สำหรับผูสูงอายุ
คำแนะนำการใช้งาน
ขยายขนาดตัวอักษร
เพิ่มระยะห่างตัวอักษร
เพิ่มขนาดลูกศรชี้
ตำแหน่ง
เส้นช่วยในการอ่าน
เน้นการเชื่อมโยง
ปรับชุดสี
เปิดการใช้งาน
ปิดการใช้งาน
คำแนะนำการใช้งาน
เริ่มต้นใช้งาน
Text Size

การขยายขนาดตัวอักษร

สามารถเลือกปรับขนาดตัวอักษรได้ 3 ระดับ คือ 20% 30% และ 40% จากขนาดมาตรฐาน

Text Spacing

การเพิ่มระยะห่างตัวอักษร

การปรับระยะห่างของตัวอักษร และช่องว่างระหว่างบรรทัด สามารถปรับได้ 3 ระดับ เพื่อให้อ่านข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

Large Cursor

การเพิ่มขนาดลูกศรชี้ตำแหน่ง

ขยายขนาดของลูกศรชี้ตำแหน่ง (Cursor) ให้ใหญ่ขึ้นถึง 400%


Reading Guide

เส้นช่วยในการอ่าน

จะมีเส้นปรากฏขึ้น พร้อมกับการเลื่อนลูกศรชี้ตำแหน่ง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถโฟกัสข้อความที่ต้องการอ่านได้สะดวกขึ้น

Highlight Links

เน้นการเชื่อมโยง

ช่วยเน้นและแยกส่วนของลิงค์หรือปุ่มต่างๆ ออกจาก เนื้อหาภายในเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถมองเห็นปุ่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Change Color

เลือกปรับชุดสี

สามารถเลือกปรับชุดสีของเว็บไซต์ได้ 4 แบบตัวอักษรและปุ่มต่างๆ มีสีเข้มคมชัด มองเห็นได้ชัดเจน


" 2 พิพิธภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม" น่าไปชิมในปี 2017

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-24 รูป จากทั้งหมด 39 รูป

 

 

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่รักอาหารและการกินเป็นชีวิตจิตใจ นอกจากจะไปชิมอาหารร้านอร่อยชื่อดังในย่านต่าง ๆ แล้ว การได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวกับอาหารก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่อยากให้คุณลอง นอกจากความสนุกสนานเพลิดเพลินแล้ว เราจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอาหารของชาติต่าง ๆ ได้อย่างลึกซึ้งอีกด้วย วันนี้นายกบแดงก็มี 2 พิพิธภัณฑ์อาหารแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไม่นาน แต่รับรองได้ว่าความเก๋ไก๋ไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน เพราะไม่เพียงจับต้องสัมผัสทุกอย่างในนิทรรศการได้เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการได้ลองลิ้มรสชาติของอาหารและเครื่องดื่มเหล่านั้นได้อีกด้วย ว่าแล้วก็อย่ารอช้าไปชมกันเลย...

 

1.พิพิธภัณฑ์ไวน์  ‘La Cité du Vin’ ณ เมืองบอร์โด ฝรั่งเศส

 

พิพิธภัณฑ์ไวน์  ‘La Cité du Vin’

ประเทศฝรั่งเศสเรียกได้ว่าเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง โดยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2559 จึงได้เปิดตัวพิพิธภัณฑ์ไวน์กึ่งอุทยานการเรียนรู้แห่งแรกของโลกที่ชื่อว่า “La Cité du Vin (แปลว่า เมืองแห่งไวน์)” ณ เมือง บอร์โด (Bordeaux) เมืองหลวงของแคว้น Nouvelle Aquitaine ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศซึ่งเป็นเมืองท่าและแหล่งผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศสโดยเฉพาะไวน์แดง นอกจากจะเป็นแหล่งรวบรวมไวน์รสเลิศจากต้นกำเนิดแล้ว ตัวพิพิธภัณฑ์ยังถูกออกแบบให้สวยงามและทันสมัย โดยสถาปนิกชื่อดังของฝรั่งเศส เอกลักษณ์เฉพาะตัวอาคารจะมีรูปทรงเหมือนการบิดเกลียวของไวน์ในแก้วไวน์ ที่เรียกว่า “Guggenheim to wine” เพราะมีความคล้ายกับสถาปัตยกรรมของพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Guggenheim ในมหานครนิวยอร์กนั่นเอง

 

พิพิธภัณฑ์ไวน์  ‘La Cité du Vin’

 

