Muse Mag Online Vol. 21 : อยากคล้องพวงมาลัยเป็นกำลังใจให้เขาเมื่ออ่านจบ


Muse Plus : กิ๊กดู๋สงครามเพลงเงินล้าน

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-6 รูป จากทั้งหมด 6 รูป

 

กิ๊กดู๋สงครามเพลงเงินล้าน

รายการเกมโชว์เพลงลูกทุ่งยุคใหม่…ความสุขที่ให้มาพร้อมเสียงเพลงและพลังมวลชน

 

          ในยุคที่เราเปิดโทรทัศน์และพบรายการประกวดร้องเพลงมากมายลายตาจนแทบเลือกไม่ถูกว่าจะดูรายการไหน

“กิ๊กดู๋สงครามเพลงเงินล้าน” เป็นอีกหนึ่งเกมโชว์ที่มอบความสุขสู่ผู้ชมมากกว่ารอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และเงินรางวัล เพราะหัวใจสำคัญของรายการมุ่งส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้คนในชุมชนมีน้ำหนึ่งใจเดียว สามัคคี และเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ผ่านบทเพลงลูกทุ่งและการเป็นเงาเสียงศิลปินไอดอลที่ชื่นชอบเอ๋-สุวรรณี ปรัชญาสัชฌการProducer Program Production Department ของรายการจะเล่าให้ชาว Muse อ่านถึงแนวคิดและรูปแบบรายการที่แหวกและแตกต่างจนครองใจมหาชนทั่วประเทศในตอนนี้ 

 

 

คอนเซ็ปต์รายการและรูปแบบการแข่งขันเกิดขึ้นได้อย่างไร 

          “ เริ่มต้นที่มารับดูแลรายการนี้ รูปแบบรายการจะเน้นการแข่งขันของชุมชน พอเราเข้ามาทำต่อก็ขยายให้มีเรื่องเงาเสียง ซึ่งเป็นไอเดียเริ่มต้นจากพี่องุ่น นันท์ วิทยดำรง ตอนนั้นการก๊อบปี้เสียงยังไม่ค่อยมี ไม่โดดเด่น เราก็คุยกันในทีม ถ้าจะให้รูปแบบของการประกวดเป็นแบบเสียงเหมือนจะดีไหม แต่งตัวเหมือนดีไหม จึงเสนอไอเดียกันในที่ประชุม เมื่อก่อนในหนังสือจะมีคอลัมน์แต่งตัวเหมือนดาราคนนั้นคนนี้ที่คุณชอบ เราเห็นก็เลยเป็นที่มาของการทำรายการรูปแบบ “เสียงเหมือน” เพราะแต่ละคนก็จะมีนักร้องที่ตัวเองชอบและอยากเป็น แล้วก็มีจริงๆ การก๊อบเสียง การแต่งตัว การพูด อย่างซูเปอร์สตาร์ก็จะมีพี่เบิร์ด พี่แอ๊ด คาราบาว ถ้าทางสายลูกทุ่งก็จะเป็นนักร้องที่เป็นไอดอลที่คนพยายามร้องให้ดี ร้องให้เหมือน อย่างคุณพุ่มพวง ดวงจันทร์ คุณยอดรัก สลักใจ“ตอนนี้หัวใจหลักของรายการ หนึ่งคือเงาเสียง หาคนที่คิดว่าตัวเองเสียงเหมือนศิลปิน สองคือการยึดเรื่องความสามัคคีของชุมชน ความเป็นหนึ่งเดียว ความเสียสละ รายการกิ๊กดู๋สามารถพูดได้เลยว่าเราเป็นรายการเดียวที่นักร้องมาร้องแล้วเงินรางวัลต้องมอบให้เป็นสาธารณประโยชน์ ให้ชุมชน ให้จังหวัด ไม่ได้เป็นของตัวเองทั้งหมด ส่วนใหญ่รายการอื่นที่ประกวดร้องเพลง เมื่อนักร้องร้องจบได้รางวัลเงินแสนเป็นของนักร้องหรือได้ไปออกซิงเกิลเป็นของตัวเอง เรียกว่านักร้องตามฝันตัวเอง แต่รายการเราเน้นความสามัคคีของชุมชน ความเป็นหนึ่งเดียว ความเสียสละ นักร้องมาร้อง คนในจังหวัดก็ต้องมาเชียร์ พอรอบสุดท้ายคนในจังหวัดจะทำยังไงให้นักร้องของตนได้แชมป์ ท้ายสุดเงินรางวัลก็นำมาไปพัฒนาชุมชนหรือจังหวัดของตนเอง รายการไม่ได้ปิดกั้นว่าเขาจะเอาไปทำอะไร หรือทีมต้องมาจากเทศบาลเท่านั้น เราเปิดรับทุกหน่วย หน่วยกู้ชีพก็เคยมาแข่ง ตำรวจ สน.ก็เคยมาแข่ง อบต.อบจ.เทศบาล ชมรมใดๆ ที่ต้องการหาเงินทุนมาได้หมด ขอเพียงว่าโครงการเหล่านั้นต้องนำไปสร้างประโยชน์ให้ส่วนรวม”

