Muse Around The World


สุดยอดของขวัญ สำหรับคนรักพิพิธภัณฑ์สมิธโซเนียน

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-5 รูป จากทั้งหมด 5 รูป

 

นอกจากคู่มือเที่ยวญี่ปุ่นแล้วซื้ออะไรเป็นของฝากดี การไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ชื่อดังหลายแห่งก็เรียกร้องคู่มือซื้อของฝากของขวัญที่น่าสนใจ โดยเฉพาะคอลลเลคชั่นของพิพิธภัณฑ์สมิธโซเนียนที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงงานศิลปะก็ล้วนแล้วแต่น่าเก็บสะสมไว้ เป็นเหตุให้ smithsonian.com คัดสรรของที่ระลึกน่าสะสมอันดับต้นๆ เป็นตัวช่วยให้กับผู้มาเยี่ยมเยือนพิพิธภัณฑ์ได้จับจอง  ซึ่งเราได้เลือกของที่ระลึก 5 ชิ้นมาบอกต่อกับคุณอีกที แต่ละชิ้นล้วนแล้วแต่ไม่มีใครเหมือน รวบรวมมาจากพิพิธภัณฑ์ทั้ง 19 แห่งของสถาบันสมิธโซเนียน ไม่ใช่แค่ในวอชิงตัน ดี.ซี. และนิวยอร์กซิตี้ แต่ยังรวมถึงพันธมิตรที่เป็นสถาบันด้านวัฒนธรรมทั่วสหรัฐอเมริกาและในต่างแดนที่ทำงานร่วมกัน ในการพัฒนาองค์ความรู้และการวิจัยข้อมูลที่ซับซ้อน

 

  1. สมุดบันทึกลายพิมพ์รูปปลา (ที่มีที่มาไม่ธรรมดา) 13.99 ดอลลาห์สหรัฐ

หาซื้อได้ที่ไหน : ที่พิพิธภัณฑ์การออกแบบแห่งชาติ คูเปอร์-ฮิวอิท

ในปี 1914 ขณะล่องเรือที่มีภารกิจค้นคว้าวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อว่าโธมัส บาร์เรอราไปยังประเทศคิวบานักสัตววิทยา “พอล บาร์ทช” ก็ได้จดบันทึกความรู้แบบละเอียดยิบเพื่อใช้เป็นข้อมูลการศึกษาไว้ในสมุดบันทึกภาคสนามของเขา ที่เวลานี้ถูกเก็บรักษาไว้ในคอลเลคชั่นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งชาติสมิธโซเนียน สมุดบันทึกของพอล บาร์ทชเล่มนั้นได้เล่าถึงความน่าตื่นเต้นของการได้เห็นฝูงนกปากห่างสีขาวมากถึง 500 ตัว กำลังบินขึ้นเหนือป่าโกงกาง และบางครั้งก็มีข้อความเขียนถึงสูตรค็อกเทลที่ช่วยขจัดความหนาวที่ชงจากจินและเวอร์มุต (เหล้าองุ่นที่มีกลิ่นหอมเครื่องเทศ) เน็กตาร์ คาบาน่า และไข่ ที่มีข้อควรระวังเขียนไว้ว่าควรดื่มด้วยใจที่เปิดกว้างจริงๆ ด้วยความหนักหน่วงของสูตรเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นั่นทำให้สมุดโน้ตเล่มนี้เหมาะกับนักดูนก นักเดินทาง นักจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงดินฟ้าอากาศ ไปจนถึงการประชุมที่เปรียบได้เหมือนกับการเดินทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด

 

 

  1. แว่นหน้ากาก 3 มิติ สีแดงคลาสสิค 19.95 ดอลลาห์สหรัฐ

หาซื้อได้ที่ไหน : amazon.com

ก่อนการประดิษฐ์คิดค้นขั้นตอนการถ่ายภาพในปี 1838 ชาร์ลส วีสโตนได้พัฒนาเครื่องมองภาพ 3 มิติขึ้น

เพื่อดูภาพวาดและภาพ 3 มิติขึ้น มีการพัฒนาผ่านหลายยุคสมัย จนกระทั่งในปี 1939 ผู้ที่มองเห็นโอกาสการเติบโตในอนาคตก็ได้ปรับเปลี่ยนและต่อยอดสิ่งประดิษฐ์นี้ สู่การผลิตแว่นหน้ากาก (Viewmaster) ที่มีทั้งความสนุกและคลาสสิคอยู่ในตัว ก่อนได้รับการแนะนำสู่งานนิวยอร์ก เวิลส์ แฟร์  (โดยมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติอเมริกันดำเนินการสาธิตการใช้เครื่องมองภาพ3มิติที่สามารถตอบโต้ได้แบบ ‘interactive’ ตลอดทั้งวัน) และสำหรับผู้ถวิลหาอุปกรณ์ชมภาพ 3 มิติในยุคอดีต ก่อนที่เทคโนโลยีจะพาเราก้าวมาไกลจนถึงวันนี้ แว่นหน้ากาก 3 มิติ สีแดงคือสิ่งที่จะช่วยให้หลายคนสามารถย้อนเวลากลับไปเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขในวัยเด็กได้อีก และความสุขครั้งนี้สามารถหาได้ที่ amazon.com

 

 

