Muse Around The World


ตามรอย ‘Jurassic World’ กับ 10 พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่คุณไม่ควรพลาด!

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-24 รูป จากทั้งหมด 41 รูป

 

               

                ส่งท้ายภาพยนตร์สุดคลาสสิคแห่งปี 2018 อย่าง “Jurassic World: Fallen Kingdom” นิยายสุดฮอตของ “ไมเคิล ไครชตัน (Michael Crichton)” ที่ถูกนำมาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์ครั้งแรกเมื่อปี 1993 และกลายเป็นภาพยนตร์ยอดนิยมแห่งปีภายในระยะเวลารวดเร็ว ด้วยการทำรายได้ถล่มทลายทุกประเทศที่เข้าฉาย ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย ต่อมาในปี 1997 ก็ได้มีภาค 2 ออกมาชื่อว่า The Lost World: Jurassic Park และภาค 3 ในปี 2001 ชื่อ Jurassic Park III ตามมาด้วย ภาค 4 Jurassic World ในปี 2015 และในปี 2018 กับ Jurassic World: Fallen Kingdom ที่กำลังเข้าฉายอยู่ในขณะนี้ นายกบแดงก็ขออิงกระแสภาพยนตร์ในดวงใจกันสักหน่อยด้วยการรวบรวม 10 พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่คุณไม่ควรพลาดมาเอาใจแฟนพันธุ์แท้ไดโนเสาร์ พร้อมแล้วตามนายกบแดงมาเลยครับ

 

1.Zigong Dinosaur Museum, China

 

 

                Zigong Dinosaur Museum หรือพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์จื้อก้ง ตั้งอยู่ที่เมืองจื้อก้ง ประเทศจีน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 710,000 ฟุต นับเป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดแสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์กว่า 18 ตัว และชิ้นส่วนต่างๆ ของไดโนเสาร์อีกว่า 200 ชิ้น เราจะได้เห็นโครงกระดูกไดโนเสาร์ที่มีความสูงกว่า 10 เมตร รวมถึงรอยเท้า ไข่ไดโนเสาร์ ฟอสซิลผิวหนัง และฟอสซิลพืชพันธุ์ยุคนั้นนำมาจัดแสดงให้ได้ชมกันอีกด้วย และอีกหนึ่งไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์จื้อก้งก็คือ ผู้ชมจะได้เห็นไซต์งานในการขุดค้นซากไดโนเสาร์ของจริงทุกขั้นตอน

 

 

 

 

2.Fernbank Museum of Natural History, Atlanta

 

 

                พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติเฟิร์นแบงค์ จากแอตแลนตา อีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกถึง 2 ตัว จัดแสดงอยู่บริเวณโถงใหญ่ กับนิทรรศการ Giants of the Mesozoic ที่เราจะได้พบกับไดโนเสาร์คอยาว Argentinosaurus ขนาด 37 เมตรซึ่งดูเหมือนว่ากำลังถูก Giganotosaurus ขนาด 14 เมตรตามล่าอยู่  ไม่เพียงในตัวนิทรรศการเพราะคุณจะได้พบกับบรรดาไดโนเสาร์ตัวใหญ่เท่าตึกยืนต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่ด้านหน้าสำหรับถ่ายรูปสวยๆ กันก่อนเข้าไปชมนิทรรศการด้านใน โดยนิทรรศการหลักของพิพิธภัณฑ์ จะจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ธรรมชาติของจอร์เจีย 16 แกลอรี่ สัตว์ พืช และฟอสซิล

 

 

 

 

3.Museum für Naturkunde, Berlin

 

 

            พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ‘Museum für Naturkunde’ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมันนี หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “Humboldt Museum” จัดแสดงเกี่ยวกับซากดึกดำบรรพ์ ฟอสซิล และโครงกระดูกไดโนเสาร์ ที่มาจากประเทศแทนซาเนีย ตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 20  และไฮไลท์ที่สำคัญสำหรับคนรักไดโนเสาร์ที่จะพบในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็คือ โครงกระดูกไดโนเสาร์คอยาวพันธุ์ Brachiosaurus (แบรคิโอซอรัส) ที่ได้รับการรับรองจากกินเนสบุคว่าเป็นโครงกระดูกไดโนเสาร์ที่สูงที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดแสดงมา โดยมีความสูงถึง 12.64 เมตร นอกจากนี้ในพิพิธภัณฑ์ยังมีซากฟอสซิลที่สำคัญของ Archaeopteryx (อาร์คีออปเทอริกซ์) ไดโนเสาร์ที่มีความเชื่อมโยงกับนกให้ได้ชมกันอีกด้วย

