Muse Around The World


พิพิธภัณฑ์จากท่อนซุงเชิดชูมรดกการทำไร่นาของชาวฟินแลนด์

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-10 รูป จากทั้งหมด 10 รูป

สถาปนิก บอร์นสไตน ลีเคอฟอร์ส (Bornstein Lyckefors) ออกแบบพิพิธภัณฑ์ป่าด้วยท่อนซุงใกล้กับเมืองทอร์สบี้ของสวีเดน เพื่อแสดงความเคารพต่อเทคนิคการทำเกษตรกรรมแบบโบราณของชาวฟินแลนด์ Torsby Finnskog Center คือพิพิธภัณฑ์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับประวัติศาสตร์ของป่านอร์ดิก

 

 

 

ด้วยเหตุนี้สถาปนิก ลีเคอฟอร์สจึงออกแบบตัวอาคารให้เข้ากับเทคนิคการทำเกษตรกรรมที่ว่านี้ มันคือการทำเกษตรกรรมแบบพึ่งพาตัวเองที่เรียกกันว่า “ตัดแล้วเผา” หมายถึงการตัดไม้และเผาพื้นที่ป่าเพื่อสร้างพื้นที่เพาะปลูกอาหารนั่นเอง วิธีทำเกษตรกรรมแบบนี้เป็นวิธีที่ “Forest Finns” หรือผู้อพยพชาวฟินแลนด์ในศตวรรษที่ 1600 นำมาใช้อย่างแพร่หลายในสวีเดน “พิพิธภัณฑ์นี้จัดแสดงวิถีชีวิตของพวกเขา [Forest Finns] เราเลยอยากให้สถาปัตยกรรมสื่อถึงคุณค่าเดียวกันนี้ด้วย” ไลเคออีฟอร์สกล่าว

 

 

 

ไม้ซุง 300 ชิ้นถูกนำมาจากป่ารอบๆ เพื่อสร้างผิวหน้าที่เป็นไม้ให้พิพิธภัณฑ์ ซุงแต่ละท่อนถูกนำมาลอกเปลือกไม้ออกแล้วจึงนำมาผ่าครึ่งก่อนจะเชื่อมเข้ากับราวโดยไม่ทาสีหรือตัดความยาวให้เท่ากันแต่อย่างใดเพื่อแสดงให้เห็นอายุของไม้เหล่านั้น ด้วยน้ำหนักมหาศาลของไม้เหล่านั้น พวกเขาจึงต้องยึดท่อนไม้ไว้อีกชั้นด้วยโครงสร้างเหล็ก

 

 

 

ส่วนด้านหลังฉากไม้เหล่านั้นคืออาคารชั้นเดียวที่สร้างมาจากโรงเรียนเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้ว นำมาปรับปรุงใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ภายนอกถูกทาด้วยสีดำให้ดูราวกับเป็นเงาของไม้ที่อยู่ด้านหน้า กล่องไม้ถูกนำมาต่อเข้ากับหน้าต่างและประตูของเดิมที่มีอยู่แล้วเพื่อใช้งานหลายรูปแบบอย่างเป็นโถงทางเข้า เป็นพื้นที่นั่งเล่นกลางแจ้ง เป็นต้น

 

 

โครงสร้างภายในของอาคารเรียนเดิมถูกปรับเปลี่ยนน้อยมากเนื่องจากมีพื้นที่เหมาะกับการจัดแสดงผลงานอยู่แล้ว สถาปนิกพยายามจำลองสภาพภายในแบบดั้งเดิมของชาว Forest Finns ขึ้นมาด้วยการใช้ไม้แผ่นเรียงต่อกันเป็นกำแพง แล้วทาสีดำไล่ระดับ เพื่อสื่อถึงมรดกตกทอดทางวัฒนธรรมอีกอย่าง นั่นคือการที่พวกเขามักจะสร้างความอุ่นในตัวบ้านด้วยการปล่อยควันเข้ามาใต้หลังคา ด้วยเหตุนี้ผนังระดับสายตาจนถึงเพดานจึงมีคราบสีดำหลงเหลืออยู่ ปิดท้ายด้วยพื้นซึ่งปูพรมลายที่ออกแบบเป็นรูปพื้นดินที่ถูกไฟเผาจนมอดไหม้ไปแล้ว ส่วนแท่งสีเขียวภายในพื้นที่แสดงงานสื่อถึงต้นไม้อ่อนที่จะเติบโตขึ้นถัดไป

 

 

 

ปีกข้างหนึ่งของการวางผังรูปตัวแอล “L” ถูกจัดให้เป็นแกลเลอรี่ 4 ห้องในขณะที่อีกด้าน ประกอบด้วยร้านกาแฟและห้องมัลติฟังก์ชั่นขนาดใหญ่ และมีล็อบบี้ทางเข้าแทรกอยู่ตรงกลางระหว่างปีกทั้ง 2 ข้าง อาคารแห่งนี้เปิดขึ้นพร้อมกับการจัดนิทรรศการเรื่องราวและประเพณีทางประวัติศาสตร์ การทำเกษตรกรรมแบบพึ่งพาตัวเองด้วยวิธีการ “ตัดแล้วเผา” (Forest Finns) ที่สร้างขึ้นโดยสถาปนิก ลีเคอฟอร์ส เช่นเดียวกัน (ภาพโดย Åke E:son Lindman)

 

 

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก dezeen.com และ adamsky.se