Muse Around The World


Lipstick Museum เพราะความงามของผู้หญิงไม่ได้มีแค่เคาน์เตอร์แบรนด์

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-21 รูป จากทั้งหมด 21 รูป

               

 

               วันนี้นายกบแดงของเอาใจแฟนคลับสาวๆ ชาวมิวเซียมสยามกับบทความที่ผู้หญิงต้องกรีดร้องด้วยการพาไปชม “Lipstick Museum” ลิปสติกไอเทมที่สาวๆ ต้องพกไว้ติดตัวเปรียบเสมือนอาวุธคู่กายที่วันนี้ไม่ได้มีให้ชมที่เคาน์เตอร์
แบรนด์เท่านั้น ยังถูกนำมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์อีกด้วย ที่แม้ว่าหนุ่มๆ จะไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงจะต้องมีลิปสติกหลายแท่ง หลายเฉดสี อาวุธชิ้นนี้มันสำคัญกับพวกเธออย่างไร? นายกบแดงจะมาช่วยไขความข้องใจให้กับหนุ่มๆ และพาสาวๆ ไปร่วมค้นประวัติศาสตร์ของลิปสติกที่พวกเธอชื่นชอบกันที่เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ถ้าพร้อมแล้วไปชมพร้อมๆ กันเลย…

 

               

               พิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่น่าสนใจในกรุงเบอร์ลินแห่งนี้ มีชื่อว่า “Lipstick Museum” หรือ “Lippenstift-Museum” จัดตั้งขึ้นโดยกูรูความงามและเมคอัพอาร์ทติสชื่อดังชาวเยอรมัน “René Koch” ที่นำเรื่องราวและประวัติศาสตร์ของลิปสติกมาจัดแสดงให้ผู้ชมจากทั่วโลกได้ชม หากใครที่มีโอกาสได้แวะเวียนไปที่กรุงเบอร์ลิน ก็สามารถเดินทางแวะไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ไม่ยากเพราะตั้งอยู่ในย่านที่ทันสมัย สำหรับผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ René Koch ก็มีประวัติการที่งานที่ไม่ธรรมดาจนได้ชื่อว่าเป็นกูรูด้านความงามและเครื่องสำอาง เพราะได้ร่วมทำงานกับบริษัทเครื่องสำอางค์แบรนด์ดังระดับโลกมากมาย อาทิ Charles of the Ritz และ Yves Saint Laurent มากว่า 20 ปี จนสุดท้ายได้กลับไปเปิดพิพิธภัณฑ์ของตัวเองที่ประเทศเยอรมนี จากการสั่งสมประสบการณ์การทำงานที่คลุกคลีอยู่กับเครื่องสำอางและการแต่งหน้า นำมารวบรวมและจัดแสดงเป็นนิทรรศการ พิพิธภัณฑ์ลิปสติกของ René Koch จะทำให้ผู้หญิงทุกคนรู้ว่าริมฝีปากสีแดงของหญิงสาวไม่ได้น่าจูบแต่เพียงเท่านั้น

 

 

               Lipstick Museum เปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งปี ค.ศ. 2009 บอกเล่าเรื่องราวและประวัติศาสตร์ความเป็นมาเครื่องสำอางของผู้หญิงในแต่ละยุคสมัย และมีวัตถุจัดแสดงมากกว่า 250 รายการ แน่นอนว่าจะต้องมีลิปสติก ตัวเอกของพิพิธภัณฑ์ ภายในพิพิธภัณฑ์เราจะได้เห็นลำดับเหตุการณ์การเกิดขึ้นของลิปสติกครั้งแรกในปี ค.ศ.1883 ภาพของลิปสติกแท่งแรกที่เรียกว่า "saucisse" ในยุคนั้นเป็นคำเรียกที่ดูไม่สุภาพสักเท่าไหร่ เพราะเป็นเพียงแท่งลิปสติกสีแดงที่ถูกห่อด้วยกระดาษทิชชูเพียงเท่านั้น รวมถึงโปสเตอร์โฆษณาที่เกี่ยวกับลิปสติกต่างๆ ตลอด 200 ปีที่ผ่านมา รวมถึงสไตล์การแต่งหน้าแต่งตัวของสตรีผู้พลิกโฉมวงการแฟชั่นอย่าง Marlene Dietrich ภายในพิพิธภัณฑ์จะมีรูปภาพประวัติศาสตร์ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับวงการภาพยนตร์ตั้งแต่สมัยเป็นภาพยนตร์เงียบ จนมาถึงภาพยนตร์สมัยใหม่ที่มีเสียงและเหล่าบรรดาเซเลปมากมายจัดแสดงอยู่บนผนัง พร้อมเพลงคลาสสิกที่เปิดคลอระหว่างเดินชมช่วยสร้างบรรยากาศแนวย้อนยุคได้เป็นอย่างดี

 

               