 

รายการยืนหยัดเข้าสู่ปีที่ 9 แสดงว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชม

          “ผ่านมา 7-8 ปีนี่ รายการแจกไปแล้วกว่า 30 ล้าน 30 ชุมชนที่นำไปพัฒนาชุมชนตนเอง รายการก็จะตามไปเก็บภาพว่าสิ่งที่คุณบอกว่าจะนำไปพัฒนาศูนย์ฯ ได้ทำจริงหรือเปล่า บอกว่าจะไปทำห้องน้ำผู้สูงอายุ แล้วได้ทำจริงๆ ไหม เป็นเหมือนสัญญาประชาชน ผู้นำที่พาทีมมาได้ประกาศว่าจะมาแข่งกับเราจะทำสิ่งนี้ เมื่อแข่งจบก็ต้องทำสิ่งนั้นจริงๆ”

 

แล้วทีมจากชุมชนและจังหวัดต่างๆ จะเข้ามาแข่งขันในรายการได้อย่างไร

          “เขียนจดหมายมาก็ได้ บางครั้งรายการก็ส่งเทียบเชิญไป อาจจะเป็นเทศบาลที่ไม่เคยมาหรืออยู่นอกเขตเมือง ถ้าเขายินดีมาร่วมก็มาได้เลย บางทีมมาหลายรอบเพราะยังไม่เคยได้แชมป์เลย มีแข่ง 5 ซีซั่นก็ยังไม่ได้ บางทีมอาจจะท้อ แต่บางทีมก็มีความมานะ ร่วมมือกัน ปีนี้ส่งนักร้องคนนี้ไม่ถึงฝั่งฝันก็คัดสรรคนใหม่ที่มีฝีมือมา สำหรับทีมที่ไม่ได้รางวัล รายการมีเงินสนับสนุนการเดินทางเล็กน้อยแต่ไม่ได้มาก ทั้งหมดส่วนมากก็จะมาจากความร่วมแรงร่วมใจเป็นหมู่คณะของทีมเอง เหมือนผ้าป่า ลงแขกเกี่ยวข้าวร่วมกัน ทุกคนพร้อมจะเสียสละและภูมิใจในบ้านเกิดของตนเอง

 

          “อย่างตอนจังหวัดลพบุรีได้เงินล้าน จะเห็นว่าจังหวัดช่วยกันประชาสัมพันธ์เยอะมาก ไม่ใช่แค่นักร้องประสบความสำเร็จ แต่เป็นความสำเร็จของจังหวัด ยิ่งรอบชิงชนะเลิศ ตัวจังหวัดจะเป็นหน่วยงานหลักในการประชาสัมพันธ์เชิญชวน รายการตามไปเก็บภาพ หลายจังหวัดนี่ทำเหมือนการหาเสียงเลย ทุกคนช่วยกันเดินตั้งแต่หมู่บ้านนี้ไปยังหมู่บ้านนั้นเพื่อให้ทุกคนช่วยกันโหวต

