในนิทรรศการยาว 5 เมตร สำหรับไทม์ไลน์ของป้าพรรณ (จ้า)

 

 

 

 

เกิดเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ทั้งวีดิทัศน์ (แอนิเมชั่น) ที่ฉายบนเวทีมวย กับไทม์ไลน์ทำหน้าที่ร่วมกัน คือนำเสนอประวัติศาสตร์ถนนราชดำเนินในช่วงเวลาที่ยาวมาก แต่ก็แบ่งกันทำงาน คือ วีดิทัศน์บนเวทีมวยเล่าแบบมีธีม และทำหน้าที่นำเสนอคอนเส็ปต์ในรูปแบบภาพและเสียง ว่า ราชดำเนินเป็นพื้นที่แห่งการ "ประชัน" แนวคิด ระหว่าง "ความเป็นสมัยใหม่" (modernity) ที่เพิ่งนำเข้ามากับแนวคิดเดิมที่ดำรงอยู่ก่อน  ส่วนไทม์ไลน์บนผนังทำหน้าที่บอกข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาด้วยตัวอักษร ว่าปีนั้น ๆ เกิดอะไร ทั้งสองส่วนนี้ได้ช่วยกันปูพื้นฐานให้ผู้ชมก่อนรับชมนิทรรศการในโซนถัดไป

 

 

กลับมาที่เรื่องการแจกของป้าพรรณ 

 

ป้าพรรณยังไม่เคยลืมเรื่อง “การแจก” นำกลับมาทบทวนตลอดการ “สุมหัว”


“สมมุติต้องมาพิมพ์แจกผู้ชม เราไม่ควรทำให้แผ่นใหญ่เกิน ไม่อย่างนั้นคนก็เอาไปกองที่บ้าน เอาไปทิ้งเสียดาย ของแจก ณ ปัจจุบันนี้ก็เป็นแบบนี้”

 

ไทม์ไลน์ป้าพรรณได้รับการแจกในรูปแบบรหัสคิวอาร์ (QR code) แล้ว ซึ่งอยู่ในกล่อง prototype ของป้าพรรณ โซนภัณฑารักษ์วัยเก๋า

 

แจกหนังสือเล่มเล็กป้าพรรณก็เคยแจกแล้ว...วันนี้เลยลองแจกบนโลกโซเชียลกันบ้าง จะได้สมดั่งใจ (ปรารถนา) ป้าพรรณ และก็จะได้ไม่มีใครนำไปทิ้งอย่างที่ป้าพรรณกังวล คลิกที่นี่ รับของแจกจากป้าพรรณ

 

 


"ไทม์ไลน์" ทำ ทำไม :
นักเรียนประวัติศาสตร์ถอดบทเรียนจากประสบการณ์ทำงานร่วมกับ "ป้าพรรณ"


...งืม ป้าพรรณทำไทม์ไลน์ทำไมหนักหนา ? (เรียกเก๋ ๆ ว่าถอดบทเรียน)

 

ไทม์ไลน์เป็นเหมือนบันทึกช่วยจำ สิ่งที่นักเรียนประวัติศาสตร์มักทำกันคือนำเวลาและเหตุการณ์มากรอกลง Microsoft Excel

 

ซึ่งการทำไทม์ไลน์เป็นบันทึกช่วยจำ และสามารถสร้าง "พล็อตเรื่อง" (plot) ได้ เพราะเราอาจจะเห็นข้อมูลบางอย่าง ซ้ำ ๆ หรือเกิดความคิดรวบยอดนำมาสร้างเป็นธีม ซึ่งไทม์ไลน์ของป้าพรรณก็เป็นเช่นนั้น คือ มีการจัดหมวดหมู่ข้อมูลจนสามารถแบ่งราชดำเนินออกเป็นยุคสมัยต่าง ๆ ได้ โดยในแต่ละยุคก็มีแก่นเรื่องเฉพาะของตนเอง จากเดิมที่ป้าพรรณกังวลว่า ไม่รู้จะเล่าอะไรดี และมักออกตัวอยู่บ่อย ๆ ว่าไม่ค่อยมีประสบการณ์เกี่ยวกับราชดำเนินเท่ากับภัณฑารักษ์วัยเก๋าท่านอื่น ๆ

 

"ไม่ค่อยได้เข้าไปแถวราชดำเนิน นั่งรถไปเรียนเท่านั้น ขึ้นรถเมล์หน้าวัดตรีทศเทพฯ มาลงเสาชิงช้า แล้วไปพานถม"

 

แต่การจดบันทึกระหว่างการร่วมกิจกรรรมค่าย “ภัณฑารักษ์วัยเก๋า เล่าราชดำเนิน” รวมถึงการประชุมที่ภัณฑารักษ์วัยเก๋ามักจะนิยามกันว่า “สุมหัว” ป้าพรรณที่เป็นคนชอบจด ก็จะจดข้อมูลต่าง ๆ ที่แต่ละคนเล่า แล้วนำมาเรียบเรียงเป็นไทม์ไลน์ ทำลาย/ทำไร เพื่อที่จะสร้างพล็อตที่มีช่วงเวลาขนาดยาว 121 ปี ว่า “ใคร” “ทำ (อะ) ไร” บนราชดำเนินบ้าง และแบ่งหมวดหมู่เหตุการณ์เป็นช่วงเวลาพร้อมทั้งตั้งชื่อตามสิ่งที่รวบยอดได้จากไทม์ไลน์ จัดหมวดหมู่ได้เป็น 5 ยุค

  1. ราชดำเนินแสงใหม่แห่งสยาม
  2. ราชดำเนินปฐมนามแห่งประชาธิปไตย
  3. ราษฎร์ดำเนิน เดินเที่ยว เดินประท้วง ตามวิถีถนัด
  4. ราชดำเนิน สู่สองศตวรรษรัตนโกสินทร์
  5. หลากสี หลายศิลป์ ณ ราช/ราษฎร์ ดำเนิน

 

ไทม์ไลน์ เป็นทั้งผลลัพธ์และเป็นทั้งเครื่องมือในเวลาเดียวกัน

 

ในนิทรรศการ ไทม์ไลน์ ทำหน้าที่ปูพื้นฐานข้อมูลให้กับผู้ชมนิทรรศการตั้งแต่แรกเข้า ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านั้น ไทม์ไลน์ ก็เป็นเครื่องมือที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูล ทำให้ป้าพรรณที่แต่เดิมไม่รู้ว่าจะเล่าอะไร สามารถเล่าเรื่องออกมาได้อย่างมีธีมที่น่าสนใจ

 

 

รัชนก พุทธสุขา

 

 

 

 

 

 


อ้างอิง


สมาคมนิสิตเก่าหอพักจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2560). รฤก ๑๐๐ ปี ซีมะโด่ง. กรุงเทพฯ:ไม่ปรากฏ.


สวัสดิ์ จงกล. (2552). ซีมะโด่งเยือนจุฬาฯ. หอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สืบค้นเมื่อ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2563. จาก อ่านออนไลน์

 

 

 

 

Relate

ศาลาเฉลิมไทย ตำนานโรงภาพยนตร์ไทย

สรวิชญ์ ฤทธิจรูญโรจน์

23 กรกฎาคม 2563

ความศักดิ์สิทธิ์ของชุดครุย

สรวิชญ์ ฤทธิจรูญโรจน์

17 สิงหาคม 2563

นิทรรศการผสานวัย ใน "ล่องรอยราชดำเนิน" ตอนที่ 1

คุณดาราณี เวชพงศา และ กองบรรณาธิการ Museum's Core

28 กรกฎาคม 2563