La Cité du Vin  ใช้ระยะเวลาการก่อสร้างนานกว่า 8 ปี ด้วยงบประมาณที่สูงเหมือนไวน์ชั้นเลิศที่ยิ่งบ่มนานยิ่งมีราคาแพง โดยมูลค่าของการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์อยู่ที่ประมาณ 90 ล้านเหรียญ พื้นที่จัดแสดงจะประกอบไปด้วยห้องบรรยายและจัดกิจกรรม 250 ที่นั่ง และห้องจัดแสดงที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมการผลิตไวน์ รวมไปถึงคลาสสอนชิมไวน์ที่ผู้เข้าชมทุกคนต้องไม่พลาด นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและบาร์สำหรับนักชิมไวน์ ให้เลือกกว่า 800 ชนิด ถ้ายังไม่จุใจก็ยังมีร้านจำหน่ายไวน์ที่มีให้เลือกถึง 14,000 ประเภทจาก 80 ประเทศทั่วโลก พิพิธภัณฑ์ไวน์แห่งนี้จึงกลายเป็นสวรรค์สำหรับนักดื่มเพราะมาที่เดียวก็ได้จิบไวน์ครบเกือบทั่วโลกก็ว่าได้

 

พิพิธภัณฑ์ไวน์  ‘La Cité du Vin’

 

อีกหนึ่งไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์ไวน์ La Cité du Vin แห่งนี้ก็คือ "โซนเรือจำลอง" ให้เราได้มีโอกาสสวมบทบาทเป็นพ่อค้าล่องเรือไปทั่วโลกไปกับเรือขนส่งสินค้า  ผู้ชมจะได้สัมผัสกับประสบการณ์การเดินทางอันน่าตื่นเต้นตั้งแต่ก่อนคริสตกาล 6000 ปี จนถึงยุคปัจจุบัน นอกจากโซนชิมไวน์เอาใจผู้ใหญ่แล้ว ยังมีโซนให้เด็ก ๆ ได้สนุกสนานเพลิดเพลินกันอีกด้วย มีทั้งเกมส์ และการเวิร์คชอปสำหรับเด็ก รวมไปถึงการจิบน้ำองุ่นแทนการจิบไวน์แบบผู้ใหญ่นั่นเอง เรียกได้ว่าสนุกกันได้ทั้งครอบครัว หากได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ฝรั่งเศสและเป็นคนชอบจิบไวน์พิพิธภัณฑ์ La Cité du Vin ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณไม่ควรพลาด พิพิธภัณฑ์เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 – 19.00 น. ค่าเข้าชม €20.00

 

พิพิธภัณฑ์ไวน์  ‘La Cité du Vin’

 

พิพิธภัณฑ์ไวน์  ‘La Cité du Vin’

 

พิพิธภัณฑ์ไวน์  ‘La Cité du Vin’

 

เข้าไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.laciteduvin.com
ขอบคุณภาพประกอบจาก : เฟซบุคแฟนเพจ La Cité du Vin

 

2.พิพิธภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ‘MOFAD’ (Museum of Food and Drink)

 

 

พิพิธภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม (MOFAD) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดขึ้นเพื่อท้าทายรูปแบบการจัดพิพิธภัณฑ์อาหารแบบเดิม ๆ อย่างที่เคยเป็นมา องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่อุทิศตนเพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์, วิทยาศาสตร์, การผลิต และการพาณิชย์ของอาหารและเครื่องดื่ม "MOFAD Lab" ถูกออกแบบให้เป็นสตูดิโอและพิพิธภัณฑ์ชั้นนำในขนาดพื้นที่กว่า 5000 ตารางฟุต ตั้งอยู่ใจกลางเมืองวิลเลี่ยมเบิร์กส์ รัฐนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา จัดแสดงนิทรรศการอาหารมากมายหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์การผลิตอาหารแบบดั้งเดิม ไปจนถึงการนำวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยในการผลิตอาหาร ปรุงแต่งกลิ่น สี และรสชาติ จัดนิทรรศการและกิจกรรมทำอาหาร ให้เดินชมไปชิมไปเปลี่ยนธีมไปเรื่อย ๆ ในขณะที่พิพิธภัณฑ์อาหารทั่วโลกมุ่งเน้นไปที่ไปที่ธีมเดียวกัน

 

 