 

          “อย่างทีมเมืองกาญจน์ เขารู้สึกเหมือนความผูกพัน เขาบอกว่าทุกคนต้องเป็นทีมเวิร์ก การมาร่วมกับรายการกิ๊กดู๋ไม่ได้เป็นการมาร่วมสนุกกับรายการทีวีเพียงอย่างเดียว มันสร้างให้เขาเป็นทีมเวิร์กพอถึงรอบชิง เขาต้องเซตทีมที่จะออกเดินสายประชาสัมพันธ์ ใครไปตลาดนัดเช้า ใครไปตลาดนัดเย็น จนท้ายสุดรายการจบ ประกาศผล เขาบอกว่าสิ่งที่ได้คือมิตรภาพที่ได้ร่วมมือกัน และรู้สึกเสียใจเพราะจะไม่ได้เจอกันอีก เพราะช่วงเวลาเกือบเดือนที่มาเจอกันมันผูกพัน พอประกาศผลปุ๊บจบแล้วทุกคนร้องไห้  ร้องไห้ว่าพรุ่งนี้ตื่นมาจะทำอะไร เหมือนกับเรียนจบแล้วก็คงไม่เจอกันอีก ถึงได้เงินล้าน ได้รางวัลแต่ก็ยังรู้สึกเศร้าที่จะไม่ได้เจอกัน รู้สึกผูกพันกันทั้งนักร้อง กองเชียร์ จนถึงทีมงานทุกหน่วย  ด้วยตัวรูปแบบรายการมันสร้างกิจกรรมร่วมกันจริงๆ แม้ในโซเชียลกระแสมันไวและมีผลส่งต่อรวดเร็ว แต่บางทีการจะใช้พลังมวลชนที่มารวมตัวกันจริงๆ เข้าถึงผู้คนจริงๆ ก็ยากพอสมควร”  

 

 

รายการเจาะจงไหมว่าการประกวดต้องเป็นเพลงลูกทุ่งเท่านั้น

          “ที่จริงรายการไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็นเพลงลูกทุ่งอย่างเดียว เราเปิดโอกาสให้ทุกๆ แนวเพลง แต่ต้องยอมรับว่าคนไทยส่วนใหญ่มีความเป็นลูกทุ่งในตัว เพลงลูกทุ่งฟังสบายได้เรื่อยๆ อย่างแร็ปก็อาจจะเป็นอีกกรุ๊ปหนึ่งที่เขาสนใจ ซึ่งจริงๆ แล้วรายการก็ไม่ได้ปิดกั้น แนวเพลงสตริงก็ไม่ได้ปิด แต่บ้านเราเพลงลูกทุ่งอาจจะมีจำนวนคนที่ฟังมากกว่าประเภทอื่น”

 

