สำหรับผูสูงอายุ
คำแนะนำการใช้งาน
ขยายขนาดตัวอักษร
เพิ่มระยะห่างตัวอักษร
เพิ่มขนาดลูกศรชี้
ตำแหน่ง
เส้นช่วยในการอ่าน
เน้นการเชื่อมโยง
ปรับชุดสี
เปิดการใช้งาน
ปิดการใช้งาน
คำแนะนำการใช้งาน
เริ่มต้นใช้งาน
Text Size

การขยายขนาดตัวอักษร

สามารถเลือกปรับขนาดตัวอักษรได้ 3 ระดับ คือ 20% 30% และ 40% จากขนาดมาตรฐาน

Text Spacing

การเพิ่มระยะห่างตัวอักษร

การปรับระยะห่างของตัวอักษร และช่องว่างระหว่างบรรทัด สามารถปรับได้ 3 ระดับ เพื่อให้อ่านข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

Large Cursor

การเพิ่มขนาดลูกศรชี้ตำแหน่ง

ขยายขนาดของลูกศรชี้ตำแหน่ง (Cursor) ให้ใหญ่ขึ้นถึง 400%


Reading Guide

เส้นช่วยในการอ่าน

จะมีเส้นปรากฏขึ้น พร้อมกับการเลื่อนลูกศรชี้ตำแหน่ง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถโฟกัสข้อความที่ต้องการอ่านได้สะดวกขึ้น

Highlight Links

เน้นการเชื่อมโยง

ช่วยเน้นและแยกส่วนของลิงค์หรือปุ่มต่างๆ ออกจาก เนื้อหาภายในเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถมองเห็นปุ่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Change Color

เลือกปรับชุดสี

สามารถเลือกปรับชุดสีของเว็บไซต์ได้ 4 แบบตัวอักษรและปุ่มต่างๆ มีสีเข้มคมชัด มองเห็นได้ชัดเจน

Muse Mag Online Vol.27 : บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ในวันที่โลกไม่น่ารักกับเราอีกต่อไป


Muse Story : หลังไมค์กับดีเจอ้อย-นภาพร “การรับฟังจะเยียวยาทุกสิ่ง”

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-7 รูป จากทั้งหมด 7 รูป

           “มันไร้สาระมากที่ทุกข์ใจกับเรื่องแบบนี้”
            “อย่าคิดมากนะแก”
            2 คำปลอบต้องห้าม!  ที่อาจเปลี่ยนความไว้ใจให้กลายเป็นอยากหลีกหนี

            ดีเจอ้อย-นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล จากกรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม และรายการ Club Friday ย้ำกับเราแบบนั้น เพราะไม่มีเรื่องไหนเล็กเกินไปหากทำร้ายจิตใจคนคนหนึ่งได้ และไม่มีใครอยากคิดมากเพื่อทำร้ายความรู้สึกตัวเอง  หากคุณยังไม่มีคำปลอบที่ดีกว่า เราอยากให้ลองรับฟังเรื่องราวต่อไปนี้ 

 



            ตลอด 16 ปีที่ผ่านมา เรื่องราวในรายการ Club Friday นับวันยิ่งซับซ้อนเข้มข้นขึ้นทุกที ถึงวันนี้หากใครทุกข์ใจเรื่องความรักและชีวิตส่วนตัว ชื่อของดีเจพี่อ้อยมักจะแวบขึ้นมาเป็นอันดับแรกเสมอ แม้ไม่ใช่จิตแพทย์หรือนักบำบัด แต่ดีเจพี่อ้อยก็ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากคนฟังเผยความลับที่ไม่กล้าบอกใคร

            จากวันที่ต้องรับฟังและอยู่เคียงข้างผู้คนนับหมื่นนับพัน วันนี้ขอสลับตำแหน่งนั่งฟังเรื่องราวหลังไมค์ของ ดีเจพี่อ้อย-นภาพร ว่าแท้จริงแล้วคนที่รับฟังผู้อื่นมานานกว่า 16 ปีเขารู้สึกนึกคิดและตกตะกอนกับชีวิตอย่างไร

           

             ไม่ต้องรีบสรุปอะไร ขอแค่เป็นนักฟังที่ดีก็พอ

 

