Muse Around The World


ย้อนรำลึกโศกนาฏกรรมโลกที่ “9/ 11 Memorial Museum”

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-24 รูป จากทั้งหมด 38 รูป

             

 

           ช่วงต้นเดือนกันยายน เดือนที่เหมือนจะไม่มีอะไรแม้แต่วันหยุดยาว ๆ ให้คนไทยได้เฝ้ารอคอย แต่สำหรับชาวอเมริกันเดือนกันยายนถือเป็นเดือนแห่งฝันร้าย โศกนาฏกรรมที่ผู้คนทั่วโลกจะต้องจดจำ วันที่ 11 กันยายน 2001 ผู้ก่อการร้ายได้จี้เครื่องบินโดยสารให้พุ่งชนตึกเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ในมหานครนิวยอร์กจนพังถล่มลงมา จากเหตุการครั้งนั้นทีให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 3,000 คน จึงทำให้เหตุการณ์ “9/11 (ไนท์วันวัน)” ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาตร์ และได้มีการสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อเก็บซากปรักหักพังและเรื่องราวสุดสะเทือนใจที่เกิดขึ้นในวันนั้นให้กับลูกหลานได้ชมกันที่ “9/ 11 Memorial Museum” ที่นายกบแดงจะพาทุกท่านไปย้อนรำลึกเหตุการณ์ในวันนั้นกันอีกสักครั้งหนึ่งก่อนที่วันที่ 11 กันยายน 2017 ครบรอบ 16 ปี ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า...

 

 

             เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน ค.ศ.2001 หรือ 9/11 (ไนน์วันวัน) ปฏิบัติการก่อการร้ายที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ถูกบันทึกและรวบรวมไว้ที่พิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถาน “9/ 11 Memorial Museum” เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและการรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในวันนั้น โดยในวันที่ 11 กันยายน 2001 ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มผู้ก่อการร้ายชาวอิสลามหัวรุนแรง “อัลกออิดะฮ์” ด้วยการจี้เครื่องบินโดยสารจำนวน 4 ลำ เพื่อให้พุ่งชนสถานที่สำคัญในมหานครนิวยอร์ค และพื้นที่วอชิงตัน ดี.ซี โดยเครื่องบินสองลำพุ่งชน “ตึกแฝด World Trade Center” ลำที่สามพุ่งชน "อาคารเพนตากอน" ในอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย และลำที่สี่ตกในทุ่งใกล้กับแชงค์วิลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย ก่อนจะถึงเป้าหมายที่โจรจี้เครื่องบินต้องการพุ่งชนอาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกา ในวอชิงตัน ดี.ซี. จากเหตุการณ์ก่อการร้ายในครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3,000 คน และไม่มีผู้รอดชีวิตจากเครื่องบินทั้งสี่ลำ

 

 

 

                ภาพหลังจากที่เครื่องบินพุ่งชนตึก World Trade Center สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก ผู้คนที่โดดตึกหนีตายกว่า 200 คนพังกระจกและหน้าต่างเพื่อกระโดดออกนอกตึกเอาชีวิตรอด ทั้งผู้คนที่หนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ภาพของเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ช่วยกันลำเลียงร่างของผู้บาดเจ็บออกจากตัวตึก สภาพแห่งความสูญเสียและสิ้นหวังสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนทั่วโลก ทุกปีหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นสหรัฐอเมริกาก็จัดงานรำลึกครบรอบแด่ผู้ที่จากไป ด้วยการจัดประกวดแบบเพื่อที่จะสร้างตึก World Trade Center ขึ้นมาใหม่โดยได้รับความสนใจจากสถาปนิกทั่วโลก จนได้ผู้ชนะจากประเทศโปแลนด์ “Daniel Libeskind” ภายใต้คอนเซปว่า “เราไม่ต้องสร้างตึกสูงบนที่ตั้งเดิมของตึกเวิล์ดเทรดอีก แต่ควรเปิดให้เป็นพื้นที่โล่งแจ้ง และสร้างอนุสรณ์สถานต่างๆ ล้อมรอบแทน แต่แบบก็ได้ถูกปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงโดย Michael Arad สถาปนิกอิสราเอล ร่วมกับ Peter Walker ภูมิสถาปนิก โดยให้เจาะช่องฐานเดิมของตึก World Trade Center สร้างให้มีน้ำตกไหลลงไปยังเบื้องล่าง และมีรายชื่อของผู้เสียชีวิตที่สลักบนแท่นด้านบนของน้ำตก พร้อมกับสร้างพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานแห่งความทรงจำของเหตุการณ์ 9/11 ในมหานครนิวยอร์ก ชื่อว่า “9/11 Memorial Museum” ออกแบบโดย “Davis Brody Bond” พิพิธภัณธ์จะตั้งอยู่ด้านล่างน้ำตก

 

 

