จินตนาการใน “จักรวาลชุดลิเก”

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-8 รูป จากทั้งหมด 8 รูป

 จินตนาการใน “จักรวาลชุดลิเก”

 

 

คุยกับ “แน็คกี้” พระเอกลิเกในชุดซูเปอร์ฮีโร่ คณะสองเทพบุตรสุดที่รัก

วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 

 

 

 

หากหัวใจของลิเก คือ ปฏิภาณ เชาวน์ไวในการขับร้อง “สนทนาโต้ตอบ” ระหว่าง นักแสดง กับ นักแสดง

 

ในวันนี้ ปฏิภาณ ดังกล่าวยังถูกสำแดงผ่านเครื่องแต่งกายที่ “สนทนาโต้ตอบ” ระหว่าง ลิเก กับ กระแสโลก บนภารกิจแบบเดียวกับซูเปอร์ฮีโร่ นั่นคือ การพิทักษ์แก่นแท้ และการดำรงอยู่ของลิเกในสังคมไทย

 

 

 


Museum’s core: มีแนวคิดอย่างไรที่ประดิษฐ์ชุดลิเกซูเปอร์ฮีโร่นี้ออกมาครับ


แน็คกี้: ครอบครัวผมเป็นลิเกตั้งแต่ปู่ย่าตายายจึงทำให้ผมเล่นลิเกมาโดยตลอด บวกกับผมโตมาเป็นเด็กทั่วไปที่ชื่นชอบซูเปอร์ฮีโร่ ส่วนการดัดแปลงชุดลิเกเป็นซูเปอร์ฮีโร่เกิดจากผมประกวดรายการ the comedian thailand ตอนประกวดก็มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น สไตล์ผมเองผมเป็นคนที่หลุดโลกอยู่แล้วครับ (หัวเราะ) “ผมทำในสิ่งที่เรารักให้มาอยู่ในสิ่งที่เรารัก” เพราะว่าลิเกเป็นสิ่งที่ผมรักอยู่แล้ว เป็นอาชีพของทางบ้าน เราเกิดมาเรามีเลือดลิเกอยู่แล้ว และในส่วนของซูเปอร์ฮีโร่เราก็รักของเราอยู่แล้วตั้งแต่เด็ก ๆ ก็เลยคิดว่าลองเอามันมาแมทช์กันดูไหม ว่ามันจะเป็นอย่างไร ก็เลยตัดชุดแรกมา คือชุดสไปเดอร์แมน พอตัดออกมาก็โดนผู้ใหญ่ในวงการลิเกตักเตือน แต่ผมก็ตัดมาเรื่อย ๆ ตัดชุดแบทแมน ชุดโดราเอม่อน ชุดธอร์ ผมตัดมาเป็นปีแล้วนะ แต่ตอนนี้กระแสเดอะอเวนเจอร์ (The Avenger) เพิ่งมา ก็เลยเป็นกระแสขึ้นมา

 

 

Museum’s core: ตอนตัดชุดลิเกซูเปอร์ฮีโร่มาใหม่ ๆ มีผู้ใหญ่ตักเตือน แล้วเราให้เหตุผลเขาว่าอย่างไรบ้างครับ


แน็คกี้: ผมก็บอกให้เขาดูที่จิตวิญญาณของผม ที่รักการสืบสานและรักษาศิลปวัฒนธรรมไทย ผมไม่ได้มีเจตนาจะทำลาย เพราะเด็ก ๆ สมัยนี้เปิดโซเชียลมีเดียขึ้นมา เขาจะเปิดดูลิเกไทยน้อยมาก เพราะฉะนั้นวันหนึ่งลิเกอาจจะหายไปก็ได้ และคนที่จะสืบสานมันไม่ใช่แค่พวกผมที่ทำอาชีพลิเก แต่คนรุ่นหลังทุกคนจะต้องสืบสาน เพราะตอนนี้สิ่งที่ดึงดูดเด็กสมัยนี้ก็เป็น เพลงสากล เกาหลีบ้างอะไรบ้าง ลิเกของเราไม่ได้ด้อยกว่าเลย เราแค่เอาความเป็นสมัยใหม่มาแมทช์ให้เด็กได้เห็นว่าลิเกมันเป็นแบบนี้นะ พอมาเห็นเราแต่งคล้ายซูเปอร์ฮีโร่ทำให้คนสนใจในตอนแรก พอสนใจแล้วเขาก็ไปศึกษาต่อว่าเมื่อก่อนลิเกมันเป็นแบบไหน ผมว่ามันมีแต่เรื่องดีนะครับพี่ เพราะเราใช้ความเป็นซูเปอร์ฮีโร่เป็นด่านแรกที่ทำให้คนรุ่นใหม่ หรือแฟนลิเกกลุ่มใหม่ ๆ มาสนใจลิเกก่อน หลังจากที่เขาสนใจเขาก็จะไปศึกษาหาความรู้ลึกลงไปอีก และอยากอนุรักษ์มากขึ้น