 

 

 

               

4.National Dinosaur Museum, Canberra, Australia

 

 

            พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์แห่งชาติในแคนเบอร์รา จะพาคุณย้อนเวลากลับไปยังโลกดึกดำบรรพ์ตั้งแต่ยุคก่อนกำเนิดสิ่งมีชีวิต ยุคไดโนเสาร์ เรื่อยมาจนถึงยุคน้ำแข็ง ก่อนจะเดินเข้าชมนิทรรศการด้านในเราจะได้พบกับรูปปั้นไดโนเสาร์หลากหลายสายพันธุ์ที่ยืนต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่ด้านหน้า ภายในพิพิธภัณฑ์จะบอกเล่าถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์ของออสเตรเลีย สัตว์และพืชที่มีชีวิตอยู่บนพื้นโลกและใต้ท้องทะเลนับล้านปี นับเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีคอลเลคชั่นฟอสซิลที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย ฟอสซิลกว่า 300 ชิ้น และโครงกระดูกไดโนเสาร์แบบสมบูรณ์อีกกว่า 23 ชิ้น พร้อมโซนกิจกรรมสำหรับเด็กที่สามารถลงขุดค้นซากไดโนเสาร์ได้

 

 

 

 

5.Field Museum, Chicago, IL, U.S.A.

 

 

            อีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก Field Museum of Natural History ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1893 ที่เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ที่เก็บรวบรวมและจัดแสดงวิวัฒนาการของโลกย้อนกลับไปเมื่อ 4 พันล้านปีก่อน ไฮไลท์พิเศษของพิพิธภัณฑ์ฟิลด์ ก็คือ “ซู (Sue)” โครงกระดูกไดโนเสาร์พันธุ์ไทแรนโนซอรัสที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยพบมา ฟอสซิลนี้มีความยาว 42 ฟุต สูง 13 ฟุต (สะโพก) และมีอายุกว่า 65 ล้านปี หลังความฮิตของภาพยนตร์เรื่อง Jurassic Park จึงมีการสร้าง นิทรรศการ Jurassic World เพิ่มเติม ซึ่งก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งจนต้องเปิดให้บริการจนถึงกลางคืน นอกจากชิ้นส่วนและฟอสซิลของไดโนเสาร์พันธุ์ต่างๆ แล้วที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังจัดแสดงเกี่ยวกับอัญมณีหายาก และมัมมี่อียิปต์ของจริงให้ได้ชมกัน รวมคอลเลคชั่นจัดแสดงกว่า 25 ล้านชิ้น

 

 

 

6.American Museum of Natural History (New York)

 

 

            พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกา หรือ American Museum of Natural History ในมหานครนิวยอร์ค ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1896 ภายในพิพิธภัณฑ์มีห้องจัดแสดงงานกว่า 45 แห่ง เกี่ยวกับระบบสุริยะ, ไดโนเสาร์, สัตว์, ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม รวมถึงนิทรรศการพิเศษมากมายที่จัดเปลี่ยนทุกปี ไฮไลท์ของพิพธภัณฑ์แห่งนี้คือห้องจัดแสดงเกี่ยวกับไดโนเสาร์ที่ใหญ่มาก ๆ เก็บสะสมรวบรวมโครงกระดูกและฟอสซิลของไดโนเสาร์ที่มีจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เราจะได้พบกับโครงกระดูกของไททันโนซอรัส (Titanosaur) ไดโนเสาร์ขนาด 122 ฟุต ที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องโถง รวมถึงไดโนเสาร์ตัวอื่นๆ ที่อยู่ในห้องจัดแสดง คอหนังพิพิธภัณฑ์ต้องคุ้นตาเป็นอย่างดี เพราะพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “Night at the Museum” นั่นเอง

 

 

 

7.Royal Belgian Institute of Natural Science (Brussels)

 

 

            

                   พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ แห่งกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่เราจะไปตามรอยไดโนเสาร์กัน ที่ Dinosaur Gallery จะจัดแสดงคอลเลคชั่นเกี่ยวกับไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป เราจะพบกับ “Bernissart Iguanodons” โครงกระดูกและฟอสซิลของไดโนเสาร์ที่ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1878  ที่ Bernissart จึงถูกตั้งชื่อตามแหล่งที่ถูกค้นพบนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีโครงกระดูกของไดโนเสาร์พันธุ์อื่นๆ เช่น Triceratops, Parasaurolophus, T rex และฝูง  Iguanodons ไดโนเสาร์กินพืช กว่า 30 ตัว ที่จัดแสดงอยู่ในห้องโถงขนาดใหญ่    และส่วนจัดแสดงเกี่ยวกับวิวัฒนาการของมนุษย์และสัตว์ในยุคดึกดำบรรพ์ในส่วนจัดแสดง Gallery of Humankind, Gallery of Evolution, Mineral Hall และอื่นๆ อีกมากมาย