ดีเจพี่อ้อยเติบโตมาแบบไหน

            บ้านพี่ไม่ค่อยมีเงิน เราไม่มีความมั่นใจไม่กล้าออกไปไหนกับเพื่อน จนวันหนึ่งพี่ค้นพบว่าความสุขราคาถูกที่สุดของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งคือวิทยุ พอฟังมากเข้าก็คิดว่าถ้าเราเป็นนักจัดรายการวิทยุคงน่าสนุก เลยลองหาลู่ทางการเป็นดีเจโดยใช้งบน้อยที่สุด เร็วที่สุด เปรียบกับคนอื่นถ้าเขามีลูกธนู 10 พี่อ้อยจะมีแค่ 5 ดังนั้นธนูของพี่ต้องยิงให้แม่น พี่อ่านหนังสือเยอะและพยายามอย่างหนักเพื่อเข้าโรงเรียนและมหาวิทยาลัยคุณภาพของรัฐบาล โชคดีที่พี่ค้นหาตัวเองไวว่าอยากเป็นดีเจและเดินตามเส้นทางนี้มาตลอด

 

แต่เวลาจัดรายการดูพี่อ้อยเป็นคนมั่นใจมาก

            ข้อดีคือพี่เป็นคนพยายามและใจสู้ เมื่อรู้ว่าทำงานด้านนี้ต้องนำเสนอความคิดของตัวเองสู่สาธารณะ เราเลยต้องฝึกเอาชนะจุดอ่อน อาจไม่เก่งเหมือนคนอื่นแต่ถ้าพยายามให้ถึงที่สุด เราจะเข้าใกล้ความฝันของตัวเองได้

 

Club Friday คือพื้นที่แก้ปัญหาหัวใจ

            หลายคนคิดว่า Club Friday แก้ปัญหาความรักได้ แต่ถ้าฟังดีๆ สิ่งที่ Club Friday ทำมากที่สุดคือการฟัง พี่เชื่อว่าการบำบัดที่ดีที่สุดคือ การรับฟัง  เราฟังแล้วช่วยหาวิธีคิดให้ชีวิตรอดตอนเขาไปกอดคนอื่นแล้ว พี่ว่า 95% ของปัญหาความรักอาจแก้ไม่ได้ สำคัญที่เราจะยอมรับและพาตัวเองให้รอดจากสิ่งนี้ได้ยังไง  

            พี่เชื่อว่าเรื่องเศร้าแค่เล่าก็เบาลง วันแรกอาจเป็นวันที่เจ็บหนัก พอได้เล่าให้ใครสักคนฟังเราจะเริ่มรู้วิธีรับมือปัญหานั้น ระหว่างเล่าเราจะได้ทบทวนว่าสิ่งที่ทนอยู่ควรค่าแก่การทุกข์ทรมานต่อไปรึเปล่า

 

 

คนที่มาปรึกษา เขาอยากได้คำตอบไหม

            เขามีคำตอบอยู่แล้วแต่ยังไม่พร้อม เขาเห็นทางออกแต่ยังออกไม่ไหว ความจริงไม่ต้องอาศัยพี่อ้อยเลยก็ได้นะ พี่อยากให้ทุกคนรับฟังคนข้างๆ ได้ อย่างน้อยเขาจะไม่รู้สึกว่าโลกนี้มันอ้างว้างเกินไป เวลาที่เราฟังและมองเขาอย่างตั้งใจ มันจะรู้สึกเหมือนโอบกอดกันและกัน แม้ว่าเราไม่ได้นั่งอยู่ต่อหน้า แต่พี่เชื่อว่าหลายคนๆ รู้สึกได้ว่าพี่รับฟังอยู่นะ