 

 

Museum’s core: การออกแบบชุดลิเกซูเปอร์ฮีโร่ใครเป็นคนออกแบบครับ


แน็คกี้: ผมเองครับ

 

 

Museum’s core: ในการออกแบบชุดมีอะไรที่ต้องรักษาแบบแผนไว้หรืออะไรที่สามารถลดทอนและใส่ความเป็นซูเปอร์ฮีโร่เข้าไปได้


แน็คกี้: คือชุดลิเกมันก็มีทรงของมันอยู่แล้วนะครับ เรายังรักษาทรงที่เป็นของลิเกเอาไว้ แต่เราก็จะดึงอัตลักษณ์ของชุดซูเปอร์ฮีโร่ออกมาให้ชัดเจน เช่นชุดแบทแมน ต้องมีโลโก้นะ ต้องมีผ้าคลุมนะ แต่ภาพรวมทุกอย่างยังดูเป็นลิเกหมดนะครับ แค่มีการดีไซน์ชุดออกมาใหม่

 

 

Museum’s core: แล้วส่วนของเนื้อเรื่องเปลี่ยนไปไหมครับ


แน็คกี้: เนื้อเรื่องไม่ได้เปลี่ยนครับ

 

 

Museum’s core: ชุดอยู่ที่ราคาเท่าไหร่ และใช้เวลาตัดเย็บนานไหมครับ


แน็คกี้: อยู่ที่ประมาณ 15,000 - 20,000 แล้วแต่เพชรแล้วแต่คริสตัลที่เราจะใส่ ตัดเย็บไม่นานครับ ผมจะวางแบบเอาไว้ตั้งแต่แรก และไปคุยกับช่าง ใช้เวลาประมาณหนึ่งอาทิตย์ก็ตัดชุดเสร็จแล้วครับ

 

 

Museum’s core: ก่อนหน้านี้เคยคิดประดิษฐ์ชุดอื่นไหมครับ


แน็คกี้: มีเยอะเลยครับ มี Iron Man คิดไว้เยอะเลยครับ หลังจากนี้ก็จะทำอีก

 

 

Museum’s core: ในความเป็นลิเกมีสิ่งไหนที่เราอยากจะปรับเปลี่ยน และมีสิ่งไหนที่เราคิดว่าควรรักษาไว้


แน็คกี้: ตัวตนหรือหัวใจของความเป็นลิเกที่ไม่อยากจะปรับเปลี่ยนเลยเนี่ย คือเรื่องของการร้องการรำจะต้องรักษาไว้ ส่วนเครื่องแต่งกายผมว่าปรับได้นะ แล้วแต่สไตล์

 

 

Museum’s core: ผลตอบรับของชุดลิเกซูเปอร์ฮีโร่เป็นอย่างไรบ้างครับ


แน็คกี้: ก่อนหน้าผมก็มีกลุ่มแฟนคลับอยู่แล้วนะครับ แต่คนดูกลุ่มใหม่ ๆ ที่ได้เข้ามาเนี่ยคือเด็กตัวน้อย ๆ ที่เป็นกลุ่มที่ไม่ดูลิเกแน่ ๆ เขาจะชอบดู Ben10 ชอบดูการ์ตูน อะไรพวกนี้มากกว่า แต่หลังจากที่ผมทำชุดลิเกซูเปอร์ฮีโร่ก็จะมีเด็ก ๆ มาออกันอยู่หน้าเวที มาเรียก “พี่ ๆ” “พี่แบทแมน” “พี่สไปเดอร์แมน” เป็นฮีโร่ของเด็ก ๆ ในแบบฉบับลิเก เราเลยได้คนดูกลุ่มใหม่มา

 

 

Museum’s core