 

 

 

8.Royal Tyrrell Museum of Paleontology (Alberta)

 

 

            Royal Tyrrell Museum of Paleontology หรือ พิพิธภัณฑ์บรรพชีวินวิทยา ตั้งอยู่ที่รัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา โดยพิพิธภัณฑ์แห่งตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติกับ “Joseph Burr Tyrrell” นักธรณีวิทยาผู้บังเอิญค้นพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์เป็นครั้งแรกในหุบเขา Red Deer River ในปี ค.ศ. 1884 เป็นฟอสซิลของไดโนเสาร์สายพันธุ์ “Albertosaurus (อัลเบอร์โตโตซอรัส)” และถูกก่อตั้งเป็นพิพิภัณฑ์ในอีก 2 ปีต่อมา เป็นศูนย์รวมฟอสซิลกว่า 130,000 ชิ้น จัดแสดงที่ “Dinosaur Hall” ที่เต็มไปด้วยโครงกระดูกไดโนเสาร์แบบสมบูรณ์กว่า 40 ตัว และอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือ โครงกระดูก T. Rex ที่เป็นสีดำจึงถูกเรียกว่า “Black Beauty” นั่นเอง

 

 

 

 

9.Iziko Museum (Cape Town)

 

 

            พิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของแอฟริกา ตั้งอยู่ที่เมืองเคปทาวน์ แม้ว่าที่นี่จะได้จัดแสดงไดโนเสาร์ยอดนิยมอย่าง T. Rex และ Brachiosaurus แต่ที่นี่ก็จัดแสดงเกี่ยวกับไดโนเสาร์พันธุ์ท้องถิ่นแอฟริกาที่น่าสนใจมากมายหลากหลายสายพันธุ์ อาทิ ฟอสซิลของไดโนเสาร์ Euparkeria และ Jobaria ซึ่งเป็นสายพันธ์ที่ขุดพบเฉพาะในประเทศแอฟริกาใต้เท่านั้น และอีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่คือ กะโหลกศีรษะของ Carcharodontosaurus (คาร์คาโรดอนโทซอรัส) สุดยอดนักล่าในแถบนี้ ที่กะโหลกศีรษะมีความแข็งแรงเท่ากับไดโนเสาร์พันธุ์ T. Rex เลยทีเดียว

 

 

 

10.New Mexico Museum of Natural History & Science (Albuquerque)

 

 

            พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์นิวเม็กซิโก ตั้งอยู่ที่เมืองแอลบูเคอร์คี รัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1986 ภายในพิพิธภัณฑ์จะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการกำเนิดโลกในยุคต่างๆ จัดแสดงเป็นนิทรรศการถาวรหลักๆ 8 หัวข้อคือ Origins, Dawn of the Dinosaurs, Jurassic Super Giants, New Mexico's Seacoast, Age of Volcanoes, Evolving Grasslands, Cave Experience และ New Mexico's Ice Age ทุกคนจะไดตื่นตากับนิทรรศการ “Jurassic Super Giants” ไฮไลท์คือโครงกระดูกของ Tyrannosaurus rex (T. Rex) ที่มีขนาดกว้าง 40 ฟุต (12.2 เมตร) ยาว 12 ฟุต (≈3.7เมตร) นับเป็นอันดับสองของ T. Rex เคยค้นพบอีกด้วย

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

https://depositsmag.comhttps://dinosours.files.wordpress.comhttps://explorise.dehttps://convention.visitberlin, https://www.involo.dehttps://www.expedia.com, https://dinosaurpalaeo.wordpress.comhttps://www.fieldmuseum.orghttps://urbanmatter.comhttps://www.newyorkbyrail.comhttps://www.nycgo.comhttps://i.ytimg.comhttp://ziadsalloumphotography.comhttps://fortwoplz.comhttps://cityseeker.comhttp://sewtravelinspired.comhttp://www.mudpuddlestometeors.comhttp://www.enca.com

เฟซบุคแฟนเพจ : Fernbank Museum of Natural History, Iziko Museums of South Africa, National Dinosaur Museum, Royal Tyrrell Museum of Palaeontology,New Mexico Museum of Natural History & Science