Muse Around The World


รู้จักกับ “Paddington Bear” นิทรรศการสุดน่ารักส่งตรงจากลอนดอน

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-24 รูป จากทั้งหมด 38 รูป

 

             หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่อง “Paddington 2 : คุณหมี หนีป่ามาป่วนเมือง 2” ได้เข้าฉายที่ประเทศไทยไปเมื่อปลายปีที่แล้ว และมีกำหนดเข้าฉายที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงต้นปี 2018 ก็แว่วว่าทางพิพิธภัณฑ์ "Museum EKI Kyoto” และพิพิธภัณฑ์ "Bunkamura the Museum"  เตรียมจัดนิทรรศการชุดพิเศษเพื่อเป็นการต้อนรับการเข้าฉายภาพยนตร์ Paddington ภาค 2 ในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย สำหรับคนไทยแล้วอาจจะรู้จักเจ้าหมีแพดดิงตันตัวนี้น้อยกว่า หมีพูห์ หรือตุ๊กตาหมีเท็ดดี้แบร์ แต่ใครที่มีโอกาสไปเที่ยวที่ประเทศอังกฤษก็จะรู้ว่าเจ้าหมีแพดดิงตันคือของฝากน่ารัก ๆ จากกรุงลอนดอน นั่นเอง วันนี้นายกบแดงจะพาทุกคนไปทำความรู้จักเจ้าหมีแพดดิงตัน ให้มากขึ้นว่ามีที่มาอย่างไรถึงมีชื่อที่เหมือนกับสถานีรถไฟสำคัญของประเทศอังกฤษ และยังมีภาพถ่ายคู่กับเจ้าหญิงแคเธอรีนออกสื่อไปทั่วโลก ถ้าพร้อมแล้วเราไปชมประวัติความเป็นมาของ “Paddington Bear” ก่อนไปชมนิทรรศการน่ารัก ๆ ของเจ้าหมีตัวนี้กันดีกว่า

 

             

            หมีแพดดิงตัน หรือ Paddington Bear เป็นตัวละครในนิทานสำหรับเด็กที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกตัวหนึ่ง มีชื่อและนามสกุลจริงว่า “Paddington Brown” โดยมีผู้ให้กำเนิดเป็นนักเขียนชาวอังกฤษที่ชื่อว่า  “Michael Bond” ย้อนกลับไปในวันคริสต์มาสปี 1956 ขณะที่เขากำลังหาซื้อของขวัญในวันคริสต์มาสให้กับภรรยา ก็ได้เหลือบไปเห็นตุ๊กตาหมีตัวสุดท้ายที่วางอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนชั้น ณ สถานีรถไฟแพดดิงตัน จึงตัดสินใจซื้อตุ๊กตาหมีตัวนั้นกลับมาให้ภรรยา และตั้งชื่อว่า Paddington ตามชื่อสถานีรถไฟ หลังจากนั้นเขาจึงได้เขียนเรื่องราวของเจ้าหมีน้อยแพดดิงตันขึ้นมาด้วยความสนุกสนานและไม่คิดว่าจะกลายเป็นวรรณกรรมเด็กที่โด่งดังจนถึงปัจจุบัน

 

 

        

           ตามจินตนาการของ Michael Bond แพดดิงตันไม่ใช่ตุ๊กตาหมี แต่เป็นหมีอเมริกาใต้ที่อพยพมาจากดาร์กเกสต์ เปรู (Darkest Peru)  มีบุคลิกน่ารักๆ คือ แพดดิงตัน เป็นหมีที่สุภาพ เขามักจะเรียกบุคคลอื่นด้วยคำว่า มิสเตอร์, มิสซิส หรือ มิส เสมอ มีความปรารถนาดีต่อผู้อื่น ชอบกินแซนด์วิชส์ทาแยมผิวส้ม และโกโก้ สวมหมวกชาวประมงเก่า ๆ ใบหนึ่งอยู่ตลอดเวลา มีหีบกระเป๋าหนังที่ใช้เก็บของสำคัญส่วนตัวติดตัวไปด้วยเสมอ การผจญภัยของแพดดิงตันเริ่มขึ้นเมื่อเขามาถึงลอนดอน และถูกพบโดยครอบครัวบราวน์ ณ สถานีรถไฟแพดดิงตัน บนกระเป๋าเดินทางของแพดดิงตันมีข้อความว่า "WANTED ON VOYAGE"(ต้องการเดินทาง) และข้อความบนเสื้อว่า “Please look after this bear.... Thank You” (กรุณาดูแลหมีตัวนี้ด้วย....ขอบคุณ)

 

 


              จนในปี 1958 เรื่องราวของแพดดิงตันก็ได้ถูกตีพิมพ์เป็นครั้งแรกโดยใช้ชื่อว่า “A Bear Called Paddington” ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจนต้องเขียนเรื่องราวของหมีแพดดิงตันต่อเนื่องอีกหลายตอน หนังสือได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ มากกว่า 40 ภาษา ส่วนตุ๊กตาหมีแพดดิงตันนั้นได้รับการผลิตขึ้นหลังจากหนังสือเป็นที่โด่งดังไปแล้วกว่า 14 ปี ด้วยความน่ารักและคาแรกเตอร์ของแพดดิงตันที่สุภาพเรียบร้อยตามแบบฉบับผู้ดีอังกฤษทำให้ใครก็อดที่จะหลงรักไม่ได้เลย จากวรรณกรรมเด็กที่โด่งดัง ก็เริ่มมีการนำไปจัดเป็นรายการวิทยุ และก้าวไปสู่การเป็นการ์ตูนทั้งจอแก้วและจอเงิน ออกฉายทั่วประเทศอังกฤษและอเมริกา ไปจนถึงการมีนิทรรศการเป็นของตัวเอง

