Muse Around The World


7 นิทรรศการน่าดูจากทั่วโลกในปี 2018 บอกเลยว่าห้าม...พลาด!

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-24 รูป จากทั้งหมด 55 รูป

 

          หลังจากที่นายกบแดงเคยลิสต์รายชื่อพิพิธภัณฑ์เปิดใหม่ในปี 2018 ให้ชมกันไปแล้ว วันนี้ขอเอาใจคนรักงานศิลปะกันบ้างด่้วยการพาไปชม 7 นิทรรศการศิลปะจากทั่วทุกมุมโลกทั้งที่กำลังจัดแสดงอยู่และกำลังจะมีขึ้นในปี 2018 นี้ บอกได้เลยว่าห้ามพลาด! เตรียมเก็บเงินค่าตั๋วเครื่องบินกันไว้แต่ต้นปีชอบนิทรรศการไหนที่นายกบแดงนำมาให้ชมกันวันนี้ก็แพลนล่วงหน้ากันได้เลย ไปดูว่าจะมีที่ไหนกันบ้างที่น่าสนใจ

 

1."Harry Potter : A History of Magic" จากลอนดอนสู่นิวยอร์ค

 

 

        สาวกแฮรี่พอตเตอร์ฟังทางนี้ เริ่มต้นปีด้วยนิทรรศการดี๊ดี ที่ห้าม...พลาด "Harry Potter: A History of Magic" ที่จัดขึ้นที่ หอสมุดแห่งชาติอังกฤษ (British Library) กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยเปิดให้เข้าชมกันตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2017 และจะจัดแสดงอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติอังกฤษไปจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2018 นี้ โดยนิทรรศการ Harry Potter: A History of Magic จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี ที่ Harry Potter เล่มแรก “Harry Potter and the Sorcerer’s Stone”  หรือ “แฮรี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์” ถูกตีพิมพ์เป็นครั้งแรก

 

 

 

            ในนิทรรศการจะบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ จุดเริ่มต้นก่อนที่ Harry Potter จะกลายมาเป็นนวนิยายที่โด่งดัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องย่อที่ เจ. เค. โรว์ลิง (J. K. Rowling) ส่งสำนักพิมพ์ครั้งแรก, ร่างแบบปกหนังสือเล่มแรกโดย จิม เคย์ (Jim Kay), ภาพสเกตซ์ตัวละคร และฉากในฮอกวอตส์ รวมถึงการจำลองภาพบรรยากาศของห้องเรียนฮอกวอตส์ และตำราการปรุงยาต่างๆ มาให้ชมกันอีกด้วย สำหรับใครที่มีโอกาสเดินทางไปประเทศอังกฤษและเป็นสาวกแฮรี่พอตเตอร์ งานนี้ห้ามพลาดเดินทางไปชมกันได้ จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2018 นี้ จากนั้น นิทรรศการ Harry Potter : A History of Magic ก็จะย้ายมาจัดแสดงที่ “New-York Historical Society” ในเดือนตุลาคม 2018 นั่นเอง 

 

 

2."Modigliani", พิพิธภัณฑ์ศิลปะเทต โมเดิร์น (Tate Modern)

 

 

            นิทรรศการภาพวาดที่ถูกนำมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเทต โมเดิร์น (Tate Modern ) กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ชุดนี้มีชื่อว่า "Modigliani" ผลงานจากศิลปินชื่อดังเชื้อสายยิว-อิตาเลียน “Amedeo Modigliani” ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปินสมัยใหม่คนสำคัญที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชายผู้อาภัพที่มาพร้อมโศกนาฎกรรมชีวิตอันน่าเศร้า Amedeo Modigliani เสียชีวิตลงด้วยวัยเพียง 35 ปี เนื่องจากอาการป่วย ภายหลังจากที่เขาเสียชีวิตไปไม่นานภรรยาพร้อมลูกน้อยในครรภ์ของเขาได้กระโดดลงมาจากหน้าต่างเพื่อฆ่าตัวตายตาม เสียชีวิตทั้งแม่และลูกนับเป็นเรื่องราวที่น่าสะเทือนใจของผู้ที่พบเห็นและได้ยินเรื่องราวชีวิตของศิลปินผู้อาภัพคนนี้เป็นอย่างมาก ช่วงที่ Amedeo Modigliani ยังมีชีวิตอยู่ผลงานของเขาไม่เป็นที่รู้จักและไม่ได้รับการยอมรับจากที่ใดเลย จนถึงขั้นขึ้นชื่อว่าเป็น จิตรกรและประติมากรชั้นเลว (Ies peintres maudits) แต่ภายหลังการเสียชีวิตกลับทำให้ผลงานของเขามีราคาสูงถึงพันล้านบาท เลยทีเดียว