อย่างนิทรรศการที่ศึกษาเกี่ยวกับพริก (chili peppers) ก็จะนำเสนอผ่านการเดินทางของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ไปยังอเมริกา บอกเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำอาหารระหว่างสองซีกโลก และอธิพลของพริกในอาหารของภูมิภาคแอฟริกา เอเชีย และยุโรป ผู้เข้าชมอาจจะเกิดคำถามขึ้นในใจระหว่างเดินชมนิทรรศการว่า อาหารอินเดียน่าจะเผ็ดหรือไม่? ซอสอะราบิอาต้า ยังมีอยู่ไหม? ผู้ชมที่มาเยือน MOFAD พวกเขาจะไม่ได้เพียงแค่มองดู หรือสัมผัสจับต้องเท่านั้น พวกเขาจะได้กลิ่นและได้ลิ้มรสไปด้วย ซึ่งภารกิจหลักของ MOFAD ก็คือการเปลี่ยนแนวคิดของผู้คนที่มีต่ออาหาร ความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่เรากินเข้าทุกวัน นิทรรศการแห่งแรกที่จัดแสดงในเรื่องของรสชาติ ที่ถูกสร้างสรรค์ปรุงแต่งขึ้นมาไม่ว่าจะโดยธรรมชาติ หรือคิดประดิษฐ์ขึ้นมาจากกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์ก็ตาม นอกจากจะเพลิดเพลินกับนิทรรศการแล้วในแต่ละสัปดาห์ยังมีกิจกรรมการทำอาหารมาให้ผู้เข้าชมได้ร่วมสนุกกันอีกด้วย

 

‘MOFAD’ (Museum of Food and Drink)

 

MOFAD LAD เปิดบริการทุกวันศุกร์ ถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 18.00 น. ช่วงนี้กำลังจัดแสดงนิทรรศการชุด “Chow: Making the Chinese American Restaurant” เกี่ยวกับวิวัฒนาการของการเกิดวัฒนธรรมอาหารจีนอเมริกันในภัตตาคารต่าง ๆ ที่มีมายาวนานกว่า 170 ปี ราคาตั๋วรวมการชิมอาหารฟรีพร้อมคุ้กกี้เสี่ยงทาย (fortune cookies) แบบไม่จำกัด ในราคา ผู้ใหญ่ 18 ปีขึ้นไป 14 ดอลลาร์, นักเรียน ผู้สูงอายุ คนที่มีรายได้น้อย และทหาร ค่าตั๋วจะอยู่ที่ 10  ดอลลาร์ สำหรับเยาวชน (6-7 ปี) 7 ดอลลาร์ และเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เข้าชมฟรี หากใครได้มีโอกาสแวะเวียนไปก็อย่าพลาดไปชมพิพิธภัณฑ์อาหาร MOFAD กันนะครับ หรือถ้ายังไม่มีแพลนก็เข้าไปชมเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์กันเพลินๆ ไปก่อนที่ http://www.mofad.org/ หรือจะตามไปกดติดตามเฟซบุคแฟนเพจเพื่อเช็คเมนูอาหารน่ากินกันก่อนใครได้ที่ MOFAD - Museum of Food and Drink 

 

‘MOFAD’ (Museum of Food and Drink)

 

‘MOFAD’ (Museum of Food and Drink)

 

‘MOFAD’ (Museum of Food and Drink)

 

ขอบคุณที่มาและภาพประกอบจาก

-www.finedininglovers.com/blog/culinary-stops/food-museums/

-เฟซบุคแฟนเพจ La Cité du Vin และ MOFAD - Museum of Food and Drink 

Relate

Muse Opinion : ปาร์ตี้ทั้งที ธีมไหนดีเพื่อน!

ปาร์ตี้แต่ละครั้ง ถ้ามีโจทย์สนุกๆ มาให้ผู้เข้าร่วมงานร่วมสนุกและสร้างสรรค์ด้วย คงดีไม่น้อย

30 สิงหาคม 2561

พิพิธภัณฑ์การออกแบบสมิธโซเนียนเปิดประสบการณ์ใหม่ด้วย 3 สุดยอดนวัตกรรมล้ำสมัย

หลังจากปิดปรับปรุงไปกว่า 3 ปี พิพิธภัณฑ์คูเปอร์-ฮีวิตต์ พิพิธภัณฑ์การออกแบบในเครือสมิธโซเนียน กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อปลายปี 2014 พร้อมด้วย 3 นวัตกรรมใหม่ที่มอบประสบการณ์ล้ำยุคเหนือทุกพิพิธภัณฑ์ทั่วโลก อันประกอบไปด้วย ปากกา จอ และห้อง

30 สิงหาคม 2559

17-20

พ.ค.-พ.ค.

ถอดรหัสความเชื่อแบบไทยๆ เนื่องในวันพิพิธภัณฑ์สากล

ผี พราหมณ์ พุทธ ท่านอยู่จุดไหน? มาถอดรหัสกันด้วย Quiz ดีกว่า

18 พฤษภาคม 2561

Muse Mag ฉบับที่ 7

เดือน กันยายน - พฤศจิกายน 2558 | นิตยสารเสริมแรงบันดาลใจ สร้างสรรค์การเรียนรู้ โดย มิวเซียมสยาม

18 ธันวาคม 2560