              นอกจากนี้เราจะได้พบกับคอลเลคชั่นลิปสติกจากยุคบาโรคที่หาดูได้ยากอันทรงคุณค่า เช่น แท่งลิปสติกที่ทำจากหินไปจนถึงวิวัฒนากานของลิปสติกในปัจจุบัน และสีลิปสติกจากประเทศญี่ปุ่นและแอฟริกา เซตอุปกรณ์การแต่งหน้าจากประเทศญี่ปุ่นที่เก่าแก่และหายากมาก ประกอบด้วยตลับสีเงินที่บรรจุลิปทินท์สีแดง แปรงทาริมฝีปากขนาดเล็ก และแปรงสองด้านสำหรับทาสีอ่อนและสีเข้ม หรือที่เรียกว่าแปรงสำหรับทำไฮไลท์และเฉดดิ้งในปัจจุบันนั่นเอง หรือจะเป็นลิปสติกโบราณของแอฟริกาเหนือ เป็นลิปสติกที่ทำจากดินเผา (เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7 ซม.) เคลือบภายในทาด้วยสีแดงจากธรรมชาติและจะกลายเป็นของเหลวเมื่อถูกแต้มบนริมฝีปาก

 

           

             

             อีกหนึ่งนวัตกรรมด้านความงามจากยุคโบราณที่น่าทึ่งนั่นก็คือ ตลับแป้งสีเงินขนาดกะทัดรัดพร้อมพู่ขนหงส์ ที่ปลายด้ามจับมีลิปสติกซ่อนอยู่พร้อมกระจกเบ็ดเสร็จในชิ้นเดียว ตกแต่งด้วยหินสีฟ้า เป็นของเจ้าฟ้าหญิงแห่งรัสเซีย ประมาณปี ค.ศ. 1920 หรือจะเป็นเซตลิปสติกสองแท่งที่มีกลไกอันน่าทึ่งเลื่อนออกมาจะมีกระจกอยู่ด้านใน ภายนอกถูกตกแต่งอย่างสวยงามด้วยเทอร์คอยส์และแลพิสแลซูลี ของเอวิต้า เปรอง (Evita Peron) ซินเดอเรลล่าแห่งอาร์เจนตินา ในยุค 1940 นอกจากลิปสติกโบราณแล้ว ยังมีประวัติศาสตร์การทำลิปสติกที่มาจากผลไม้, ดอกไม้ และเมล็ดแห้งของถั่วแอฟริกัน นำมาสกัดสีและผสมกับน้ำมัน หรือไขมัน เป็นกระบวนการผลิตลิปสติกแบบดั้งเดิม รวมถึงเครื่องทำลิปสติกในสมัยโบราณ เป็นแม่พิมพ์ลิปสติกทำด้วยทองเหลืองผลิตขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1930 สามารถผลิตลิปสติกได้ครั้งละ 15 แท่งด้วยกัน

 

 

           

              บางชิ้นเป็นเซตเครื่องสำอางที่ทำจากไม้ธรรมดา ประกอบด้วยแท่งลิปสติก, ตลับใส่แป้ง แต่เป็นของหายากมากเพราะสิ่งของจัดแสดงเซตนี้อยู่ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ประมาณปี ค.ศ. 1944 รวมถึงของจัดแสดงชุดพิเศษจาก Paloma Picasso แฟชั่นดีไซน์เนอร์ชื่อดังชาวฝรั่งเศส และผู้ออกแบบน้ำหอมที่ใช้ชื่อว่า “พาโลม่า” ก็ได้ให้ของจัดแสดงเป็นชุดเครื่องสำอางตลับแป้ง และลิปสติก ที่บนพัฟปักตัวอักษรว่า Paloma Picasso

 

               นอกจากลิปสติกตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบันแล้วที่พิพิธภัณฑ์ลิปสติกแห่งนี้ยังได้รวบรวมภาพรอยจูบของเหล่าเซเลปคนดังทั้งวงการโทรทัศน์และภาพยนตร์ที่ได้แวะเวียนมาเยี่ยมชมและได้ประทับรอยจูบไว้เป็นที่ระลึก จัดแสดงให้ได้ชมในพิพิธภัณฑ์มากกว่า 150 ภาพ อาทิ Hildegard Knef, Mireille Mathieu, Bonnie Tyler, Evita Perón และ Paloma Picasso เป็นต้น หากใครได้มีโอกาสแวะเวียนไปเที่ยวที่ประเทศเยอรมนีก็อย่าลืมแวะไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ลิปสติกกันได้ นอกจากประวัติศาสตร์ความเป็นมาของลิปสติกแล้วเรายังได้เห็นควาคลาสสิคของเครื่องสำอางในแต่ละยุคสมัยอีกด้วย

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

http://www.lippenstiftmuseum.de/Inhalte/Highlights.htm

https://www.visitberlin.de/en/lippenstift-museum-lipstick-museum-rene-koch