พอฟังแล้วต้องปลอบอย่างไร

            ยังไม่ต้องคิดถึงจุดนั้น เอาเป็นว่าเรามีเวลาฟังเขารึเปล่า มีแอนิเมชันเรื่อง Soul ซีนในหนังที่ตัวเอกมักเล่าให้ช่างตัดผมฟังถึงเรื่องตัวเองและเรื่องที่อยากเป็นนักดนตรีแจ๊ซ ถึงจะรู้จักกันมานานเขาไม่เคยถามช่างตัดผมเลยว่าจริงๆ แล้วอยากเป็นอะไร  สะท้อนว่าคำง่ายๆ อย่าง ‘เป็นยังไงบ้าง’ แค่นี้อาจทำให้อีกคนรอดเลยนะ พอพี่เล่าเรื่องนี้ออกอากาศไปปรากฏว่ามีแมสเสจส่งเข้ามาเยอะว่าเป็นเหมือนช่างตัดผมในเรื่องนี้เลย ทุกคนพร้อมมาระบายให้ฟัง แต่ไม่มีใครถามเขาเลยว่าโอเคมั้ย พี่เชื่อว่าคนที่กำลังมีความทุกข์ไม่ได้ต้องการคำตอบเสมอไป เขาแค่ต้องการคำปลอบ อยากรู้สึกว่าเรื่องที่เล่ามันสำคัญ ไม่ได้ไร้สาระ

มีอะไรที่คนฟังต้องระมัดระวังเมื่ออยากปลอบใจ

            อย่าตัดสินความเจ็บปวดของเขาว่าเป็นเรื่องเล็ก ครั้งต่อไปเขาอาจไม่อยากเล่าให้ฟังเพราะกลัวถูกตัดสิน อย่าลืมว่า คนที่ทุกข์เขาใช้หัวใจและความรู้สึกเข้าถึงปัญหา แต่เราฟังแล้วใช้สติใช้สมองจนคิดว่าปัญหามันแก้ได้ง่ายมาก ซึ่งความจริงแล้วมันยากสำหรับคนที่กำลังเผชิญ

 

แล้วเวลาที่พี่อ้อยมีปัญหา จัดการกับความรู้สึกยังไง

            ปัญหามีแค่ 2 อย่างบนโลกคือ ปัญหาที่ต้องแก้กับปัญหาที่แค่ยอมรับ

            พี่เองมักเจอปัญหาที่แค่ยอมรับ เช่นชีวิตคู่รักทางไกล พี่ต้องยอมรับและหาวิธีประคองรักให้ไปต่อได้ด้วยวิธีการต่างๆ  มนุษย์ทุกคนไม่มีใครไม่ทุกข์ อันดับแรกจงยอมรับความอ่อนแอในฐานะมนุษย์คนหนึ่งให้ได้ก่อน ถ้าเรายอมรับได้แค่นี้ก็เข้มแข็งแล้ว

            ทางกลับกันถ้ายอมรับไม่ได้ เราจะรู้สึกว่าปัญหาใหญ่มาก ที่ต้องระวังคือการพยายามเข้มแข็งในวันที่อ่อนแอเพราะแผลจะใหญ่กว่าเดิม การยอมรับว่าทุกคนก็มีความทุกข์แล้วฉันก็ได้รับสิทธิ์นั้น จากนั้นก็เดินหน้าต่อ บางปัญหาไม่ต้องแก้ด้วยซ้ำเพราะเวลาจะเยียวยาเอง นี่คือบทเรียนจากชีวิตจริงของคนที่โทรมาปรึกษา ปรากฏว่ามันเยียวยาและให้ข้อคิดกับพี่ได้  มันแปลกดีที่พี่พบว่าการฟังคนอื่นเป็นการบำบัดตัวเองด้วย  หลายครั้งที่เราทุกข์ใจแต่เมื่อไรที่ฟังปัญหาคนอื่นเราจะรู้เลยว่าเรื่องราวความทุกข์บนโลกใบนี้วนเวียนคล้ายๆ กัน บางสายโทรเข้ามาไม่ได้ตั้งใจให้ข้อคิดอะไร แต่พอฟังพี่คิดอะไรได้เยอะแยะ เหมือนส่งพลังกันไปมาจนกลายเป็นสังคมเล็กๆ ที่ขยายเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ใน Club Friday

 

 


เวลาฟังคนอื่นเคยอินจนเครียดตามไหม

            พี่ไม่ติดเอาไปเครียด แต่ติดเอาไปคิด ถ้าเจอเรื่องแบบเดียวกันมันมีวิธีอื่นอีกมั้ยที่เราจะแก้ไขได้ หลายครั้งที่หาคำตอบให้เพื่อนกลายเป็นว่าเราตกตะกอนความคิดของตัวเอง ได้เรียนรู้ชีวิตจากวิธีคิดคนอื่น บางครั้งไม่ต้องเจ็บเอง แค่ฟังเรื่องเขาเราก็ได้แนวทางคำตอบของเราเอง

