Muse Around The World


การเติบโตของเยาวชนรุ่นใหม่ในฐานะไกด์ที่ "กราวด์ ซีโร่"

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-5 รูป จากทั้งหมด 5 รูป

แอนนาลี ไท (Annalee Tai) สาวน้อยวัย 16 ปี ผู้กำลังศึกษาอยู่ที่บาร์ด ไฮสคูล ในย่านโลเวอร์ อีสท์ ไซด์ ของเมืองแมนฮัตตัน มีเพียงภาพความทรงจำอันลางเลือนของเครื่องบินที่พุ่งชนอาคารเวิลด์ เทรด เซ็นเตอร์ในปี 2001 “ฉันจำภาพที่พ่อแม่กำลังดูโทรทัศน์อย่างกังวลใจและกระสับกระส่ายอย่างมากได้ลาง ๆ” ไท กล่าวเอาไว้ในเช้าวันเสาร์วันหนึ่ง ขณะที่เธอนั่งอยู่บนม้านั่งที่พิพิธภัณฑ์รำลึกเหตุการณ์ 911 ที่มีชื่อว่า National September 11 Memorial Museum ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากจุดที่คานขนาดมหึมาบิดเบี้ยวถูกกู้ขึ้นมาจากซากปรักหักพังเพียงไม่กี่ก้าว

 

 

ความพยายามลบเหตุการณ์เลวร้ายที่ฝังใจในวันนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ได้กระตุ้นให้ ไทอยากเรียนรู้เรื่องราวที่ผ่านมามากขึ้น “ด้วยเหตุผลข้างต้น ฉันจึงคิดว่ามันเป็นหน้าที่ที่จะต้องรู้เรื่องราวในวันนั้นให้มากกว่าที่เคยรู้” เธอกล่าว

ไทเป็นเด็กสาวคนหนึ่งจากจำนวนทั้งหมด 6 คนที่สำเร็จหลักสูตร “ทูต” ของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นการริเริ่มกิจกรรมหลังเลิกเรียนของนักเรียนระดับชั้นไฮสกูลในนิวยอร์กซิตี้ที่ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา ทุก ๆ สัปดาห์ เธอต้องเดินทางมายังกราวด์ ซีโร่ (Ground Zero) เพื่อตรวจสอบสิ่งประดิษฐ์ที่พิพิธภัณฑ์เก็บรวบรวมไว้ พูดคุยกับผู้รอดชีวิตและผู้ช่วยเหลือ และสุดท้ายคือสร้างโปรแกรมทัวร์พิพิธภัณฑ์อันยาวนานของตนเองขึ้นมา “เรื่องเล่า 9/11 ของฉันไม่ได้เป็นต้นฉบับ” ไทกล่าว “แต่เป็นการเก็บรวบรวมเรื่องราวของคนอื่น ๆ”

 

 

การเผชิญหน้ากับความหวาดกลัวและความตายอาจรบกวนจิตใจได้อย่างมาก แม้แต่กับผู้ใหญ่ที่ใจแข็ง ไม่ใช่แค่กับบรรดาวัยรุ่นเท่านั้น แต่อลิส กรีนวาลด์ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ได้กล่าวเอาไว้ว่า “เราอาศัยอยู่บนโลกที่ไม่มีสิ่งใดจะถูกปกปิดได้อีกต่อไป และเด็ก ๆ ต้องการเข้าใจเรื่องพวกนี้ พวกเขาต้องเข้าใจเรื่องพวกนี้”

กรีนวาลด์ได้จัดโปรแกรมคล้ายกันกับครั้งที่เธอทำงานอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ United States Holocaust Memorial Museum ในเมืองวอชิงตัน เธอกล่าวเอาไว้ว่าหลักสูตรของพิพิธภัณฑ์กราวด์ซีโร่ ถูกออกแบบขึ้นมาอย่างรัดกุม ผู้สมัครจะถูกคัดเลือกเพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขามีวุฒิภาวะทางอารมณ์มากเท่ากับวุฒิภาวะทางสติปัญญาซึ่งเพียงพอจะดูแลนิทรรศการที่จัดแสดงได้

 

 

ส่วนเดวิด โรธบลัตต์นักเรียนเกรด 11 จากโรงเรียนมัธยมสตายเวสันที่อยู่ห่างจากกราวด์ซีโร่ 4 บล็อก ผู้จบหลักสูตรในเดือนธันวาคมทราบข้อมูลที่ว่าเฮนรี่ ไวเซอร์ ผู้รอดชีวิตจากการถูกไฟไหม้อย่างรุนแรง และเป็นนักกฎหมายด้านภาษี ต้องสวมหน้ากากตลอดระยะเวลาพักฟื้น ซึ่งปัจจุบันหน้ากากอันนั้นกลายเป็นสิ่งของที่เก็บรวบรวมเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์

ซาราห์ อัลชาบูท เด็กสาวที่ได้รับสัญชาติอเมริกันซึ่งกำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมโลโยลาในฝั่งอัพเพอร์ อีสท์ ไซด์ พ่อของเธอเป็นนักการทูตในสงครามอิรักให้แก่สหประชาชาติ และเธอได้เข้าร่วมหลักสูตรในเดือนกุมภาพันธ์ “การได้รับรู้เรื่องราวทั้ง 2 ด้านทั้งจากชาวมุสลิม ชาวอิรักและชาวอเมริกัน ทำให้ฉันรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องพยายามกระจายความรับรู้เรื่องชีวิตที่สูญเสียไปจากการก่อการร้าย” เธอได้เขียนลงไปในใบสมัคร “ฉันต้องการให้ผู้คนฉุกคิด แสดงวิธีที่ชาวมุสลิมจะไม่สนับสนุนการก่อการร้ายโดยอ้างความเชื่อของพวกเขา”