คิดว่าเทรนด์และกระแสเพลงลูกทุ่งในปัจจุบันเป็นอย่างไร

          “เพลงเป็นไปตามยุค จะบอกว่าลูกทุ่งสมัยก่อนฟังแล้วรื่นรมย์ สมัยนี้ไม่ค่อยรื่นรมย์คงไม่ใช่ เป็นไปตามยุคสมัยมากกว่า เนื้อเพลงลูกทุ่งจะสะท้อนสังคมและวัฒนธรรมในยุคนั้น อย่างยุคทองกวาว พี่คล้าว คือยุคที่มีทุ่งนา มีการไปสู่ขอผู้หญิง พ่อตาต้องเรียกสินสอดสิบหมื่นห้าหมื่น แต่พอยุคนี้มันเปลี่ยนไป อย่างยุคที่ใบเตยออกมา เอะอะเอะอะก็โป๊ นุ่งสั้นเสมอหู เราก็จะเข้าใจว่าเพราะมันเป็นใบเตย เป็นมุมมองบางอย่างของคนยุคนั้น ไม่ว่าจะสตริงหรือลูกทุ่ง เนื้อเพลงก็ไปตามยุคสมัยสะท้อนสังคม อย่างยุคนี้ก็จะมีเรื่องไลน์ เรื่องเฟซบุ๊กที่คนหยิบจับมาสื่อสารในเนื้อเพลง ซึ่งเป็นสังคมตอนนี้จริง ๆ

 

          “เพราะความเป็นลูกทุ่งนั้นจับต้องง่าย มีคนฟังร่วมสมัยในหลายๆ ยุค คนสูงอายุก็ฟัง คนทำงานก็ฟัง ยุคนี้ก็มีเด็กวัยรุ่นฟัง ทุกอย่างก็มีความเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ ยกตัวอย่าง ตั๊กแตน ชลดา สิบปีที่แล้วเขายังเป็นผู้หญิงเรียบร้อย มาตอนนี้ตั๊กแตนไม่ยอมคนแล้ว มันมีการเปลี่ยนแปลง แต่เขาก็ยังคงความเป็นลูกทุ่งอยู่อาจจะผสมเป็นหมอลำเพิ่มเข้ามา กระแสลูกทุ่งคงอยู่ต่อไปอีกนาน พัฒนาไปตามยุค เราอาจจะรู้สึกว่าบางเพลงเป็นลูกทุ่งยุคใหม่ที่ดูผสมสตริง แต่ดูจากการร้องจริงๆ มันก็ยังมีความเป็นลูกทุ่งอยู่นั่นเอง”  

 

เห็นว่ามีการจัดประกวดในรูปแบบโรดโชว์ด้วย

          “ก่อนหน้านี้มีกิ๊กดู๋ออนทัวร์ ตระเวนไปตามสถานที่ต่างๆ หัวเมืองใหญ่ๆ เป็นเหมือนกิจกรรมที่รายการได้พบปะกับแฟนคลับFC ของเราที่อยากมาดูรายการแต่อาจอยู่ไกล เดินทางมาไม่ได้ เป็นการไปหามิตรรักแฟนเพลงถึงที่มากกว่า และไหนๆ ไปหาเขาแล้วก็ต้องมีคนชอบร้องเพลง ก็จัดประกวดซะเลย หลายครั้งก็ได้เพชรกลับมา เป็นเหมือนทางช้างเผือก เพราะบางคนเขาไม่สะดวกในการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ มาประกวด ก็เป็นการขอบคุณเขา จัดประกวดแต่ละจังหวัดแต่ละภาคไป ผลพลอยได้บางครั้งได้เจอบางสิ่งบางอย่างก็กลับเอามาสร้างต่อในรายการ เช่น บางคนที่เราไปเจอเอากลับมาเป็นเงาเสียงศิลปิน พอถึงเวลาก็ติดต่อเขามา ถ้าเขาสามารถเอาชนะคนอื่นได้ก็มาออกรายการ”

 

 

