Muse Around The World


6 งานศิลปะล้ำค่าของญี่ปุ่นที่กลายมาเป็นของที่ระลึกน่ารักๆ ในพิพิธภัณฑ์

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-19 รูป จากทั้งหมด 19 รูป

 

            เรื่องของประดิษฐ์น่ารัก ๆ หรืองานครีเอทเก๋ ๆ ต้องยกให้เขา...ประเทศญี่ปุ่น ที่สามารถผสมผสานศิลปะให้เข้ากับชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ไม่เว้นแม้กระทั่งการเดินชมพิพิธภัณฑ์นอกจากจะได้เสพศิลปะและความรู้กันอย่างเต็มที่แล้ว แน่นอนว่าทุกคนจะต้องมองหาร้านขายของที่ระลึกกระจุกกระจิก เพื่อจะซื้อติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของที่ระลึกสำหรับการมาเยือนพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ และนี่คือ 6 สุดยอดสินค้าน่ารัก ๆ ในพิพิธภัณฑ์ที่จะทำให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับศิลปะญี่ปุ่นที่นายกบแดงนำมาให้ชมกันครับ แต่จะมีอะไรบ้างไปชมกันเลย

 

1.เสือน้อยโทรระริน (Torarin) : พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกียวโต

 

   

             Mascot ประจำพิพิธภัณฑ์เกียวโต นามว่า “Torarin” หรือเจ้าเสือน้อยโทรระริน เป็นผลงานของศิลปินชื่อดังชาวญี่ปุ่นนามว่า “Ogata Korin” ต้นฉบับมาจากภาพว่าเก่าแก่ในยุคเอโดะ (ศตวรรษทื่ 18) ที่ชื่อว่า “Bamboo and Tiger” ที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์เกียวโต โดยเจ้าเสือน้อยโทระรินได้ถูกนำมาใช้เพื่อเป็น PR Ambassador ประจำพิพิธภัณฑ์เกียวโต เมื่อปี ค.ศ.2015 ออกแบบให้น่ารักซุกซน หน้าตามีความขี้สงสัยตลอดเวลา โดย Mascot เจ้าเสือน้อยโทระรินจะมีคิวออกมาโชว์ตัวต้อนรับผู้ที่มาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดประจำชาติ โดยสามารถเช็คตารางการโชว์ตัวของโทระรินได้ที่เว็บไซต์ http://torarin.jp/ นอกจากจะโชว์ตัวในชุด Mascot แล้ว เจ้าเสือน้อยโทระรินยังถูกนำมาผลิตเป็นตุ๊กตาของที่ระลึกเพื่อวางขายในพิพิธภัณฑ์อีกด้วย เรียกว่าเป็นผลงานศิลปะในยุคโบราณที่ถูกนำมาปรับใช้และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

 

 

2.ตุ๊กตาเครื่องรางนกฮูก : พิพิธภัณฑ์เอโดะ โตเกียว

 

 

           ตุ๊กตานกฮูกตัวนี้ถอดแบบมาจากนกฮูกไม้แกะสลักของศิลปินชาวญี่ปุ่นที่ชื่อว่า “Utagawa Kuniyoshi” ในยุค
เอโดะ ซึ่งเป็นจิตรกรภาพพิมพ์แกะไม้อุกิโยะของสำนักศิลปินอุตะงะวะชาวญี่ปุ่นคนสำคัญและมีชื่อเสียงอย่างมากในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า “โอมะโมะริ (Omamori)” หรือ “เครื่องราง” นั้นจะสามารถปกป้องคุ้มครองจากสิ่งไม่ดีทั้งหลายได้ นอกจากนี้ยังมีไว้เพื่อเสริมสร้างความสุข ความสมหวังในชีวิตด้านต่าง ๆ อีกด้วย เราจะเห็นว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะนิยมนำสัญลักษณ์รูปสัตว์นำโชคต่างๆ มาทำเป็นเครื่องราง ไม่ว่าจะเป็นแมว กระต่าย หรือแม้กระทั่งนกฮูก สัญลักษณ์แห่งความโชคดีในด้านต่าง ๆ เช่นเดียวกับตุ๊กตาเครื่องรางนกฮูกสีแดง ที่ใช้สีแดงเพราะเป็นสีมงคล ที่เชื่อมาช้านานว่าช่วยขับไล่วิญญาณปีศาจร้าย และถูกลงยันต์บนหน้าอกด้วยตัวอักษรคันจิ เครื่องรางตุ๊กตานกฮูกนี้เชื่อว่าจะช่วยปกป้องเด็ก ๆ จากไข้ทรพิษ ได้รับความนิยมมากในกลุ่มครอบครัวเพื่อขอพรในเรื่องของสุขภาพ รวมทั้งให้ชีวิตมีแต่ความสุข ไม่เหนื่อยยาก นั่นเอง

 

3.จานเซรามิครูปสุนัข : พิพิธภัณฑ์โฮโซมิ เกียวโต

 

 

            เรียกว่าเป็นสินค้าที่คนรักสุนัขไม่อาจต้านทานได้ ที่พิพิธภัณฑ์โฮโซมิ (Hosomi Museum) ในกรุงโตเกียว ได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะภาพพิมพ์แกะไม้รูป “ลูกสุนัข” ผลงานชิ้นเอกของ “Kamisaka Sekka” ศิลปินที่มีชื่อเสียงมากในช่วงศตวรรษที่ 20 โดยผลงานเด่น ๆ ของ Sekka จะเป็นงานเซรามิค ที่ทำให้เราเห็นว่าเตาเผาเริ่มมีใช้ในยุคเอโดะแล้วนั่นเอง รวมถึงจานเซรามิครูปสุนัขที่ถูกนำมาผลิตเพื่อเป็นของที่ระลึกจำหน่ายในพิพิธภัณฑ์โฮโมมิและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ละชิ้นจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 18 เซนติเมตร เพิ่มความเก๋บนโต๊ะอาหารไปอีกแบบ