 

ปัจจุบันมีคนเป็นโรคซึมเศร้ามากขึ้น มีโทรเข้ามาคุยในรายการบ้างไหม

            โทรเข้ามาเยอะมาก ซึมเศร้าเป็นภาวะที่พี่บอกเสมอว่าต้องไปหาหมอนะคะ ซึมเศร้าไม่สามารถเยียวยาด้วยตรรกะใดๆ ในโลก อย่าลืมว่ามันเป็นเรื่องของสารเคมีในสมองด้วย เขาได้พยายามแล้ว เขาได้ลองคุยกับตัวเองแล้ว พี่เคยดูหนังเรื่อง S.O.S เขาว่าโรคซึมเศร้าหนึ่งต้องไปหาหมอให้หมอจ่ายยา สองสังคมรอบตัวและครอบครัวต้องทำความเข้าใจ พี่ว่าอันนี้สำคัญ ยิ่งสังคมไม่เข้าใจยิ่งทำให้เขาเคว้ง สามคือออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน เมื่อรู้ว่าเป็นซึมเศร้าพี่จะถามก่อนว่าน้องอยู่กับใคร มีคนอยู่ใกล้ๆ หรือเปล่า ยืนยันว่าต้องไปหาหมอเพราะน้องจะรู้สึกดีขึ้น กินยาให้เรียบร้อยหลังจากนั้นเราค่อยมาคุยกัน

 

วิธีคิดเอาตัวรอดในช่วงโควิด 19

            ปัญหาความรักเวลาช่วยได้ แต่ปัญหาโควิด 19 ตอบยากว่าจะคลี่คลายเมื่อไร ก็ให้กำลังใจกัน ถ้ามองไปข้างหน้าแล้วมันไม่ไหว ก็ให้คิดสู้เพื่อรอดไปทีละวัน บางคนตกงานไม่มีรายได้ แต่เราต้องหาวิธีคิดให้ชีวิตรอด ตอนนี้ยังแข็งแรงอยู่ถือเป็นความโชคดี อย่างน้อยได้กอดคนที่เรารัก อีกปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยช่วง WFH คือชาวจีนมีการหย่าร้างเยอะขึ้น ผู้หญิงญี่ปุ่นฆ่าตัวตายสูงขึ้น 16% สามีอยู่บ้านเครียดมาลงกับผู้หญิง เมื่อรับมือไม่ไหวบางครั้งจบด้วยการฆ่าตัวตาย เรื่องความสัมพันธ์หลักๆ มี 2 ปัญหาคือไกลไปไม่ได้เจอ กับใกล้ไปจนกระทบกัน ช่วงนี้ถึงอยากให้รับฟังกันเยอะๆ และจำเป็นต้องหาข้อดีในสิ่งแย่ๆ ที่กำลังเผชิญ

 

คนรุ่นใหม่กับอาการหมดไฟ เมื่อไม่ได้ทำในสิ่งที่รัก

            โชคดีพี่ได้ทำงานที่รักและยอมเหนื่อยกับมัน ขณะที่หลายคนแม้ไม่ใช่งานที่รักยังทำได้เลย นี่คือความเจ๋งนะ ทุกงานบนโลกนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด พี่ฉอดเป็นคนพูดคำนี้ ถ้าใครยังไม่เจองานที่รักไม่เป็นไร ลองรักงานที่อยู่ข้างหน้าให้ได้ก่อน หาข้อดีของมันให้เจอ ต่อให้เจอแค่ข้อเดียว ถึงแม้คำตอบจะเป็นเรื่องเงิน เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว มีคนเยอะมากไม่รู้ว่าชอบงานอะไรกันแน่จนกว่าจะได้ลองทำสิ่งนั้น  

 

 