 

 

             Amedeo Modigliani เป็นที่รู้จักจากผลงานภาพวาดพอร์ตเทรตและภาพเปลือย โดยเอกลักษณ์ในผลงานศิลปะของเขาคือ ภาพวาดมักจะมีใบหน้าหรือคอยาว และเขียนส่วนอื่น ๆ ด้วยเส้นที่สัมพันธ์กันอย่างง่าย ๆ กล่าวกันว่าผลงานของเขาส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลมาจากประติมากรรมดั้งเดิมของแอฟริกาและผลงานที่เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของ Amedeo Mldigliani นั่นก็คือ ภาพเหมือนของภรรยาของเขา “Jeanne Hébuterne” ที่วาดขึ้นตามสไตล์ศิลปะแบบแอฟริกา เป็นภาพของหญิงสาวที่มีใบหน้าเป็นวงรีและคอที่ยาวเกินจริง ตาสีฟ้า ไม่มีตาดำ จมูกขนาดเล็ก และริมฝีปากเรียวเล็ก ใบหน้าดูไร้อารมณ์ หลายคนดูแล้วกลับรู้สึกหลอนๆ อย่างบอกไม่ถูก ภายในนิทรรศการจะจัดแสดงผลงานศิลปะของ Amedeo Modigliani กว่า 100 ชิ้น ที่จัดแสดงอยู่ในห้องนิทรรศการถึง 11 ห้องด้วยกัน รวมถึงผลงานภาพเปลือยอันโด่งดังของเขาอีก 12 ชิ้น ที่ทุกคนจะต้องว้าวกับศิลปะในแบบของ Amedeo Modigliani อย่างแน่นอน โดยจะจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเทต โมเดิร์นไปจนถึงวันที่ 2 เมษายน 2018 นี้ เท่านั้น 

 

 

3."No Spectators: The Art of Burning Man", Renwick Gallery, Washington D.C.

 

 

            ในรัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เทศกาล “Burning Man” กลายเป็นปรากฎการณ์ทางวัฒนธรรมที่มีระยะเวลายาวนานมากว่า 30 ปี หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่องานเทศกาลศิลปะสุดแปลกแหวกแนวอย่าง Burning Man กันมาบ้างแล้ว แต่น้อยคนนักที่จะเคยเดินทางไปร่วมงานเทศกาลอย่างจริงจัง เพราะกว่าจะไปถึงบอกเลยว่าไม่ง่าย โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมเทศกาลจะต้องเดินทางข้ามทะเลทราย “Black Rock Desert” ทางตอนเหนือของรัฐเนวาดา เพื่อไปใช้ชีวิตอยู่เป็นสัปดาห์ในการเตรียมงานศิลปะของตัวเอง โดยมีพื้นที่เป็นทะเลทรายอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่เป็นห้องนิทรรศการและเวทีการแสดงที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ปล่อยของอย่างเต็มที่และไม่มีขีดจำกัด สำหรับงานเทศกาล Burning Man เกิดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1986 โดยคนเพียง 20 คน จัดแสดงบนชาดหาด Baker ซานฟรานซิสโก ได้รับการตอบรับอย่างดีและมีผู้คนให้ความสนใจเข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่องในปีต่อๆ มา จนต้องย้ายมาจัดที่กลางทะเลทราย Black Rock Desert  

 

 

          โดยในปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมเทศกาลมากกว่า 60,000 คน และในปี 2017 ที่ผ่านมา Renwick Gallery of the Smithsonian American Art Museum ได้เกิดไอเดียจับงานศิลปะในเทศกาล Burning Man มาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ให้ได้ชมกันแบบไม่ต้องเดินทางให้เหนื่อย แต่ถึงแม้จะจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แต่ความอลังการก็ยังคงอยู่อย่างครบถ้วนผู้ไม่ว่าจะเป็นการแสดงอันน่าทึ่งอึ้งด้วยความอลังการของเครื่องประดับและเครื่องแต่งกายของนักแสดง งานศิลปะชิ้นใหญ่จัดเต็มให้เหมือนงานเทศกาลกลางทะเลทรายจริงๆ งานนี้เปิดให้เข้าชมถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2018 นี้ อีกหนึ่งนิทรรศกาลเจ๋งๆ ที่คุณไม่ควรพลาด

        

  

4."Yayoi Kusama: Infinity Mirrors" ทัวร์อเมริกาเหนือ

 

 

          นิทรรศการภาพหลอนของคุณป้าสุดจี๊ด “Yayoi Kusama” ศิลปินรุ่นเก๋าสัญชาติญี่ปุ่น ที่สร้างภาพจำในผลงานศิลปะของเธอ นั่นก็คือ “Polka Dot” ภาพวาดลายจุดที่โด่งดังไปทั่วทุกมุมโลก และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองช่วงชีวิตที่ Yayoi Kusama ทุ่มเทให้กับงานศิลปะมาอย่างต่อเนื่องถึง 65 ปี นิทรรศการชุด “Infinity Mirrors" ได้ตระเวนไปจัดแสดงยังพิพิธภัณฑ์ต่างๆ เรียกว่ามีตารางทัวร์กันยาวตลอดทั้งปีตั้งแต่ปี 2017 ไปจนถึงปี 2019 เลยทีเดียว โดยนิทรรศการชุด Infinity Mirrors จะประกอบด้วยห้องกระจก 6 ห้อง ในแต่ละห้องจะมีธีมที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็ยังคงคอนเซปลายจุดสุดจี๊ดตามสไตล์ของคุณป้า Yayoi นอกจากนี้ผู้เข้าชมจะได้พบกับผลงานสร้างชื่อชุด Eternal Soul ที่โด่งดังสุดขีดในช่วงทศวรรษที่ 1960 นำเสนอสีสันจัดจ้านและลายเส้นเฉพาะตัวบนผืนผ้าใบ กว่า 500 ชิ้น เรามาดูความฮอตของนิทรรศการชุดนี้ของ Yayoi Kusama กันดีกว่าว่าจะออนทัวร์ไปที่ไหนกันบ้าง

 

 

          โดยในปี 2018 นี้ นิทรรศการของ Yayoi Kusama: Infinity Mirrors ได้ถูกนำไปจัดแสดงที่ The Broad พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ ในลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่  21 ตุลาคม 2017 – 10 มกราคม 2018 และจะถูกนำมาจัดแสดงต่อที่ Art Gallery of Ontario ในวันที่ 3 มีนาคม – 27 พฤษภาคม 2018 และมาต่อกันที่ Cleveland Museum of Art จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน – 30 พฤศจิกายน 2018 และที่สุดท้าย High Museum of Art in Atlanta ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2018 – 17 กุมภาพันธ์ 2019 ต้องบอกเลยว่านิทรรศการชุดนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากบัตรขายหมดทุกรอบอย่างรวดเร็ว ใครที่อยากจะไปชมนิทรรศการของ Yayoi Kusama ต้องแพลนกันไว้แต่เนิ่นๆ เลยทีเดียว

 

 

 

5."Star Wars and The Power of Costume", St. Petersburg, Fla. and Detroit

 

 