 

 

สำหรับ Tai คนสำคัญของเรื่องนี้ และเป็นผู้ที่โศกเศร้ากับเหตุการณ์นี้มากที่สุด เธอได้พบบิล สเปด นักดับเพลิงที่ปลดเกษียณแล้วซึ่งอยู่ในช่องบันไดของตึกเซาธ์ ทาวเวอร์ เมื่ออาคารได้ถล่มลงมา เขาได้ยุติการช่วยเคลื่อนย้ายผู้คนออกจากซากปรักหักพัก ส่วนสมาชิกอีกจำนวนหนึ่งในทีมช่วยเหลือของเขาได้เสียชีวิตในวันนั้น หลังจากนั้นเขาถึงได้รู้ว่าลุงของเขาอยู่ในเครื่องบินของสายการบิน United Airlines ที่ถูกจารกรรมซึ่งตกลงในเมืองแชงส์วิลล์ มลรัฐเพนซิลวาเนีย

นักเรียนแต่ละคนต้องเลือกสิ่งที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์มาคนละ 5 ชิ้นและนำชมสิ่งเหล่านั้น แต่สิ่งแรกที่ ไทพาไปชมไม่ได้มาจาก กราวด์ซีโร่หรอกนะ แต่กลับเป็นก้อนอิฐที่มาจากเมืองแอบบอตตาบัด ปากีสถาน สถานที่ซึ่ง อุซามะฮ์ บิน ลาดินถูกสังหารจากการจู่โจมของกองทัพพิเศษในปี 2011 “มันไม่ใช่สิ่งที่โดดเด่นที่สุด” เธอกล่าว แต่มันเป็นเหตุการณ์ที่เธอรำลึกถึงเป็นส่วนตัว ก้อนอิฐก้อนนั้นอยู่ในตู้จัดแสดงกับเสื้อเชิ้ตสีอิฐที่สมาชิกเนวี ซีลส์ ผู้หนึ่งซึ่งบุกเข้าโจมตีสถานที่ซ่อนของผู้นำกลุ่มก่อการร้ายได้สวมใส่

 

 

เธอยังได้เลือกงานศิลปะที่แผ่กิ่งก้านสาขาที่สร้างขึ้นจากกระดาษสีน้ำเงินรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสจำนวน 2,983 ชิ้น ผลงานของสเปนเซอร์ ฟินช์ ซึ่งเป็นผู้ประสบภัยคนหนึ่งในเหตุการณ์ 11 กันยายน และเหตุการณ์วางระเบิดตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในปี 1993 ผลงานชิ้นนี้ได้ต้อนรับผู้เข้าชมที่เดินลงไปยังชั้นใต้ดินของพิพิธภัณฑ์ ข้างใต้จัตุรัสและอนุสรณ์สถานน้ำตกกลางแจ้ง เธอยังรวมเอา “The Last Column” คานเหล็กชิ้นสุดท้ายที่ถูกเคลื่อนย้ายออกจากที่ตั้งอาคารเวิลด์เทรด์เซ็นเตอร์ในวันสุดท้ายของภารกิจกู้ภัยเป็นเวลา 9 เดือน เข้าไปด้วยและชิ้นส่วนของเหล็กที่โค้งงอจากจุดที่เครื่องบินลำแรกพุ่งชน รถดับเพลิง LADDER 3 ที่ถูกทับจนพังพินาศ อาจไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการนำชมของเธอมาตั้งแต่แรก แต่เธอได้รวมเอาไว้ภายหลังเมื่อทราบว่าผู้เข้าชมต้องหยุดดูอย่างไม่อาจห้ามใจได้เมื่อพวกเขาเดินผ่านไปมา

เอลีนา เมสซิงเกอร์ (Elena Messinger) อายุ 14 ปี นักเรียนเกรด 9 ของโรงเรียนมัธยมฮันเตอร์คอลเลจ ที่ไทพาเดินชมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้กล่าวว่า “ฉันรู้สึกประทับใจจริง ๆ ที่ได้เห็นคนที่อายุเท่า ๆ กันกับฉันมีความสามารถพูดคุยอธิบายเรื่องราวเหล่านั้นให้ฉันฟังได้” และสำหรับไท ผู้จบหลักสูตรฑูตพิพิธภัณฑ์ในเดือนธันวาคม ยังคงกลับมาช่วยสอนในชั้นเรียนศิลปะสำหรับเด็กเล็กทุกเช้าวันเสาร์ เธอเล่าว่าเพื่อนบางคนไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงยังกลับมาในสถานที่ที่จะทำให้หดหู่ได้ทุกสัปดาห์

“เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องน่าสนใจที่สุดที่วัยรุ่นต้องทำ” เธอยอมรับ แต่ไทกล่าวว่าการได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นและส่งความระลึกถึงไปยังผู้เสียชีวิตเป็นการเอาชนะความรู้สึกเจ็บปวดทั้งหลายทั้งปวง “เหตุการณ์นี้เป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่มีวันสิ้นสุด” เธอกล่าว “แต่ยังคงเป็นเรื่องของความกล้าหาญหรือความเข้มแข็งและเรื่องราวอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน” ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ลิงก์ www.911memorial.org

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก 911memorial.orgnytimes.com, telegraph.co.uk, และ commons.wikimedia.org