Muse Around The World


เมื่อนักท่องเที่ยวจีนบุกอเมริกา มาดูว่าพิพิธภัณฑ์ปรับตัวอย่างไร

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-6 รูป จากทั้งหมด 6 รูป

เวลานี้ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่จะมาเยือนสหรัฐอเมริกา ซึ่งความจริงแล้วต้องขอบคุณการผ่อนปรนกฎระเบียบของการขอวีซ่าเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ที่ได้เปิดโอกาสให้พวกเขานานกว่า 10 ปี เรียกว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เป็นความคาดหวังทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและการลงทุนจากภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้นจากชาวจีน รวมถึงรายได้จำนวนที่อาจยังไม่มากนัก หากเทียบกับการช้อปปิ้ง แต่อาจมากขึ้นในอนาคตสำหรับการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 ข้อมูลจากคณะกรรมการการท่องเที่ยวและการประชุมสัมมนาลอสแองเจลีสทำให้ทราบว่า ที่ผ่านมาชาวจีนคือกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมากที่สุดของอเมริกา โดยเพิ่มขึ้นเกินกว่าร้อยละ 20 จากปีก่อนอย่างเห็นได้ชัด และมียอดมากที่สุดต่อเนื่องเป็นปีที่สามโดยมีนักท่องเที่ยวชาวจีนมากถึง 740,000 คน เดินทางมายังมหานครนิวยอร์กเมื่อปีก่อน ซึ่งเท่ากับ 5 เท่าในปี 2009

 

ตามข้อมูลของสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวของสหรัฐอเมริกา ยังพบว่านักท่องเที่ยวเหล่านี้ใช้จ่ายโดยเฉลี่ย 7,200 ดอลลาห์สหรัฐต่อคน ซึ่งรวมทั้งที่พักและการเดินทาง งบประมาณส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85 ถูกใช้ไปกับการจับจ่ายสินค้า แต่ก็น่าดีใจที่เงินส่วนหนึ่งได้กระจายไปยังพิพิธภัณฑ์ต่างๆในปี 2013 ตามข้อมูลสมาคมฯ

 

เฟร็ด ดิกสัน ผู้บริหารระดับสูงของเอ็นวายซีแอนด์คอมพานี องค์กรการตลาดการท่องเที่ยวของนิวยอร์ก กล่าวว่า “ไอคอน” หรือ ความมีชื่อเสียงเด่นดังของสถานที่ ยังคงมีส่วนช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน(The Metropolitan Museum of Art-The Met) “มรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี”

สิ่งที่สอดคล้องกันคือ พิพิธภัณฑ์ทุกขนาดและทุกประเทศทั่วประเทศสหรัฐอเมริกากำลังพยายามให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวชาวจีน ทั้งการจัดเตรียมเสียงบรรยายสถานที่และแผนที่ในภาษาจีนกลาง ยอมรับบัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ (UnionPay) ของจีน และทำโปรโมชั่นบนเวยโป๋ (Weibo) แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในจีน ที่กำลังวางแผนจะบุกตตลาดโลกรวมถึงในประเทศไทย

ไม่น่าแปลกใจเลย ที่เดอะเม็ต (The Met) ติดอันดับอยู่ในสถานที่ยอดนิยมแนวหน้า เพราะนอกจากชื่อเสียงแล้ว พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีนโยบายใช้งบประมาณตอบสนองความต้องการเรียนรู้วัฒนธรรมของนักท่องเที่ยวในปีงบประมาณพิพิธภัณฑ์ที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกที่นักท่องเที่ยวชาวจีนกลายเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มากที่สุด จาก 50,000 คนในปี 2009 กลายมาเป็นราว 209,000 ในปีงบประมาณ 2014 และท่ามกลางหลายความคิดในการปรับตัวของทุกๆ พิพิธภัณฑ์ เดอะเม็ตก็ต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง ไม่พลาดการบรรยายทุกสิ่งให้ได้มากที่สุดด้วยภาษาจีนแมนดาริน (รวมถึงการใช้เวยโป๋และแอพลิเคชั่นในไอแพด) ที่มากกว่าอีก10 ภาษาต่างประเทศ

  

เช่นเดียวกับการจัดนิทรรศการที่มีความเชื่อมโยงกับชนชาติจีนในนิวยอร์กปีนี้ หนึ่งในนั้น คือ การเฉลิมฉลอง ครบรอบร้อยปีของแผนกศิลปะเอเชียที่เริ่มตั้งแต่ช่วงปีใหม่ทางจันทรคติ รวมไปถึงนิทรรศการประจำปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิของสถาบันเครื่องแต่งกายในธีมมองจีนผ่านกระจก “China: Through the Looking Glass” เอาใจนักท่องเที่ยวชาวจีน และเพื่อที่จะโปรโมทการจัดแสดงนี้ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทางพิพิธภัณฑ์ได้ส่งคณะตัวแทนไปยังกรุงปักกิ่ง ที่ได้แก่โธมัส พี. แคมป์เบล ผู้บริหารระดับสูงของเดอะเม็ตและแอนนา วินทัวร์บรรณาธิการของนิตยสารโว้ค ผู้จัดงานกาล่าระดมทุนประจำปีของสถาบัน

 

ทั้งสองพิพิธภัณฑ์ ทั้งเดอะเม็ต และ พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ (MOMA)ยังได้ร่วมโครงการโปรโมทการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ไปยังดินแดนจีนแผ่นดินใหญ่ที่จัดขึ้นโดยเอ็นวายซีแอนด์คอมพานีโดยพร้อมเพรียงกัน การเตรียมพร้อมยังรวมถึงมการฝึกอบรมที่มีชื่อว่า “China Ready” โปรแกรมที่เป็นที่รู้จักในกว่า 150 องค์กรการท่องเที่ยว รวมถึง 8 พิพิธภัณฑ์ชื่อดัง ซึ่งมีพิพิธภัณฑ์ เจ. พอล เก็ตตี้และเก็ตตี้ วิลล่ารวมอยู่ในนั้น โดยเชื่อว่าโปรแกรมดังกล่าวจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างและเป็นเพียงจุดเริ่มต้นแนวคิดของพิพิธภัณฑ์อเมริกัน ที่จะนำไปต่อยอดในการปรับตัวเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนต่อไป


ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก  nytimes.comtretyakovgallerymagazine.com และ metmuseum.org