        อีกหนึ่งนิทรรศการเอาใจแฟนคลับ นอกจากแฮรี่ พอตเตอร์ แล้วยังมีนิทรรศการจากภาพยนตร์ยอดฮิตตลอดกาลอย่าง “Star Wars” นิทรรศการยอดนิยมจาก “Smithsonian Institution” ที่จะเดินทางไปเอาใจแฟนคลับในหลายๆ พิพิธภัณฑ์ โดยนิทรรศการชุดนี้มีชื่อว่า "Star Wars and The Power of Costume" จัดแสดงเกี่ยวกับเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของตัวละครทั้งหมดที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่อง Star Wars นิทรรศการชุดนี้จะทำให้เรารู้ว่าเครื่องแต่งกายของตัวละครแต่ละชิ้นนั้นต้องผ่านกระบวนการออกแบบที่ซับซ้อนพอๆกับจักรวาลที่  George Lucas สร้างขึ้นก็ว่าได้เพราะกว่าจะออกมาเป็นชุดในภาพยนตร์ให้เราได้ชมกันต้องผ่านกระบวนการอะไรมาบ้าง และแน่นอนว่านิทรรศการชุดนี้มี Lucasfilm เป็นผู้ให้คำปรึกษาการจัดนิทรรศการนั่นเอง

 

 

          ภายในนิทรรศการจะมีการจัดแสดงเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของตัวละครมากกว่า 60 ชุด พร้อมกับภาพสเก็ตของแต่ละชุดมาให้ชมกัน ไม่ว่าจะเป็นชุดของ Obi-Wan Kenobi, เสื้อคลุมของ Queen Amidal, Chewbacca, X-Wing Pilots, C-3PO และ R2-D2 นอกจากนั้นยังมีเบื้องหลังการออกแบบ รายละเอียดต่างๆ ก่อนจะออกมาเป็นหน้ากาก Darth Vader ให้ได้ชมกันอีกด้วย โดยนิทรรศการชุดนี้จะจัดแสดงอยู่ที่ Museum of Fine Arts เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ไปจนถึงวันที่ 1 เมษายน 2018 และหลังจากนั้นจะย้ายไปจัดแสดงที่ Detroit Institute of Arts ในเดือนพฤษภาคม – พฤศจิกายน 2018

 

 

 

6.“Van Gogh & Japan” Van Gogh Museum, Amsterdam

 

 

          ใครจะรู้ว่างานศิลปะของญี่ปุ่น นั้นมีอิทธิพลต่อแนวคิดในการสร้างงานศิลปะของ “Vincent van Gogh (1853-1890)” แค่ไหนแม้ว่า Van Gogh จะไม่เคยเดินทางไปญี่ปุ่นเลยก็ตาม หาคำตอบได้ในนิทรรศการ “Van Gogh & Japan” โดย Van Gogh ได้สร้างเอกลักษณ์ของตัวเองขึ้นที่จากศึกษางานศิลปะ "ภาพพิมพ์ของญี่ปุ่น" ที่เป็นตัวแปรสำคัญที่ในการสร้างสรรค์งานศิลปะใหม่ๆ จากการสะสมภาพพิมพ์ของญี่ปุ่นไว้หลายร้อยภาพแสดงให้เห็นว่าเขามีหลงใหลในศิลปะของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะงานภาพพิมพ์ “ukiyo-e” หรือที่เรียกกันว่า “ภาพของโลกแห่งความล่องลอย” เอกลักษณ์ของภาพพิมพ์แกะไม้ของญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 17 ถึง 20 เป็นภาพภูมิทัศน์, เรื่องราวจากประวัติศาสตร์, ภาพจากบทละคร และ แหล่งของความสำราญ (pleasure quarters) เป็นต้น

 

 

          ในนิทรรศการ Van Gogh & Japan จะมีการจัดแสดงภาพเขียนสีน้ำมัน และงานศิลปะร่วมสมัยของ Van Gogh และภาพพิมพ์ ukiyo-e จากศิลปินญี่ปุ่นมากกว่า 50 ชิ้น ร่วมถึงวัสดุทางประวัติศาสตร์มากมาย โดยนิทรรศการชุดนี้จะเป็นตัวบอกเล่าถึงความหลงใหลและผสมผสานกันระหว่าง Van Gogh กับงานศิลปะของประเทศญี่ปุ่น ที่ทำให้เกิดมุมมองใหม่ที่น่าสนใจ ใครที่ชอบผลงานศิลปะของ Vincent van Gog ก็สามารถติดตามชมนิทรรศการชุดนี้ได้ โดยเริ่มเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2017 ที่ Hokkaido Museum of Modern Art เมืองซัปโปโร หลังจากนั้นได้เดินทางไปจัดแสดงที่ Tokyo Metropolitan Art Museum กรุงโตเกียว เมื่อเดือนตุลาคม 2017 จัดแสดงถึงวันที่ 8 มกราคม 2018 ที่ผ่านมา ขณะนี้กำลังจัดแสดงอยู่ที่ The National Museum of Modern Art เมืองเกียวโต วันที่ 20 มกราคม – 4 มีนาคม 2018 หลังจากนั้นจะไปจัดแสดงที่ Van Gogh Museum อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอแลนด์ ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 24 มิถุนายน 2018

