ชม..ชิม..แชะไปกับพิพิธภัณฑ์ขนมหวาน “The Dessert Museum”

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-24 รูป จากทั้งหมด 28 รูป

             

                พิพิธภัณฑ์เปิดใหม่จากประเทศฟิลิปปินส์ที่จะชวนทุกคนมาร่วม ‘ชม ชิม แชะ’ ไปกับนิทรรศการสีหว๊าน..หวาน ที่เพิ่งเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการไปเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2018 นายกบแดงเห็นแล้วก็อดใจไม่ไหวจึงต้องนำภาพตัวอย่างของพิพิธภัณฑ์ขนมหวานมาให้ได้ชมกัน งานนี้สาวๆ มีกรี๊ดกันอีกแล้วแน่นอน เพราะนอกจากนิทรรศการแต่ละห้องที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเป็นแบคกราวในการถ่ายรูปแล้ว ยังมีขนมหวานในได้ชิมกันอีกด้วย บอกเลยว่าคนรักขนมหวานกับการถ่ายรูปพลาดไม่ได้อีกแล้วครับท่าน

 

 

                 The Dessert Museum ตั้งอยู่ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ บนพื้นที่กว่า 12,000 ตารางฟุต กับ 8 ห้องนิทรรศการที่มาในธีมขนมหวานแตกต่างกันออกไป เช่น ห้องขนมสายไหม (Cotton candy), ห้องขนมกัมมี่แบร์ (gummy bear), ห้องมาร์ชเมลโลว์ (marshmallow), ห้องหมากฝรั่ง (bubble gum), ห้องโดนัท (donuts), ห้อง candy cane ขนมสัญลักษณ์วันคริสมาสต์, ห้องไอศกรีม และเค้กป๊อบ (cake pops) ขนมเค้กชิ้นเล็กๆ สีสันสดใส ในทุกห้องสามารถกระโดดโลดเต้นได้อย่างเต็มที่ และตื่นตาตื่นใจไปกับขนมหวานชิ้นใหญ่สะใจมาจัดแสดงให้ได้ชมและได้ชิมกัน โดยการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ก็หวานกันตั้งแต่ทางเข้าด้วยตั๋วเข้าชมสีชมพูหวานแหวว ในราคา 799 เปโซฟิลิปปินส์ (ประมาณ 480 บาท) ในช่วงวันจันทร์ –  วันศุกร์ และราคา 899 เปโซฟิลิปปินส์ (ประมาณ 540 บาท) ในวันเสาร์และอาทิตย์ ระยะเวลาเดินชมพิพิธภัณฑ์ประมาณ 2 ชั่วโมง

 

 

                ภายในห้องนิทรรศการแต่ละห้องนอกจากความตื่นตาตื่นใจในขนมหวานประเภทต่าง ๆ แล้ว เรายังได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของขนมในแต่ละธีมอีกด้วย พร้อมกิมมิกเล็ก ๆ ในแต่ละห้องที่จะทำให้ทุกคนเพลิดเพลินจนลืมเวลากันเลยทีเดียว ทันทีที่เดินเข้าไปในห้องนิทรรศการจะรู้สึกเหมือนกับการเดินเข้าไปในสนามเด็กเล่น บวกสตูดิโอ ที่สร้างขึ้นสำหรับคนที่ชอบความสนุกสนานรักการถ่ายรูป มาร่วมปลุกความเป็นเด็กในตัวคุณอีกครั้ง หลังจากซื้อตั๋วแล้วห้องแรกที่คุณจะได้เจอคือ ห้องโดนัท เราจะพบกับโดนัทขนาดยักษ์ที่ห้อยลงมาจากเพดานและติดอยู่เต็มผนัง โดยที่เราสามารถดึงโดนัทยักษ์ลงมาเล่นและโพสท่าถ่ายรูปไปกับเราด้วย

 

 