จำเป็นไหมที่ต้องทำงานที่ตัวเองรัก

            แต่ก่อนพี่คิดว่าจำเป็นต้องหาตัวเองให้เจอ แต่พอตอนนี้พี่บอกเลยว่าไม่จำเป็น

            รู้ก็ดี แต่ถ้าไม่รู้แล้วลองวิ่งชนทุกโอกาสก็เป็นเรื่องดี พี่เชื่อว่ามนุษย์มีความสามารถทำงานหลากหลายได้ไม่ใช่เฉพาะแต่งานที่ตัวเองรัก และต่อให้ไม่ใช่งานที่รักแต่ยังทำได้ให้ชื่นชมตัวเองไปเลย พยายามหาความน่ารักของงานที่กำลังทำอยู่ให้ได้ พี่ว่าน้องๆ ก็สามารถประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน

 

มีปัญหาอะไรที่พี่อ้อยตอบไม่ได้บ้างไหม

        พี่อ้อยว่าไม่มีอะไรที่ตอบไม่ได้เพราะมันคือการช่วยหาวิธีคิด คนที่โทรเข้ามาต้องได้อะไรกลับไปบ้าง เช่นบางคนรักกันมาก จากกันเพราะอุบัติเหตุ เราจะไปหาคำตอบอะไรให้ได้ เราก็แค่ช่วยเขาหาวิธีคิด ในเมื่อคนรักจากไปแล้ว เราเป็นคนที่ยังอยู่ก็ทำให้คนรักเราหมดห่วงได้ไหม ดูแลครอบครัวเขาได้ไหม ในวันที่เขาไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้ แน่นอนมันไม่สามารถดึงคนรักกลับมาได้ แต่อย่างน้อยคนฟังต้องมีกำลังใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น ถ้าต้องมีใครคนหนึ่งที่ทำให้เขามีสติหรือทำให้เขารู้สึกดีขึ้น พี่อ้อย พี่ฉอดกำลังทำหน้าที่นั้นอยู่ค่ะ

 

พี่อ้อยค้นพบอะไร จากการรับฟังและเยียวยาผู้คนตลอด 16 ปีที่ผ่านมา

            พี่ภูมิใจเสมอกับหน้าที่นี้ค่ะ ก่อนหน้านี้คิดว่าหมอเท่านั้นที่ช่วยคนได้ แต่ถ้าเรามีความเป็นผู้ให้อยู่ในนั้นไม่ว่าจะอาชีพอะไรก็ช่วยคนได้ ดีใจที่งานดีเจเล็กๆ อย่างพี่ทำให้ใครต่อใครนึกถึงเมื่อเกิดความทุกข์ พี่ไม่เคยรู้สึกแย่ที่ต้องรอให้ทุกข์ก่อนแล้วค่อยคิดถึง  ดีใจมากกว่าที่นึกถึงกันนั่นแปลว่าเราเป็นที่พึ่งให้เขาได้ มีประโยคที่พี่ใช้เป็นหลักยึดในการทำงานมาตลอดคือ พี่อยู่ข้างๆ นะแม้ไม่ได้เข้าข้าง ถึงสิ่งที่เขาทำอาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง แต่ถ้ามีโอกาสได้คุยกันพี่อยากจะบอกให้เขาทำสิ่งที่ถูกต้องดูสักครั้ง อย่างน้อยก็ภูมิใจในสิ่งที่ทำ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนไว้วางใจแล้วโทรเข้ามา พี่สัญญากับตัวเองว่าจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นกับสิ่งที่เจอให้ได้ งานพี่ก็มีเท่านี้แหละ นอกนั้นคือโบนัสหมดเลย

 

 

*ขอบคุณภาพประกอบ : กรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม / รายการ Club Friday / นิตยสารโอ-ลั้นลา
*นอกจากรายการ Club Friday ออกอากาศทุกวันศุกร์ คลื่น Greenwave 106.5 FM เวลา 22.00-24.00 น.

 

พี่อ้อยยังจัดรายการที่คลื่นเดียวกัน วันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 15.00 – 19.00 น.

 

รายการ Club Friday Show เปิดเรื่องจริงจากหัวใจคนดัง ออกอากาศอัมรินทร์ทีวีเอชดีช่อง 34 ทุกวันเสาร์ เวลา 17.30 น. และรายการพี่อ้อยพี่ฉอดตัวต่อตัว  ออกอากาศอัมรินทร์ทีวีเอชดีช่อง 34 ทุกวันจันทร์ เวลา 22.30 น.