มีการคัดสรรเงาเสียงหรือศิลปินที่มาร่วมรายการอย่างไร

          “เงาเสียงมีทั้งสมัครมา ทั้งเราไปเจอ ทั้งคนแนะนำ มีการบอกต่อ ยุคแรกที่ทำยังไม่เจอคนเหล่านี้เท่าไร ก็ต้องไปขุด แล้วก็เจอเจอเจอ มีตัวเลือกเยอะ พอเวลาผ่านไป การทำรายการให้มีคุณภาพ เราก็ต้องเปลี่ยนรีเซตใหม่ พยายามหาคนหน้าใหม่ๆ ได้เข้ามาบ้าง ส่วนศิลปินที่จะมาเป็นต้นฉบับ ก็จะมีที่แบบขึ้นหิ้งเป็นบรมครู สุดยอดอมตะ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัวมาก ๆ หรือตอนนี้ในวงการเพลงบ้านเรา บางทีกระแสเป็นแค่เพลงเดียวดัง แล้วก็ดังมากๆ เป็นร้อยล้านวิว ยกตัวอย่าง แซ็ค ชุมแพ น้องเขาก็มาแข่งกับรายการกิ๊กดู๋นะ ด้วยการที่เราไปคัดมาจากจังหวัดขอนแก่น มาแข่งในรายการ พอแข่งจบได้เป็นแชมป์ ทีนี้คนแถวบ้านน้องเขาก็ทำเพลง คำแพง มาให้เขาร้องแล้วก็ดังมาก ๆ รายการก็ต้องหาคนมาเป็นเงาเสียงของแซ็คอีกทอด ถามว่ายากไหม มันก็ไม่ยาก แต่ถามว่าง่ายไหม มันก็ไม่ง่ายในการทำรายการรูปแบบนี จริงๆ เป้าหมายก็ชัดเจนว่า ต้องหาคนที่มีเสียงเหมือนให้ได้มากที่สุด เท่านั้นเอง

 

รายการกิ๊กดู๋คิดจะสร้างค่ายเพลงของตัวเองด้วยไหม

          “ในทีมเคยคุยกันว่าจะทำโปรเจ็กต์ขึ้นมา จะทำค่ายเพลง แต่ยังไปไม่ถึงจุดนั้น เรายังขาดอีกหลายองค์ประกอบ มีนักร้อง แต่ ต้องหานักแต่งเพลง นักเรียบเรียง ฯลฯ ซึ่งเราอาจต้องใช้หน่วยอื่นๆ มาซัพพอร์ตจึงขอ พักโปรเจ็กต์ไว้ก่อน ถ้ามีโอกาสก็น่าจะทำต่อ เพราะเด็กๆ ที่มาแข่งทั้งที่เป็นเงาเสียงหรือตัวแทนจังหวัดค่อนข้างมีความสามารถสูง แต่อย่างที่รู้กัน ยุคนี้เพลงมันออกมาเยอะ เด็กๆ ที่ทำเองลงยูทูบแล้วได้เป็นร้อยล้านวิวมีมากขึ้นเรื่อยๆ ยกตัวอย่าง เจนนี่-ลิลลี่ เพลง เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว เขาก็เก่งมีการติดแฮชแท็ก #เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียวตอนแรกเราเองก็ไม่ได้สนใจติดตาม แต่โลกออนไลน์มันไว ผ่านมาสักพักดังเปรี้ยงขึ้นมาก็ลองฟังดู MV ก็ง่ายๆ น่ารักๆ ดี ต้องยอมรับว่าตลาดเพลงลูกทุ่งมันกว้างมากและพัฒนาไวมาก บางคนไม่ได้มีค่ายอะไรสนับสนุนด้วยซ้ำ แต่เขาก็เกิดขึ้นมาได้”

 

อีกหนึ่งความโดดเด่นคือคาแรกเตอร์ที่หลากหลายของเหล่าคอมเมนเตเตอร์และพิธีกรในรายการที่มีสีสัน

