Muse Around The World


พาชมพิพิธภัณฑ์อุนจิสีพาสเทล “Unko Museum” น่ารักสดใสสไตล์ญี่ปุ่น

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-22 รูป จากทั้งหมด 22 รูป

 

ญี่ปุ่นเปิดพิพิธภัณฑ์อุนจิชั่วคราวแห่งแรกของโลกที่ชื่อว่า “Poop Museum” หรือมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “Unko Museum” ถ้าพูดถึง “อุนจิ” หรือ “อุจจาระ” ก็อย่าเพิ่งร้องอี๋กันไป เพราะอุนจิที่ถูกนำมาจัดแสดงใน Unko Museum จะทำให้ทุกคนยิ้มไม่หุบเพราะความน่ารักตามแบบฉบับญี่ปุ่น ทำให้บรรดาอุนจิทั้งหลายถูกออกแบบให้มีหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูออกแนวฟรุ้งฟริ้ง สีพาสเทลเหมาะสำหรับการถ่ายรูป และยังอัดแน่นไปด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลิน อยากรู้ว่าจะน่ารักขนาดไหนตามนายกบแดงมาเลยครับ

 

 

สำหรับที่มาของพิพิธภัณฑ์ Unko Museum เกิดมาจากความนิยมของหนังสือสอนการเขียนตัวอักษรคันจิสำหรับเด็กที่มีชื่อว่า “Unko Kanji Drill” ที่วางจำหน่ายในปี 2017 ซึ่งเป็นการสอนโดยดึงความสนใจของเด็กผ่านเรื่องราวของก้อนอุงโกะ คำว่า “อุงโกะ” (unko) มีความหมายในภาษาไทยแปลว่า “อุจจาระ" หรือ “ก้อนอึ” นั่นเอง จึงเป็นที่มาของ Unko Museum พิพิธภัณฑ์แนว pop-up museum ที่จะเปิดให้เข้าชมเพียง 4 เดือนเท่านั้น โดยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ไปจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2019 บริเวณชั้น 2 ของ ‘ASOBUILD’ ศูนย์รวมความบันเทิงแห่งใหม่จำนวน 5 ชั้น ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโยโกฮามา เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศญี่ปุ่นที่การันตีเรื่องการเดินทางว่าสะดวกสบายอย่างแน่นอน

 

ภายในพิพิธภัณฑ์จะจัดแสดงเกี่ยวกับอุจจาระ ที่ไม่ใช่ของจริงแต่เป็นอุนจิสีสันสดใสที่มีรูปร่างหน้าตาน่ารักตามแบบฉบับการ์ตูนญี่ปุ่น ถ้าใครพอจะนึกออก เจ้าก้อนอุนจิสีชมพูน่ารักจากการ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่อง Dr. Slump ที่กลายมาเป็นแรงบันดาลใจของเหล่าอุนจิทั้งหลายที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้น่ั่นเอง แบ่งเป็น 4 โซนหลักๆ ได้แก่ ลานอุนจิยักษ์ที่เปรียบเสมือนเป็นแลนด์มาร์คที่ทุกคนจะต้องแวะมาถ่ายรูปคู่ โซนถ่ายภาพร่วมกับอุนจิสีสดใส โซนให้ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับอุนจิจากทั่วทุกมุมโลก และโซนเกมส์ต่างๆ เกี่ยวกับอุนจิ 

เมื่อผ่านประตูเข้ามาแล้วอย่างแรกที่จะได้พบก็คือ โถชักโครกหลากสีให้ผู้เข้าชมได้ลองนั่งพร้อมกับทำท่าเบ่งอึไปด้วยเพื่อความสมจริง พอลุกขึ้นมาก็จะพบว่ามีก้อนอึเล็กๆ น่ารักสีสดใสอยู่ในชักโครกให้กับผู้เข้าชมติดไม้ติดมือพร้อมไม้เสียบเป็นการ warm welcome กันก่อน โดยในโซนนี้จะสื่อให้เห็นว่า “อึ” เป็นสิ่งที่รวมทุกคน ไม่ว่าเราจะมีเชื้อชาติ ศาสนา หรือการเมืองใด แม้แต่สัตว์ชั้นสูงที่สุดในโลกก็ยังต้องอึ ซึ่งตรงตามเป้าหมายของพิพิธภัณฑ์ที่ไร้ช่องว่างทางวัฒนธรรม เชื้อชาติ และอายุ แลนด์มาร์กแห่งแรกที่ผู้เข้าชมจะได้พบก็คือ ‘Poop Volcano’ เป็นอุนจิยักษ์ที่ฐานเป็นบ่อลูกบอลสีสันสดใสอีกเช่นเคย พอถึงเวลาก็จะมีอุนจิร่วงมาจากด้านบนเหมือนภูเขาไประเบิด ให้เด็กๆ ได้สนุกสนานกัน

 

 

 

