Muse Around The World


พาทัวร์ศิลปะยุคโมเดิร์นคอลเล็กชั่นใหญ่ถูกซ่อนอยู่ในอิหร่าน

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-5 รูป จากทั้งหมด 5 รูป

เมื่อเอ่ยถึงการไปเยี่ยมชมคอลเล็กชั่นงานศิลปะยุคโมเดิร์น(modern art)แทบไม่มีใครนึกถึงจุดหมายปลายทางอย่างประเทศอิหร่านเลย นั่นเพราะงานศิลปะจากโลกตะวันตกกว่า1,500 ชิ้นที่ถูกเก็บไว้ที่นี่ ถูกซื้อหามาอย่างลับๆ และต่อมาก็ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างแน่นหนาในช่วงการปฏิวตัิอิสลามปี1979 ก่อนจะเริ่มเผยโฉมบางชิ้นออกมาในช่วงสิบปีที่ผ่านมานี่เอง

 

 


ผลงานศิลปะคอลเล็กชั่นที่ว่านี้อยู่ในความดูแลของพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเตหะราน(The Tehran Museum of ContemporaryArt) ซึ่งสร้างขึ้นโดยจักรพรรดินีฟาราห์ ปาห์ลาวี พระมเหสีในพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี แห่งอิหร่านก่อนการปฏิวัติอิสลามปี1979 เพียงไม่นาน ผลงานศิลปะจากอเมริกาส่วนใหญ่ถูกซื้อโดยคามราน ดีบา (Kamran Diba) ลูกพี่ลูกน้องของจักรพรรดินีซึ่งเป็นทั้งผู้อำนวยการผู้ก่อตั้งและผ้อูอกแบบพิพิธภัณฑ์ ส่วนจักรพรรดินีฟาราห์ ซึ่งร่าเรียนศิลปะมาจากปารีสและชื่นชอบศิลปะทางฝั่งยุโรปมากกว่าก็ว่าจ้างคนมาซื้อ ผลงานศิลปะให้เธอโดยเฉพาะ

 


เท่าที่มีการเปิดเผย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ครอบครองศิลปะยุคโมเดิร์นไว้จานวนมาก อย่างภาพของปาโบล ปิกัสโซ กว่า30ภาพ(รวมทั้ง The Painter and His Model ผลงานชิ้นสำคัญขนาด45ตารางฟุต ซึ่งวาดขึ้นในปี1927),ภาพของ แอนดี วอร์ฮอลอย่างน้อย15ภาพ (รวมทั้งภาพมิค แจ็กเกอร์,มาริลีน มอนโร,ภาพประธานเหมาชุด 10 ใบ,ภาพ Suicide หรือ Purple Jumping Manซึ่งเป็นภาพอะคริลิกปี1963 รูปผ้ชูายที่กำลังกระโดดตึกและภาพDeath and Disaster ซึ่งหาดไูด้ยากและได้ขายไปแล้วในราคา105 ล้านเหรียญฯเมื่อปี2013) ภาพของแจส เปอร์จอห์น12ภาพ, ภาพของโรเบิร์ต เราส์เชนเบิร์ก 12 ภาพ, ภาพของมาร์ก ชากาล, จอร์จส์ บราค, ดิเอโก ริเวรา ฯลฯ

 

 

นอกจากนี้ทางพิพิธภัณฑ์ยังมีงานศิลปะยุคปลายศตวรรษที่19ของโมเนต์, โกแก็ง, ปีซาโร, ตูลูซ-โลแทร็ก,แวน โก๊ะและโรแด็งอีกจานวนหนึ่งที่เด่นๆได้แก่ ภาพ Still Life With Japanese Woodcut ปี1889 ของพอลโกแก็งซึ่งซื้อมา ในราคา 1.4 ล้านเหรียญฯ คาดว่ามูลค่าในปัจจุบันของมันอยู่ที่ราว 45 ล้านเหรียญฯ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ มาจิด โมลลาโนรูซี(Majid Mollanoroozi)เล่าว่าเคยมีนักสะสมชาวญี่ป่นุขอซื้อภาพนี้โ้ดยเสนอ“เช็คไม่กรอกตัวเลข”มาแล้วอีกภาพ ได้แก่ Gabrielle With Open Blouse ปี1907 ของปีแยร์-โอกสุต์เรอนัวร์ซึ่งมีมูลค่าราว 8 ล้านเหรียญฯ