 

  

               โดยเมื่อปี 2014 ที่ Museum of London ได้จัดนิทรรศการชุด “A Bear Called Paddington” จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2014 – 4 มกราคม 2015 เปิดให้เข้าชมฟรี เนื้อหานิทรรศการที่เกี่ยวกับเจ้าหมีแพดดิงตันทั้งหมด อาทิ หนังสือ A Bear Called Paddington ฉบับแรกที่ได้รับการตีพิมพ์, ภาพประกอบต้นฉบับของ Paddington โดย Peggy Fortnum รวมถึงหุ่นหมีแพดดิงตันดั้งเดิมตั้งแต่ปี 1970 นำมาปัดฝุ่นจัดแสดงให้ได้ชมกันอีกด้วย และอีกหนึ่งอีเว้นท์ที่สร้างความฮือฮานั่นก็คือ รูปปั้นหมีแพดดิงตันกว่า 50 ตัว ที่ได้รับการออกแบบจากเหล่าคนดัง เช่น สตีเฟน ฟราย, เอ็มม่า วัตสัน, เดวิด เบ็กแฮม, เคท มอสส์, แอนดรูว์ ลอยด์ เว็บเบอร์ และเลียม กัลลาเกอร์ นำไปตั้งอยู่ตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในลอนดอน ใครที่มีโอกาสไปเยือนกรุงลอนดอนต้องได้พบเจอกับหมีแพดดิงตันสีสันสดใสเหล่านี้แน่นอน รวมไปถึงร้านขายหนังสือ ขายของที่ระลึก ที่จะได้พบกับแพดดิงตันแน่นอน และอย่าลืมแวะไปถ่ายรูปคู่กับรูปปั้นหมีทองสัมฤทธิ์ที่ Paddington Bear at Paddington Station เก็บไว้เป็นที่ระลึก

 

 

            และเพื่อไม่ให้ต้องเดินทางไกลไปถึงลอนดอน นายกบแดงของอัพเดทข้อมูลนิทรรศการของแพดดิงตันที่จะจัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อต้อนรับการเข้าฉายภาพยนตร์ Paddington Bear ภาค 2 และยังเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี ที่หมี Paddington ตัวนี้ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 1958 อีกด้วย โดยนิทรรศการพิเศษชุดนี้ชื่อว่า “Paddington TM exhibition of bear of the 60thanniversary of the birth” จะจัดขึ้นที่พิพิธภัณท์ Museum EKI Kyoto ที่ห้าง Isetan ที่สถานี JR Kyoto เป็นแห่งแรก จนถึงปี 2020 ระหว่างวันที่ 8 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2018 ตั้งแต่ 10.00 - 20.00 น. ทุกวัน ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 800 เยน เด็ก 400-600 เยน และเดินทางจัดแสดงทั่วประเทศญี่ปุ่นในพิพิธภัณฑ์และแกลอรี่อีกกว่า 6 แห่ง

 

   

            ใครที่มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงนี้ก็อย่าพลาดนิทรรศการน่ารัก ๆ จากกรุงลอนดอนที่ส่งตรงมาที่ญี่ปุ่นให้คนในแถบเอเชียได้ชมกันด้วยนะครับตามตารางจัดแสดงในประเทศญี่ปุ่นของเจ้าหมีแพดดิงตันเพิ่มเติมกันได้เลยครับ

  • 8 ก.พ. – 4 มี.ค. 2018 ที่ "Museum EKI Kyoto", เกียวโต
  • 10 มี.ค. – 15 เม.ย. 2018 ที่ “Fukuoka Asian Art Museum”, ฟุกุโอะกะ
  • 28 เม.ย. – 25 มิ.ย. 2018 “The Museum Bunkamura”, ชิบูย่า โตเกียว
  • 20 เม.ย. – 23 มิ.ย. 2019 The Museum of Modern Art, จังหวัดกุมมะ
  • 6 ก.ค. – 8 พ.ย. 2019 Koriyama City Museum of Art, จังหวัดฟูกูชิม่า
  • 11 ก.ค. – 13 พ.ย. 2020 Hamamatsu Municipal Museum of Art, จังหวัดชิซุโอะกะ

 

ขอบคุณที่มาและภาพประกอบจาก

https://www.mirror.co.ukhttps://www.museumoflondon.org.ukhttps://www.irishtimes.comhttp://www.dieleseentdecker.dehttp://rwalley.com/books/paddington-bear/https://pufflesandhoneyadventures.files.wordpress.comhttp://i.telegraph.co.ukhttps://s.yimg.com/http://news.abs-cbn.comhttp://www.rmichelson.com