 

 

4.พวงกุญแจแมวน้อย : พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จังหวัดคานากาว่า

 

         

            เอาใจคนรักสุนัขไปแล้ว คราวนี้ถึงคราวของทาสแมวกันบ้าง พวงกุญแจแมวน้อยเพิ่งตื่นนอนของที่ระลึกจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมคานากาว่า (Kanagawa Prefectural Museum of Cultural History) เป็นพวงกุญแจแมวน้อย ที่ถอดแบบมาจากผลงานศิลปะของช่างปั้นชื่อดัง “Miyagawa Kozan” ที่โด่งดังมาในช่วงยุคเมจิ (ค.ศ.1868-1912) นำมาจากงานประติมากรรมที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก โถใส่น้ำที่ตกแต่งด้วยดอกพีโอนี ฝาด้านบนเป็นรูปแมวที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล โดยแมวน้อยได้ถูกนำมาผลิตเป็นพวงกุญแจเซรามิค จำหน่ายเป็นของที่ระลึกและได้รับความนิยมจากผู้เข้าชมเป็นอย่างมาก เรียกว่าถ้ามาเยือนพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จังหวัดคานากาว่าจะต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านเพื่อแสดงว่าได้มาเยือนพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แล้วนั่นเอง ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จังหวัดคานากาว่าปิดให้บริการและจะเปิดให้เข้าชมตามปกติอีกครั้งในเดือนเมษายน ค.ศ.2018 แต่ก็สามารถสั่งซื้อสินค้าและจัดส่งให้ทางไปรษณีย์ได้ตามปกติ

 

 

5.ภาพปักสำหรับรีดติดบนวัสดุต่างๆ : พิพิธภัณฑ์ยาสูบและเกลือ ในโตเกียว

 

           

             ภาพปักลายผู้ชายญี่ปุ่นโบราณ 2 คน คนหนึ่งกำลังนอนเอนกายเอกเขนก ส่วนอีกคนกำลังทำท่าโก้งโค้งเหมือนกำลังทำอะไรสักอย่าง อีกหนึ่งผลงานศิลปะที่ถูกนำมาดัดแปลงเป็นของที่ระลึกภายในพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมชิ้นหนึ่งเป็นของศิลปินชื่อดัง “Utagawa Hiroshige” จิตรกรคนสำคัญของประเทศญี่ปุ่นในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ที่มีความเชี่ยวชาญทางการสร้างภาพพิมพ์แกะไม้ (woodcut) สมัยที่เรียกว่า “ภาพอุกิโยะ” สำหรับผลงานชิ้นเอกที่ถูกนำมาผลิตเป็นของที่รำลึกภายในพิพิธภัณฑ์ยาสูบและเกลือ (Tobacco & Salt Museum) เป็นผลงานชื่อว่า “Fukuroi Tea House” หนึ่งในผลงานชุด “สถานี 53 สถานีบนเส้นทางโตไกโด” (The Fifty-Three Stations of the Tokaido) เป็นงานพิมพ์ที่ประสบความสำเร็จมากและสร้างชื่อเสียงให้ฮิโระชิเงะเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว โดยชายโบราณทั้งสองคนในภาพถูกนำมาแยกเป็น 2 ชิ้น ปักตามแบบอย่างสวยงามและสามารถนำไปรีดลงบนเสื้อ ผ้าเช็ดหน้า ถุง และวัสดุอื่นๆ นั่นเอง

 

 

 

6.เสื้อคลุมฮัปบิ (Happi) : พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเจนิฮิโระ-อิโนะคุมะ

 

 

                ในจำนวนผลงานกว่า 200 ชิ้น ของศิลปินชื่อดัง “Genichiro Inokuma” ที่ถูกรวบรวมไว้ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเจนิฮิโระ-อิโนะคุมะ(Marugame Genichiro-Inokuma Museum of Contemporary Art) หรือเรียกสั้นๆว่า มิโมก้า (MIMOCA) มีหนึ่งผลงานที่ถูกเลือกมาจัดทำเป็นของที่ระลึกของพิพิธภัณฑ์นั่นก็คือ “เสื้อฮัปปิ” ที่ถูกออกแบบพิเศษตามสไตล์ของ Genichiro Inokuma เพื่อมาใช้ในงานเฉลิมฉลองวันเกิดปีที่ 90 ของเขา นั่นเอง เดิมเสื้อฮัปบิจะทำจากผ้าฝ้ายสีครามหรือสีน้ำตาล มีผ้าคาดศีรษะ จะเป็นเครื่องแต่งกายของคนรับใช้ในบ้าน หรือชาวประมง ใช้ใส่ในงานเทศกาลต่าง ๆ ปัจจุบันเสื้อฮัปปิของญี่ปุ่นถูกนำมาเป็นสินค้าแฟชั่นทั่วไป ผลิตและออกแบบให้มีลวดลายที่สวยงามและทันสมัย ไม่ต้องคำนึงถึงขนบธรรมเนียมโบราณเหมือนแต่ก่อน และยังผลิตเป็นของที่ระลึกประจำพิพิธภัณฑ์ได้อีกด้วย 

 

 

 

ขอบคุณที่มาและภาพประกอบจาก

- https://intojapanwaraku.com/EN/culture/20170714/10103/p7
-www.japantimes.co.jp
-https://www.meanwhile-in-japan.com
- https://commons.wikimedia.org
- https://www.discoverkyoto.com
- http://www.michaeljohngrist.com
- http://umeneko.jugem.jp
- https://i.pinimg.com
- https://upload.wikimedia.org