Muse Around The World


บ้านใหม่ของพิพิธภัณฑ์รถประจำทางสุดคลาสสิคในอังกฤษ

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-12 รูป จากทั้งหมด 12 รูป

พิพิธภัณฑ์จัดแสดงรถบัสและรถโค้ชที่เคยแล่นและเปิดให้บริการผู้คนบนเกาะไอล์ออฟไวท์ สำหรับผู้ที่ชอบเรียนรู้เรื่องราวในอดีต ต้องรู้ดีว่ารถโบราณ เป็นอีกหนึ่งประเภทของเก่าที่มีเสน่ห์เสมอ ไม่ว่าจะเป็นในแง่มุมการออกแบบหรือเครื่องมือบอกเล่าประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งดีไซน์ของรถบัสและรถประจำทาง ที่คนหมู่มากมีส่วนร่วมใช้บริการทุกยุคทุกสมัย

 

 

 

 

 

และเพราะเล็งเห็นคุณค่าของยานพาหนะเหล่านี้ ผู้คนในไอล์ออฟไวท์ (Isle of Wight) เทศมณฑลที่กล่าวได้ว่าเป็นเกาะที่ใหญ่สุดและมี ระชากรมากเป็นอันดับสองของประเทศอังกฤษ (ตั้งอยู่ในช่องแคบอังกฤษ) จึงสนับสนุนให้เกิดแนวคิดพิพิธภัณฑ์รถประจำทาง และรถโค้ชไอล์ออฟไวท์ขึ้นมา

 

 

 

และไม่ว่าคุณจะได้ยินชื่อพิพิธฑภัณฑ์รถบัสและรถโค้ช ที่มีชื่อเต็มว่า Isle of Wight Bus and Coach Museum เป็นครั้งแรก หรือ อาจมีโอกาสเคยไปเยือนมาก่อนหน้านี้ รับรองได้ว่าคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์การชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ในบรรยากาศใหม่และแตกต่าง เพราะผู้บริหารพิพิธฑภัณฑ์ได้ออกมาบอกกล่าวอย่างเป็นทางการ(ทางBBC) แล้วว่า พิพิธฑภัณฑ์รถบัสและรถโค้ชแห่งนี้ได้เปิดให้เข้าชมอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ในสถานที่เดิมที่คุ้นเคย

 

 

 

พิพิธภัณฑ์ที่ดำเนินการโดยอาสาสมัครแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 เพื่อเก็บรักษาบรรดารถบัสและรถโค้ชเก่าซึ่งครั้งหนึ่งเคยใช้งานบนเกาะนี้ ให้ผู้คนได้สัญจรไปมา สำหรับรถคันเก่าที่สุดอาจต้องนับย้อนกลับไปถึงปี 1934 และรถทั้งหมดนี้ได้ถูกเคลื่อนย้ายมายังอู่รถประจำทางที่ถนน พาร์ค โร้ด (Park Road) ในไรด์ (Ryde) ซึ่งโฆษกพอล วีลเลอร์ (Paul Wheeler) ได้แถลงเมื่อไม่นานมานี้ว่าพิพิธภัณฑ์นี้ได้ลุล่วงในการปฏิบัติ “ภารกิจอันยิ่งใหญ่” คือการเคลื่อนย้ายยานพาหนะที่เป็นของสะสมถึง 22 คัน มาจากสถานที่ตั้งเดิมในเมืองนิวพอร์ท (Newport) นั่นเอง ซึ่งหลังจากเล็งหาสถานที่จัดแสดงถาวรมาเป็นเวลาหลายปี ในที่สุดทีมบริหารก็สามารถซื้อที่ดินผืนใหม่ได้สำเร็จในปี 2014 ซึ่งเป็นที่ตั้งของทำเลปัจจุบัน

 

 

 

สำหรับการจัดแสดง นอกจากจะมีรถประจำทางและรถโค้ชที่มีสภาพสมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่สะสมบูรณ์ได้ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันแล้ง ที่นี่ยังมีรถที่อยู่ภายใต้การบูรณะและชิ้นส่วนสำคัญที่ควรค่าแก่การจดจำ รวมถึงภาพถ่ายที่ทำหน้าที่บันทึกช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของเมืองตากอากาศที่รุ่งเรืองที่สุด ในฐานะเกาะที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของคนอังกฤษในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์