                ห้องที่สองต้องขอเรียกมันว่าห้องแห่งความฝันอันแสนละมุน ที่เต็มไปด้วยมาร์ชแมลโลว์กว่า 10,000 ชิ้น ห้อยลงมาจากเพดานเหมือนเม็ดฝนที่ตกลงมา ไม่ต้องบอกว่าฉากนี้ถ่ายรูปออกมาจะสวยงามแค่ไหน สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับห้องนี้ก็คือผู้เข้าชมจะสามารถเพิ่มโดสน้ำตาลกันได้จากถ้วยขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยมาร์ชแมลโลว์ ถัดไปอีกนิดจะเป็นบ่อน้ำพุช็อคโกแลต, สตอเบอร์รี่ และคาราเมล ให้ทุกคนได้ลองมาร์ชเมลโลว์ฟองดูว์กันอย่างเพลิดเพลินอะไรจะฟินกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว อีกหนึ่งห้องเอาใจคนรักกัมมี่แบร์ ขนมหมีเหนียวๆ หนึบๆ ที่วัยเด็กทุกคนต้องเคยกิน เราจะได้พบกับหมีตัวเล็กตัวใหญ่ที่ทั้งตั้งทั้งห้อยอยู่เต็มห้อง พร้อมแทรมโพลีน (trampoline) ให้ได้กระโดดดึ๋งๆ เพิ่มความสนุกสนานกันไปอีก

 

 

                ตรงข้ามห้องกัมมี่แบร์จะมีเครื่องขายลูกอมแบบหยอดเหรียญ (gumball machine) ขนาดใหญ่ ให้เราสามารถเข้าไปเล่นข้างในได้ ห้องถัดไปจะเรียกว่าห้อง “Room of Never-Ending Bubbles” เพราะว่าทั้งห้องจะเต็มไปด้วยฟองสบู่เพียงแค่เราก้าวเข้าไปในห้อง จะมีฟองสบู่นับร้อยนับพันก็จะลอยฟุ้งอยู่เต็มห้องแบบไม่มีหยุดไม่เพียงแต่เด็กๆ เท่านั้นที่จะตื่นเต้นกับห้องนี้ผู้ใหญ่หลายคนก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน หรือจะเป็นห้องไอศกรีมที่มีโคนไอศกรีมขนาดใหญ่ ผูกติดกับลูกโป่งหลากสีหลายใบ คล้ายๆ กับฉากในภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “UP ปู่ซ่าบ้าพลัง” ที่เราสามารถเข้าไปถ่ายรูปในโคนไอศกรีมได้ อีกหนึ่งห้องนิทรรศการสีหวานชมไปชิมไปคือ ห้องสายไหมสีชมพูที่เป็นเหมือนต้นไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในห้อง นอกจากจะเดินไปถ่ายรูปแล้วก็ยังสามารถหยิบขนมสายไหมมาชิมไปพลาง ๆ ได้อีกด้วย

 

 

                โดยขนมหวานจะมีให้ผู้เข้าชมได้ชิมและกินกันอย่างจริงจังเกือบทุกห้องนิทรรศการที่นอกจากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นยังมี ขนมมาการอง (Macaron) รสสตอเบอร์รี่และบลูเบอร์รี่ในห้อง Candy Cane และเค้กบอล ในห้องเค้กให้ชิมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกครั้งที่เรากินขนมสายรัดข้อมือของเราจะถูกสแกน นี่เป็นเพียงไม่กี่ห้องนิทรรศการภายใน The Dessert Museum ที่นายกบแดงยกตัวอย่างมาให้ชมกัน และยังมีอีกหลายห้องที่รอให้ทุกคนไปชม ชิม และแชะ พร้อมแฮชแท็ก #TheDessertMuseum มาที่อินสตาแกรม “dessertmuseum” อวดภาพสวยๆ กันได้เลย ใครที่สนใจพิพิธภัณฑ์สีหวานที่ทั้งสนุกและได้ถ่ายรูปแบบเพลินๆ สามารถชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.thedessertmuseum.com กันต่อได้เลยครับ

 

 

 

ขอบคุณที่มาและภาพประกอบจาก

- www.thedessertmuseum.com

-เฟซบุคแฟนเพจ The Dessert Museum

- Instagram : dessertmuseum