                ในส่วนของตัวพิพิธภัณฑ์ 9/11 Memorial Museum เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2014 ภายในเก็บรวบรวมวัตถุจัดแสดงที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 ทั้งรูป วัตถุสิ่งของ และเรื่องราวของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดถูกรวบรวมไว้กว่า 35,000 ชิ้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนจัดแสดงคือ วันก่อนเกิดเหตุ  วันเกิดเหตุ และวันหลังเกิดเหตุ 9/11 ทั้งเรื่องราวของตึกเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์  อาคารเพนตากอน และเที่ยวบินที่ 93 ประวัติศาสตร์สงครามระหว่างโซเวียตและอัฟกานิสถาน การถือกำเนิดของกลุ่มอัลกออิดะห์ รวมถึงการเก็บกวาดพื้นที่หลังอาคารเวิลด์ เทรด เซ็นเตอร์ถล่ม และโครงการก่อสร้างอาคารหลังใหม่แทนที่อาคารเดิมสิ่งของทั้งหมดที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จะเป็นสิ่งของของผู้รอดชีวิต และผู้เสียชีวิต รวมถึงบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น นักดับเพลิง เมื่อเดินเข้ามาในพิพิธภัณฑ์อย่างแรกที่ทุกคนจะได้เห็นก็คือ “ซากตึก World Trade Center” ที่ตั้งตะหง่าอยู่พร้อมคำอธิบายว่าเป็นส่วนไหนของตึก และซากแต่ละอันมาจากไหนมีภาพก่อนและหลังให้ดู รวมถึงแบบจำลองงานปฏิมากรรมที่เคยอยู่บริเวณตึก

 

 

 

 

                อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่เรียกน้ำตาผู้ชมได้อย่างท่วมท้นคือ โซนที่จัดแสดงรูปภาพ สิ่งของ และเรื่องราวของผู้เสียชีวิต ผู้คนที่อยู่ในตึก World Trade Center วันเกิดเหตุจะมีการฝากข้อความหรือโทรหาบุคคลอันเป็นที่รักเพื่อบอกรักและบอกลาเป็นครั้งสุดท้าย และคนที่มีญาติติดอยู่ที่ตึกก็จะส่งข้อความแทนความห่วงใยฝากเป็นข้อความเสียงไว้เช่นเดียวกัน กระเป๋าและรองเท้าของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์หนีตาย 9/11, The Last Column เสาต้นสุดท้ายที่ยังคงยืนอยู่และทมีการเขียนระลึกถึงผู้เสียชีวิตสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ไปเยี่ยมชมเป็นอย่างมาก, บันไดทางหนีไฟหรือ Survivors’ Stairs ของตึกเวิล์ดเทรดที่ผู้คนหลายร้อยชีวิตวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด, ซากรถดับเพลิง ที่พยายามเข้าไปช่วยเหลือคนที่ติดอยู่ด้านใน แต่สุดท้ายก็โดนตึกถล่มใส่, มีการจัดแสดงโชว์ชุดเสื้อผ้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และถุงมือของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกู้ภัย, กุญแจสำนักงานที่พบจากซากตึก รวมถึงชิ้นส่วนเอกสารต่างที่ไหม้เสียหาย ก็เก็บรวมรวมไว้ให้ได้ชมกัน

 

 

 

 

                นอกจากจะจัดแสดงซากความเสียหาย และความเศร้าสะเทือนใจแล้ว ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีมุมหนึ่งที่จัดแสดงภาพผู้ก่อการร้ายที่ก่อเหตุจี้เครื่องบินพุ่งชนตึกเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ในนามเครือข่ายก่อการร้าย ‘อัลกออิดะห์’ ครั้งนั้นอีกด้วย หลายคนคงอยากที่จะเห็นโฉมหน้าของกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่มาคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์กว่า 3,000 คน เชื่อว่าหากใครเดินมาชมจนถึงจุดนี้คงปรับอารมณ์กันหน่อย สำหรับใครที่ได้มีโอกาสไปเยือนมหานครนิวยอร์กก็สามารถแวะไปชมกันได้ เปิดทำการทุกวัน เวลา 07.30 น.- 21.30 น. มีคู่มือนำชมให้ดาวน์โหลดกันด้วย อัตราค่าเข้าชมจะอยู่ที่ ผู้ใหญ่ ราคา $24, ผู้สูงอายุ (65+) และทหารผ่านศึกสหรัฐฯ ราคา 18$, นักศึกษา ราคา 16$, นักเรียน (7-17) ราคา 15$ และกลุ่มพิเศษที่สามารถเข้าชมฟรี คือ สมาชิก, ครอบครัวผู้ประสบเหตุ 9/11และพนักงานกู้ภัยในเหตุการณ์ 9/11 รวมถึงทุกวันอังคารจะเปิดให้เข้าชมฟรีอีกด้วย ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.911memorial.org

 

 

  

ขอบคุณภาพประกอบจาก

-เฟซบุคแฟนเพจ National September 11 Memorial & Museum

-cbsnewyork.files.wordpress.com

-/www.today.com

-http://i.dailymail.co.uk

-http://static5.businessinsider.com