  1. แปลงปลูกไม้อวบน้ำแนวตั้งสำหรับติดกำแพง 110 ดอลลาห์สหรัฐ

หาซื้อได้ที่ไหน : uncommongoods.com

เมื่อผู้เชี่ยวชาญด้านสวนชื่อดังของสมิธโซเนียน เจเน็ท เดรปเปอร์ อยากสร้างกำแพงสีเขียวในสวนของพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ติดกับพิพิธภัณฑ์เฮิร์ชฮอร์น เธอเลือกที่จะคัดสรรพันธุ๋ของไม้อวบน้ำที่ชอบความร้อนและเก็บสะสมน้ำไว้ได้นานๆ ความคิดนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2015 โดยเดรปเปอร์ได้เลือกต้นที่มีลักษณะใบและลำต้นอวบหนา จากนั้นจัดเรียงลงไปในส่วนผสมของดินที่ระบายน้ำได้ดี "ฉันกำลังมองหาสีและรายละเอียดของลวดลายที่น่าทึ่ง จึงพยายาม 'ระบายสี' ด้วยต้นไม้พวกนี้ โดยการสร้างรูปแบบและวิธีเลือกตำแหน่งของฉันเอง" ผลที่ได้คือผลงานที่สะดุดตาที่ได้รับคำชื่นชมอย่างกระตือรือร้นจากผู้เข้าชมที่เพลิดเพลินไปกับสวนเหล่านี้ ถ้าคุณอยากสร้างสวนเพื่อให้หายคิดถึงพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ขึ้นมาบ้าง ก็ใช้วิธีของเธอได้แล้วนับถอยหลังจนกระทั่ง 4 เดือนหลังจากนี้ เคล็ดลับ คือ ควรเริ่มปลูกในกระถางแนวตั้งก่อนให้รากยึดดินได้ดี สำหรับแปลงปลูกแนวตั้งติดผนังที่พิพิธภัณฑ์ใช้เป็นแปลงติดผนังที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษโดยเฮเธอร์ เอาช์เตอร์ โดยที่คุณเองก็หาซื้อได้เช่นเดียวกันที่เว็บไซต์  Uncommon Goods

 

 

  1. หนังสือปกแข็ง Art of the Airport by Carolyn Russo 29.61 ดอลลาห์สหรัฐ

หาซื้อได้ที่ไหน : Smithsonian Books

แล้วหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมที่คนเหลียวแลน้อยที่สุด อย่างหอการบิน (มีคนกล่าวอย่างนั้น) ก็เข้าตาและจับใจช่างภาพด้านอวกาศและการบินหญิงเก่งแห่งพิพิธภัณฑ์ยานบินและยานอวกาศแห่งชาติ (National Air and Space Museum) แคโรลีน รุสโซ เข้าให้อย่างจัง ช่างภาพหญิงคนนี้เคยเดินทางไปเยิ่ยมเยือนมาแล้ว 23 ประเทศทั่วโลก พร้อมกล้องดิจิตอล 35 มิลลิเมตรของเธอเอง แล้วหลังจากนั้นเธอนำเอาภาพโครงสร้างอาคารที่สูงตระหง่านหลายร้อยภาพเหล่านี้มาเลือกเล่าเรื่องแล้วมาร้อยเรียง สิ่งที่น่าสนใจขึ้นไปอีก คือ หอการบินบางแห่งยังการันตีการออกแบบโดยฝีมือสถาปนิกที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่ได้แก่ เอโร ซาริเนน นักออกแบบแนวนีโอฟิวริสติกและสถาปนิกชาวอเมริกันเชื้อสายฟินแลนด์ เซซาร์ เปลลี สถาปนิกชาวอาร์เจนตินา-อเมริกัน ผู้ออกแบบหลายตึกที่สูงที่สุดในโลก รวมถึงการออกแบบงานผังเมือง เกิร์ด เวนจ๊าด สถาปนิกผู้มีชื่อเสียงชาวสวีเดน

 

 

5.หนังสือปกแข็ง M Train by Patti Smith 13.75 ดอลลาห์สหรัฐ

หาซื้อได้ที่ไหน : amazon.com

แพตตี สมิธเป็นมากว่านักร้อง นักแต่งเพลง เพราะเธอยังได้รับการยกย่องจากบรรดาคนดนตรีว่าเป็นGodmother of Punk นอกจากนี้เธอยังเป็นกวีและคนทำงานศิลปะที่ทำงานทัศนศิลป์ นั่นยิ่งทำให้คนรุ่นใหม่ไม่ควรที่พลาดศึกษาชีวิต รวมไปถึงงานเขียนของเธอ โดยเฉพาะในฐานะนักประพันธ์ผู้ชนะรางวัล National Book Award จาก Just Kids ความเรียงเล่าช่วงชีวิตความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับศิลปินและช่างภาพรักแรกก่อนที่เขาจะเสียชีวิต และช่วงเวลาที่เธอชีวิตในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาในยุคบุปผาชน ในขณะที่ M Train เล่มนี้ก็มีความน่าสนใจอย่างมาก แพตตี สมิธบอกว่าเปรียบได้กับ “โร้ดแมปที่เป็นแผนนำทางชีวิตของฉัน” เรื่องราวที่มีสีสันเกิดขึ้นที่คาเฟ่และสถานที่หลายแห่งที่ไปเยือนและนั่งแช่เป็นประจำ อย่างกรีนวิช วิลลเลจ คาเฟ่ จากนั้นจิบกาแฟ แล้วค่อยๆ ครุ่นคิดและจดบันทึกด้วยการเขียนแบบร้อยแก้วลงในสมุดของเธอ สลับไปมาระหว่างความจริงกับความฝัน ปัจจุบันและอดีต รวมทั้งเดินทางผ่านภูมิทัศน์ของความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจของเธอ ทำความรู้จักกับบ้านหลังสีน้ำเงินสดของฟริดา คาห์โลในเม็กซิโก การพบปะนักสำรวจอาร์กติกในเบอร์ลิน คำที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร M และรสขมของกาแฟดำ

 

 

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก smithsonianmag.com และ amazon.com