สัมผัสความทรงพลังของ "แมงมุมตัวแม่และกรงขัง" ในนิทรรศการของ "ลูอิส บูร์โจอิส"

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-8 รูป จากทั้งหมด 8 รูป

หลังจากสร้างความประทับใจให้ชาวเยอรมันและนักท่องเที่ยวมาแล้วในการจัดแสดงที่ พิพิธภัณฑ์เฮาส์แดคุนส์(Haus der Kunst) ในเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ก็ถึงเวลาที่พิพิธภัณฑ์การาจแห่งศิลปะร่วมสมัยแห่งกรุงมอสโคว สหพันธรัฐรัสเซีย ได้เปิดบ้านต้อนรับนิทรรศการ ‘Louise Bourgeois. Structures of Existence: The Cells’ ที่รวบรวมผลงานช่วง 2 ทศวรรษสุดท้ายก่อนเสียชีวิตของศิลปินหญิงหัวก้าวหน้าชาวอเมริกันเชื้อสายฝรั่งเศสอย่าง ลูอิส บูร์โจอิส ผู้ล่วงลับ
 
 
แม้ไม่เคยเข้าร่วมขบวนเรียกร้องสิทธิหรือพลังประชาชนที่ชัดเจน แต่ผลงานตลอด 98 ปีที่มีชีวิตอยู่ของบูร์โจอิสก็ทำให้เธอเป็นที่รู้จักในฐานะศิลปินหญิงร่างเล็กใจใหญ่ขวัญใจชาวเซอร์เรียลลิสม์ที่เหนือจริงและเฟมินิสต์อาร์ตที่ประกาศถึงหัวใจใหญ่เกินตัว สร้างผลงานศิลปะเชิงจิตวิยาที่ถ่ายทอดในมุมผู้หญิง บูร์โจอิสมักหยิบวัตถุดิบรอบตัวและสภาพแวดล้อมมาใช้ในผลงานของเธอทั้งศิลปะการจัดวาง รูปปั้นขนาดมหึมา ไปจนถึงงานวาดและงานภาพพิมพ์
 
 
คำว่า "Cell" แปลความหมายได้ทั้ง หน่วยเล็กๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นสสาร อันสื่อถึงการป่วยไข้และความเจ็บป่วยทางกาย และอีกความหมายก็คือ "Cell" ที่แปลว่า "ห้องขัง" อันหมายถึงความทุกข์ที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม “The Cells สื่อถึงความเจ็บปวดต่างแบบกันไป ทั้งทางกาย ทางอารมณ์และประสาท ทางจิตและปัญญา” ศิลปินหญิงให้วาทะไว้ก่อนเสียชีวิต “ทุก cell เล่นกับความสุขของผู้มาเยือน ความสะพรึงที่ได้ดูและถูกมองดู The Cells ไม่ดึงดูดเข้าหากันแต่ก็ไม่ต่อต้านกัน มีความกระสันทั้งที่จะรวมกัน ผสานกัน และไม่รวมกัน” ซึ่งผลงานชุด The Cells นี้มีทั้งหมดกว่า 60 ชิ้น แต่นำมาจัดแสดงแค่ 26 ชิ้นเท่านั้น แทรกแซมด้วยผลงานภาพวาด งานปั้น งานพิมพ์ ฯลฯ อีกมากมายของบูร์โจอิส
 
 
ในการพัฒนานิทรรศการนี้ เจอร์รีย์ โกโรวอย ผู้ช่วยคนเก่าคนแก่ของบูร์โจอิสได้อธิบายแทนเจ้านายและเพื่อนผู้ล่วงลับว่า “ขั้นตอนการสร้างงานของลูอิสนั้นปลายเปิดมาก สิ่งที่อยู่ข้างในอาจทำให้เขาสนใจได้ด้วยสิ่งที่มันเป็น การใช้งานของมัน คำที่ใช้อธิบายถึงของชิ้นนั้นฟังเป็นยังไง คำนั้นฟังเป็นยังไงในภาษาฝรั่งเศส รูปร่างเป็นแบบไหน สีอะไร เธออาจจะเอากระดานรีดผ้ามาทำให้สมดุลกันด้วยวัตถุทรงโค้งรูปร่างวิปลาส มันเป็นขั้นตอนประมาณนี้พร้อมความเชื่อมโยงที่ผุดขึ้นมาจากจิตไร้สำนึกของเธอ
 
 
การหยิบรูปร่างและภาษาฝรั่งเศสมาใช้ของบูร์โจอีสมีตัวอย่างให้ชมเป็นผลงานที่ชื่อ Maman หรือ แม่ ในภาษาฝรั่งเศส แต่ “แม่” บูร์โจอิสไม่ได้มาในรูปของหญิงสาวใจดีเหมือนพระแม่มารีที่เราเห็นตามโบสถ์ แต่กลับเป็นรูปปั้นแมงมุมทองเหลืองยักษ์สูงจากพื้นกว่า 9 เมตร จัดแสดงเด่นเป็นสง่าต้อนรับผู้มาเยือนเข้าสู่โลกพิศวง ณ การาจสแควร์ในกอร์คีย์พาร์ค
 
 
นี่คือหนึ่งในผลงานที่มีคนจำได้มากที่สุดของบูร์โจอีสหลังจากสร้างขึ้นให้กับเทอร์ไบน์ฮอลล์ของพิพิธภัณฑ์เทตในกรุงนิวยอร์คเมื่อปี 2000 ใต้ท้องของแม่แมงมุมมีไข่หินอ่อน 10 ใบ อ่อนไหวแต่ก็คุกคาม ซึ่งบูร์โจอีสกล่าวถึงงานสุดรักชิ้นนี้ไว้ว่า “เหมือนกับแมงมุมนั่นแหละ แม่ฉันเป็นคนฉลาดมาก แมงมุมมีรูปลักษณ์ที่เป็นมิตรแต่ก็กินยุง เรารู้กันดีว่า ยุงแพร่โรคระบาดและเพราะอย่างนี้ถึงไม่เป็นที่ต้องการ ฉะนั้น แมงมุมถึงมีประโยชน์และช่วยปกป้องเรา เหมือนแม่ของฉัน”
 
 
อีกหนึ่งผลงานเอกของบูร์โจอีสที่นำมาจัดแสดงชื่อว่า ‘Has the Day Invaded the Night or Has the Night Invaded the Day?’ จากปี 2007 มันคือกระจกส่องขยายขนาด 6 ฟุตที่ให้เราได้มองตัวเองจนทะลุถึงจิตวิญญาณ เพราะกระจกนี้สื่อถึงความจริงและการรู้ตัวของตน ตั้งต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่ในโถงทางเข้าของพิพิธภัณฑ์
 
 
การมาเยือนมอสโควครั้งนี้ของนิทรรศการจัดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลศิลปะแห่งรัสเซียครั้งที่ 4 พร้อมด้วยโครงการให้ความรู้ที่ชื่อ Through the Looking Glass of Louise Bourgeois ที่วิทยากรและผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านมาถ่ายทอดวิชาผ่านชิ้นงานที่จัดแสดงในนิทรรศการ ทั้งหมดนี้เปิดแสดงจนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2016 ก่อนจะย้ายไปพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์สาขาเมืองบัลโบ ประเทศสเปน และพิพิธภัณฑ์ลูเซียนาแห่งศิลปะทันสมัยในเมืองฮัมเลเบก ประเทศเดนมาร์ค
 
 
ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก themoscowtimes.comhausderkunst.de2, ursusbooks.comcloudfront.netilinfernodotcom.files.wordpress.com และ cdn.itar-tass.com