 

 

7.“Fashioned from Nature” V&A (Victoria & Albert Museum)

 

          แฟชั่นนิสต้าเตรียมตัวให้พร้อมกับนิทรรศการ  “Fashioned from Nature” เอาใจคนรักแฟชั่นพร้อมรู้จักกับประวัติศาตร์เกี่ยวกับเสื้อผ้า ที่กำลังจะจัดขึ้นที่ Victoria and Albert Museum ประเทศอังกฤษ ในเดือนเมษายน 2018 นี้ โดยนิทรรศการชุดนี้จะจัดแสดงชุดในยุคสมัยใหม่ควบคู่ไปกับประวัติศาตร์ของผ้าที่มาจากธรรมชาติ กระบวนการการย้อมสีผ้า ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างแฟชั่นกับโลกของธรรมชาติ ที่มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1600 จนถึงปัจจุบัน  ผู้เข้าชมนิทรรศการจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัสดุต่างๆ ที่ถูกนำมาใช้ในการผลิตเสื้อผ้า รวมถึงแนวคิดและแรงบันดาลใจที่นักออกแบบระดับโลกอย่าง Christian Dior, Dries van Noten, Vivienne Westwood และ Philip Treacy เลือกนำมาสร้างสรรค์ในงานออกแบบของพวกเขา ในนิทรรศการจะมีวัตถุจัดแสดงมากกว่า 300 ชิ้น

 

          แน่นอนว่าแบรด์ดังจากประเทศอังกฤษอย่าง Stella McCartney ที่ได้รับยกย่องว่าเป็นแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมากถูกนำมาจัดแสดงเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของนิทรรศการ และที่ขาดไม่ได้คือผลงานของนักออกแบบชาวอังกฤษ Christopher Raeburn เจ้าของคอนเซ็ปต์ "Remade" ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ในเรื่องของการใช้วัสดุรีไซเคิล และวัสดุธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายได้ และไม่ผ่านการฟอกสีสารเคมีที่ทำลายสิ่งแวดล้อมมาใช้ในงานออกแบบเสื้อผ้าอย่างเด็ดขาด ทั้งยังเป็นผู้ที่ร่วมออกแบบเครื่องแบบพนักงานให้ V&A อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีผลงานการดีไซน์เสื้อผ้าจาก Dries van Noten ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความงดงามของสัตว์และดอกไม้ หรือจะเป็นชุดเดินพรมแดงจาก  Calvin Klein ที่เคยถูกสวมใส่โดย Emma Watson ในงาน Met Gala 2016 ที่ทำจากขวดพลาสติกรีไซเคิลเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วโลกนั่นเอง โดยนิทรรศการชุดนี้จะจัดแสดงในระยะยาว ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2018 ไปจนถึงวันที่ 27 มกราคม 2019  

 

ขอบคุณที่มาและภาพประกอบจาก

เฟซบุคแฟนเพจ Burning Man

https://www.vam.ac.ukhttp://www.tate.org.ukhttps://www.vangoghmuseum.nlhttps://tokyocheapo.comhttp://www.gqthailand.comhttp://www.dooddot.comhttp://www.telegraph.co.ukhttp://theupsider.com.auhttps://everydaywanderer.comhttp://www.starwars.comhttps://www.theyoungeuropeannews.comhttp://www.tv3.ie/xpose/article/entertainment-news,
 https://www.theguardian.comhttp://www.tate.org.ukhttp://a-place-called-space.blogspot.comhttp://www.blouinartinfo.comhttps://www.blogto.com
https://www.everfest.comhttps://indyschild.com