Muse Around The World


พิพิธภัณฑ์เทพีเสรีภาพแห่งใหม่พร้อมเปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้!

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-24 รูป จากทั้งหมด 32 รูป

               

 

               เมื่อพูดถึงสัญลักษณ์แห่งมหานครนิวยอร์กหลายคนคงจะนึกถึง Statue of Liberty หรือ อนุเสาวรีย์เทพีเสรีภาพ ตั้งอยู่ ณ เกาะลิเบอร์ตี เป็นของขวัญที่ชาวฝรั่งเศสมอบให้แก่ชาวอเมริกัน ในวันที่อเมริกาเฉลิมฉลองวันชาติครบ 100 ปี ในวันที่ 4 กรกฎาคม 1876 นอกจาก Statue of Liberty จะเป็นแลนมาร์คที่สำคัญของมหานครนิวยอร์กแล้ว ในปี 2019 นี้ เกาะลิเบอร์ตี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจให้กับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นด้วยการเปิดพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ “The Statue of Liberty Museum” เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา นายแดงจึงไม่พลาดที่จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับพิพิธภัณฑ์เทพีเสรีภาพแห่งใหม่นี้อีกเช่นเคย

 

 

 

                อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ หรือ เทพีเสรีภาพ ได้แบบมาจากเทพเจ้าแห่งเสรีภาพของชาวโรมัน ในภาษาอังกฤษ เรียกว่า “Statue of Liberty” แต่เดิมชื่อว่า “Liberty Enlightening the World” เป็นประติมากรรมโลหะสำริด หล่อเป็นรูปเป็นหญิงสาวสวมเสื้อคลุม มือขวาถือคบเพลิง เป็นสัญลักษณ์แทนแสงสว่างแห่งเหตุผล ส่วนมือซ้ายถือหนังสือกฎหมายที่มีวันที่การลงนาม คำประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา (The Declaration of Independence) คือวันที่ 4 กรกฎาคม 1776 จารึกไว้ เท้าข้างหนึ่งมีโซ่ที่ขาด แสดงถึงความหลุดพ้นจากการเป็นทาส สวมมงกุฎ 7 แฉกซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของทะเลทั้งเจ็ด หรือทวีปทั้งเจ็ด โครงสร้างภายในของอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพได้รับการออกแบบโดย อเล็กซานเดอร์ กุสตาฟ ไอเฟล (Alexandre-Gustave Eiffel) คนเดียวกับที่ออกแบบหอไอเฟล (Eiffel Tower) ในฝรั่งเศส ตัวรูปปั้นของเทพีมีความสูง 152 ฟุต แขนยาว 42 ฟุต เมื่อนำมาต่อเป็นรูปร่างจะมีความสูงถึง 302 ฟุต (วัดจากปลายคบไฟถึงปลายเท้า) ภายในมีบันไดวนรวมทั้งสิ้น 162 ขั้น และพิพิธภัณฑ์ที่ส่วนฐานของอนุสาวรีย์ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1984 องค์การยูเนสโก ประกาศให้อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ เป็นมรดกของโลก ซึ่งประวัติทั้งหมดของการเริ่มก่อสร้างอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ รวมไปถึงการขนส่งขนย้ายข้อมูลเหล่านี้จะถูกรวบรวมไว้ที่พิพิธภัณฑ์เทพีเสรีภาพแห่งใหม่ The Statue of Liberty Museum นั่นเอง

 

  

               พิพิธภัณฑ์อนุเสาวรีย์เทพีเสรีภาพ เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2019 และกำลังจะกลายเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเกาะลิเบอร์ตี้อีกหนึ่งแห่ง ส่วนหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญในการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์เทพีเสรีภาพแห่งใหม่นี้เนื่องมาจาก ในทุกๆ ปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมเทพีเสรีภาพมากกว่าปีละ 4 ล้านคน แต่มีนักท่องเที่ยวเพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่สามารถเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ (เก่า) ที่อยู่ตรงทางเดินภายในเทพีเสรีภาพ  ตามปกติแล้ว ประชาชนสามารถขึ้นไปชมวิวบนส่วนหัวมงกุฎของเทพีได้ แต่หลังเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน ค.ศ. 2001 ทางการได้สั่งปิดอนุสาวรีย์ และเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปที่เกาะ เพื่อชมความสวยงามของอนุสาวรีย์จากด้านล่างได้ รวมถึงพิพิธภัณฑ์ที่ส่วนฐานของอนุสาวรีย์ ซึ่งมีพื้นที่ค่อนข้างเล็ก รวมถึงเหตุผลด้านความปลอดภัย จึงริเริ่มที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ขึ้นบริเวณด้านหลังอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ ด้วยงบประมาณการสร้าง 100 ล้านเหรียญ จากการระดมทุนขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไรโดยมูลนิธิ Statue of Liberty-Ellis Island Foundation ใช้เวลาการระดมทุนกว่า 5 ปี บนพื้นที่กว่า 26,000 ตารางฟุต พื้นที่กว้างขวางกว่าเดิมสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก

 

 

 

               ตัวพิพิธภัณฑ์เป็นอาคารเรือนกระจกความสูง 22 ฟุต เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาทำให้มองเห็นทัศนียภาพโดยรอบแบบ 360 องศา หลังคาเป็นหญ้าสีเขียวสามารถขึ้นไปเดินเล่นชมวิวของเกาะได้ บริเวณห้องโถงตรงกลางจะได้พบกับ คบเพลิงอันแรกของอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ ที่เคยถูกใช้งานจนถึงปี 1986 และถูกเปลี่ยนเมื่ออนุเสาวรีย์เทพีเสรีภาพมีอายุครบ 100 ปี นำมาจัดแสดงให้ได้ชมกันอย่างใกล้ชิด รวมถึงชิ้นส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ส่วนหัวที่เป็นใบหน้า นิ้วมือ นิ้วเท้า ที่เป็นทองแดงจำลองขนาดเท่าของจริงมาให้เด็กๆ ได้ปีนป่ายและสัมผัสเสมือนได้เห็นหน้า Lady Liberty แบบใกล้ชิดทุกซอกทุกมุม ส่วนเนื้อหาของนิทรรศการจะเกี่ยวกับอุดมคติ และเรื่องราวประวัติศาสตร์ของการก่อสร้างรูปปั้นเทพีเสรีภาพขึ้นมา ผ่านรูปแบบการนำเสนอแบบ Interactive ให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมและทำให้นิทรรศการดูไม่น่าเบื่อ

 

 

 

 

               นิทรรศการที่จัดแสดงประกอบด้วยพื้นที่แกลอรี่ 3  ส่วน เพื่อบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเทพีเสรีภาพ คือ The Immersive Theater จะจัดฉายภาพยนตร์สั้นราวๆ 8-10 นาที เกี่ยวกับต้นกำเนิดของอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ ส่วนที่ 2 Engagement Gallery เป็นแกลอรี่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสตูดิโอประติมากรที่ผู้เข้าชมสามารถดูกระบวนการก่อสร้างของ Lady Liberty ได้ทีละขั้นตอนจากแบบจำลองปูนปาสเตอร์ขนาดเล็ก ไปจนถึงการหล่อแผ่นทองแดงลงบนแม่พิมพ์ขนาดใหญ่ขั้นตอนสุดท้ายของการขึ้นแบบรูปปั้นเทพีเสรีภาพ ผู้เข้าชมจะได้เจาะลึกเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาตร์ของรูปปั้น การออกแบบและบทบาทในโลก ร่วมถึงอุดมคติในเรื่องของเสรีภาพผ่านสิ่งประดิษฐ์ กราฟฟิค และ Interactive Multimedia และส่วนสุดท้าย Inspiration Gallery ในโซนนี้ผู้ชมสามารถเพิ่มภาพเหมือนของตนเองและร่วมสร้างแรงบันดาลใจบนภาพจิตรกรรมฝาผนังดิจิตอลได้ อีกหนึ่งไฮไลท์ที่จะพลาดไม่ได้ก็คือ คบเพลิงอันแรกของอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ ที่ถูกเปลี่ยนเมื่อปี 1986 รวมอายุกว่า 102 ปี ก็จัดแสดงอยู่ในห้องนี้ด้วยเช่น สำหรับผู้ที่สนใจหรือมีโอกาสไปเยือนมหานครนิวยอร์คก็อย่าลืมแวะไปเยี่ยมชม The Statue of Liberty Museum โดยค่าเข้าชมจะรวมอยู่กับตั๋วเรือข้ามฟากไปยังเกาะลิเบอร์ตี้ ราคาตั๋วจะอยู่ที่ประมาณ $18.50 สำหรับผู้ใหญ่

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

-https://www.libertyellisfoundation.org

-https://www.interiordesign.net

-https://www.bostonglobe.com