คอลเล็กชั่นทั้งหมดรอดพ้นการแย่งชิงและทำลายในช่วงปฏิวัติมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ยกเว้นภาพจักรพรรดินีฟาราห์ที่วาดโดยแอนดี วอร์ฮอล ซึ่งถูกกรีดทำลายระหว่างที่ประดับในพระราชวังและภาพนู้ดที่วาดโดย วิลเลม เดอ คูนนิง ซึ่งถูกขายให้เดวิดเกฟเฟนในปี1994 แลกเปลี่ยนกับชิ้นส่วนของหนังสือจิตรกรรมส่วนอายุ 400 ปีที่รู้จักกันในนาม Shahnama of Shah Tahmasp : The Persian Book of Kings ซึ่งถือเป็นสมบัติของชาติ

 


ถ้าคุณได้แวะไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเตหะรานช่วงฤดใูบไม้ร่วงปีนี้คุณจะได้เห็นผ้าใบสีแดงขนาด 9x8 ฟุต สาดด้วยแถบสีขาวเทา ดำ ซึ่งเป็นภาพสไตล์หยดสีทีี่ใหญ่ที่สุดชิ้นหนึ่งของแจ็คสัน พอลล็อค (บริษัทประมูลงานศิลปะเก่าแก่อย่างคริสตี้ส์ประเมินราคาเมื่อ 5 ปีก่อนไว้ที่ 250 ล้านเหรียญฯ) ผลงานขนาดเท่าผนังของมาร์ค รอธโก สองชิิ้นมูลค่า 100 และ 200 ล้านเหรียญฯและผลงานแอ็บสแตรกต์เอกซ์เพรสชั่นนิสม์ของคันดินสกี้, มาเธอร์เวลล์,พอลล็อค, รอธโกและสเตลลา ส่วนรูปปั้นโดยเอิร์นส์, เจียโคเมตติ, มากริตต์และมัวร์ นั้นถูกจัดแสดงอย่างถาวรอย่ใูนสวนทว่าภายใต้ การปกครองของรัฐบาลในปัจจุบันผลงานที่แสดงความสัมพันธ์ของคนรักเพศเดียวกันและผลงานที่มีการโป๊เปลือยอย่าง ภาพน้ดูของปิกัสโซและเอ็ดวาร์ดมนุช์, ภาพGolden Age ของ อังเดรเดอเรน, ภาพ Gabrielle With Open Blouse ของ เรอนัวร์ยังไมส่ามารถจัดแสดงในอิหร่านได้

 

 

อย่างไรก็ดีในเดือนตุลาคม 2015 ที่ผ่านมาทางพิพิธภัณฑ์ได้เซ็นสัญญากับรัฐบาลเยอรมันว่าจะส่งผลงานศิลปะ 60 ชิ้นจากเตหะราน(เป็นงานศิลปะของตะวันตก 30 ชิ้นและงานศิลปะของอิหร่าน 30 ชิ้นไปจัดแสดงที่เบอร์ลินเป็นเวลา 3 เดือนในฤดูใบไม้ร่วงปีหน้า (2016) ซึ่งนับเป็นการจัดนิทรรศการในต่างประเทศครั้งแรกของทางพิพิธภัณฑ์จากนั้นก็มีแผนจะจัดนิทรรศการขนาดใหญ่กว่าในปี 2017 ที่พิพิธภัณฑ์เฮิร์ชฮอร์นของสมิธโซเนียนในกรุงวอชิงตัน ถ้าสถานการณ์ทางการเมือง เอื้ออำนวย“นี่จะเป็นคอลเล็กชั่นงานศิลปะอเมริกันและยโุรปหลังสงครามขนาดใหญ่ที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน”เมลสิซา จิว ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ Hirshhorn กล่าว“เราไม่ได้เห็นผลงานเหล่านี้มา 40 ปีแล้ว” ส่วนรายได้จากการจัดแสดงผลงานเหล่านี้ในต่างแดนจะถูกนำมาปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมยัเตหะรานเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปีเช่นกัน

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก Ali Kaveh และ www.bloomberg.com