          “เรื่องคาแรกเตอร์ของคอมเมนเตเตอร์และพิธีกรจะเป็นคาแรกเตอร์ตัวเขาเอง เราคิดกันว่าพิธีกรเราจะไปสร้างเขาให้เป็นแบบนั้นแบบนี้ไม่ได้ เขาต้องเป็นตัวเขาส่วนหนึ่ง บางอย่างแค่เติมเข้าไป เพราะนี่ไม่ใช่ละคร เราชอบคาแรกเตอร์อันนี้ คุณวุฒิอันนี้ ความรู้อันนี้ อย่าง พี่ชมพู ฟรุตตี้ พี่ตั๊ก ศิริพร ก็เป็นนักร้องที่เก่งกาจ อย่างดีเจต้นหอมเรามองว่าเขาเป็นดีเจ มีความรู้ ฟังเพลงมาหลากหลาย อาจไม่ได้ถนัดลูกทุ่งมาก แต่ก็รู้จักเพลงใหม่ๆ อย่างพี่แอ๊ด วีรศักดิ์ นิลกลัด คนก็ชอบมองว่าทำไมชอบเอานักพากย์กีฬามา แต่เรามองว่ามันต้องมีมุมมองที่ต่างออกไปบ้าง ถ้าทุกคนเป็นนักแต่งเพลง รายการก็คงเป็นไปอีกแบบ พี่สมจิตร จงจอหอ เขาเป็นนักมวยแต่มีความรู้เรื่องเพลงลุกทุ่งเยอะมาก เคยออกซิงเกิลนะ แต่เขาซ่อนความรู้เรื่องเพลงเอาไว้เยอะจริงๆ”

 

 

พิธีกรหลักก็ดูมีความแตกต่าง แต่รวมกันแล้วดูลงตัว

          “พี่กิ๊ก ซูโม่กิ๊กกับพี่ดู๋ สัญญา คุณากร นี่เป็นความตั้งใจให้มาจับคู่กัน เรื่องเพลงพี่กิ๊กก็ฟังหลากหลายร่วมสมัย พี่ดู๋อาจจะดูวิชาการหน่อยๆ แต่พอจับคู่ด้วยความต่างแต่ลงตัว ทั้งรูปร่างอ้วนผอม ลักษณะการพูด ถ้ามีคนหนึ่งพูดกระโชกโฮกฮากแล้ว มันก็ควรจะมีอีกคนที่ทำให้มันซอฟต์ลง เบรกกันบ้าง แต่ทั้งคู่มีความทันกันเพราะต่างเป็นพิธีกรอันดับหนึ่ง มีความคิดมุมมองที่ต่างกัน เราต้องการความต่าง ไม่ต้องมาเออออกันเอง เพราะจุดสุดท้ายรายการไม่ได้ต้องการสร้างศิลปินเบอร์หนึ่งของประเทศไทย ถึงที่สุดน้องๆ ที่มาร้องเพลงกับเรา เราไม่ได้สัญญาว่าคุณจะต้องได้เป็นศิลปิน มีซิงเกิ้ล  แต่สิ่งที่คุณได้แน่ ๆ คือ คุณได้ทำคุณประโยชน์ให้บ้านเกิดคุณยังไง ให้อะไรกับชุมชนที่พ่อแม่คลอดคุณออกมาเติบโตมา ถ้าจะพูดให้เห็นภาพ ก็เหมือนกับว่าถ้ามีความสามารถทางกีฬาเราก็อาจจะได้ไปเป็นนักวิ่งทีมชาติ นักฟุตบอลทีมชาติ แต่เผอิญไม่มีการแข่งขันร้องเพลงทีมชาติ นี่เลยเป็นกิจกรรมที่คุณได้ทำเป็นประโยชน์ให้บ้านเกิดของคุณในอีกรูปแบบหนึ่ง”

 

สำหรับเด็กๆ ที่เข้ามาประกวด ทีมงานมีการแนะนำอะไร อย่างไรบ้างในการพัฒนาฝีมือการร้องเพลง