เอาใจเด็กๆ กันไปแล้วกับบ่อบอล ยังมีโซนสำหรับถ่ายรูปี้เหสำหรับสาวๆ นั่นก็คือ The Princess and the Poo สีชมพูหวานแหววสไตล์เจ้าหญิง มีโต๊ะน้ำชาตกแต่งด้วยเค้กชิ้นใหญ่ตั้งอยู่กลางโต๊ะ พร้อมกับคัพเค้กอุนจิน่ารักๆ และห้อง Flying Unko ที่จะมีอุนจิหลากสีเสมือนลอยอยู่ในอากาศให้ผู้เข้าชมได้เข้าไปโพสท่าถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน และยังมีอีกหลากหลายห้องจัดแสดงที่น่าสนใจ เช่น ห้อง Lovers’ Unko Room ที่นั่งชักโครกสำหรับคู่รัก, ห้อง Unko-Lingual Neon ห้องนี้เราจะพบกับป้ายหลอดไฟนีออน ที่เป็นคำว่า “อึ” ในภาษาต่างๆ, ห้อง Galaxy of Poo เป็นห้องมืดที่เต็มไปด้วยอุนจิวิบวับสะท้อนแสงที่ห้อยลงมาจากเพดานห้อง จำลองบรรยากาศให้คล้ายกับจักรวาลนั่นเอง

 

 

 

 

ในส่วนของอินเตอร์แอคทีฟส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่ความสนุกสนานของเด็กๆ อย่างห้อง Hop! Step! Jumpoo! ให้เหยียบอุนจิที่เป็นภาพกราฟฟิกบนพื้นแล้วอุนจิสีพาสเทลต่างๆ ก็จะแตกกระจายเต็มพื้นสนุกไปอีกแบบ อีกหนึ่งห้องที่เด็กๆ น่าจะชอบมากก็คือ Unko Shout โดยห้องนี้จะให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มาตะโกนคำว่า “UNKOOOOOOO!” เพื่อหาว่าใครจะเป็นผู้ที่ตะโกนคำว่า Unko ได้ดังที่สุดนั่นเองนอกจากจะทำเพื่อสถิติแล้วยังถือเป็นการปลดปล่อยไปในตัว ความสนุกยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมีส่วนที่เรียกว่า  Crappy Game Corner ประกอบด้วย 3 เกม น่ารักๆ ให้เด็กๆ ได้เล่นสนุกกัน เกมส์แรกเราจะทำหน้าที่เป็นชักโครกหรือโถอุจาระที่จะต้องจับบรรดาก้อนอุนจิที่ร่วงลงมาให้ได้มากที่สุด เกมส์ที่สองเป็นเกมส์เตะอุนจิให้เข้าโกล์ และเกมส์ที่สามเป็นเกมส์ฝึกสายตาและความไว จะมีรูปภาพมาให้และจะมีอุนจิโผล่ขึ้นมาตอนไหนไม่รู้ ให้เราฝึกสายการโดยการกดถ่ายภาพอุนจิที่โผล่ขึ้นมาให้ทันนั่นเอง

 

 

 

อีกหนึ่งห้องที่น่าสนใจก็คือห้อง “Unko Goods of the World” ห้องนี้เราจะได้พบกับสินค้าต่างๆ ที่เกี่ยวกับอุนจิจากทั่วโลก เน้นว่าเป็นสินค้าสไตล์น่ารักๆ ของตกแต่ง ของเล่น หนังสือ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี Gallery of Number Twos จัดแสดงภาพวาดอุนจิจากเซเลปและบุคลที่มีชื่อเสียงที่มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอุนจิในแบบของตัวเองรวมถึงห้องอื่นๆ อีกมากมายภายในพิพิธภัณฑ์ที่นายกบแดงไม่ได้เอ่ยถึง รอให้ทุกท่านมาเที่ยวชม

 

นอกจากนี้ Unko Museum ยังมีมาสคอตประจำพิพิธภัณฑ์ที่ชื่อว่า “Unberuto mascot” ที่จะออกมาปรากฎตัวและเดินไปเดินมาเพื่อทักทายผู้เข้าชมและคอยตรวจตราความเรียบร้อย ให้เด็กๆ ได้ถ่ายรูปคู่เป็นที่ระลึกกันอีกด้วย ความครีเอทของพิพิธภัณฑ์ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เราจะได้เจอความน่ารักของอุนจิในห้องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ ร้านอาหารและร้านกาแฟ ที่ถูกดีไซน์ออกมาให้คาวาอิสุดๆ อย่างเมนูอาหารในธีมอุนจิ อาทิ ขนมสายไหมสีรุ้งทรงอุนจิ เอาใจสายหวานและคนรักสีพาสเทล หรือจะเป็นไอศกรีมรูปอุนจิเสิร์ฟพร้อมถ้วยห้องน้ำจำลองเล็กๆ น่ารัก ให้ได้ชิมกันอีกด้วย  

 

 

 

 

ผู้ที่สนใจก็สามารถเดินทางไปเที่ยวชม Unko Museum ได้ที่ ASOBUILD ชั้น 2 เปิดให้บริการทุกวัน วันธรรมดา (วันจันทร์-พฤหัสบดี) ตั้งแต่เวลา 11.00 – 20.00 น. ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ (ตั้งแต่มัธยมต้นเป็นต้นไป) ¥1,600 เด็ก (ประถม) ¥900 และเด็กต่ำกว่าประถมไม่มีค่าเข้า

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

https://yumetwins.com

http://mentalfloss.com

https://soranews24.com

https://yumetwins.com