          “ถ้าเป็นเรื่องการร้องเพลง ตอนนี้ เราก็จะมีคุณป่าน พิณพนัช รุ่งเรือง กับ คุณหนุ่ม ศุภวิญญ์ มุ่งมาตร มาช่วยเพิ่มเติมวิธีการร้องเพลงให้กับน้อง ๆ ที่เข้ามาแข่งขันของจังหวัดต่าง ๆ ให้เข้ากับเพลง เพิ่มเติมเทคนิควิธีการต่าง ๆ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เจอมา ส่วนหนึ่งคือ ผู้ปกครองส่วนมากที่ส่งเด็กมาประกวดจะมีความเชื่อว่าถ้าลูกได้ร้องเพลงลูกทุ่งจะได้โชว์พลังเสียง18 ชั้น 19 ชั้นที่มี ทุกคนเลยชอบร้องเพลงลูกทุ่ง ทั้งที่จริง ๆ แล้ว บางคนร้องสตริงได้ดีมากนะ แล้วก็ไม่เชื่อว่าสตริงก็โชว์ได้ แต่ความรู้สึกมันอาจไม่ชัดเท่าลูกทุ่ง แต่การร้องเพลงที่ดี ทั้งหมดอยู่ที่การสื่อสาร ถ่ายทอดอารมณ์เพลงมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นลูกทุ่ง สตริง แร็ป ถ้าถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดี มันก็โดนใจ อย่างปู่จ๋าน ที่เป็นแร็ปเปอร์ เราเองฟังยังชอบ มันใช่ กระทบใจ”

 

คิดว่าเสน่ห์เพลงลูกทุ่งอยู่ตรงไหน

          “เสน่ห์ของเพลงแต่ละประเภทมีอยู่แล้วในตัว ไม่มีใคร แนวไหนมากกว่าใคร แร็ปได้ใจก็มี เพลงสตริงช้าๆ แบบพี่ก้อง สหรัถ บางทีมันก็โดนใจเรา หรือลูกทุ่งที่เศร้าๆ เศร้ามากก็สะเทือนใจ บาดลึก แต่ที่เพลงลูกทุ่งโดดเด่นอาจเพราะเพลงลูกทุ่งมันจับต้องง่าย ใกล้ตัว ไม่ซับซ้อนเกินไป  จริงๆ จะเป็นเพลงแนวไหนก็ตามหากสื่อสารออกไปให้คนเข้าใจได้เร็ว สัมผัสได้เร็ว มันน่าจะติดหูติดใจคนฟังง่ายขึ้น ส่วนตัวมองว่าเพลงลูกทุ่งไม่มีวันตาย มันก็จะพัฒนาไปเรื่อยๆ”

 

 

 

คุณคลุกคลีกับเพลงลูกทุ่งมากพอสมควร นำมาประยุกต์หรือพัฒนากับตัวรายการอย่างไรบ้าง

          “โดยปกติชอบฟังเพลงหลากหลายแต่ไม่ถึงกับเชี่ยวชาญพิเศษเฉพาะด้าน แต่พอมาทำรายการกิ๊กดู๋ก็จะได้ฟังเพลงลูกทุ่งแนวเพลงประกวดมากขึ้น เช่น เพลงน้ำตาจระเข้ เพลงโรงแรมใจ เพลงสุสานคนช้ำ เพลงน้ำตาแสงไต้ เพลงสาวเพชรบุรี ซึ่งมันมีหมวดเพลงประกวดอยู่ แต่เดิมน้องๆ มาแข่งถนัดอะไรก็ร้องแบบนั้น กรรมการและคนดูก็จะได้ฟังเพลงซ้ำไปซ้ำมา แต่ซีซั่นนี้ เรามาออกอากาศทาง PPTV HD 36 รายการก็มีการเปลี่ยนแปลงการแข่งขันในรูปแบบของตัวจังหวัดให้มีรสชาติเพิ่มขึ้น โดยเอาเพลงของศิลปินที่เป็นต้นแบบมาทำดนตรีใหม่ สด และให้ร้องในแบบที่เป็นตัวคุณ เหมือนคุณได้มีซิงเกิ้ลของตัวเอง น้องที่มาประกวดจะได้ค้นพบแนวทางการร้องเพลงที่หลากหลายมากขึ้น ได้ค้นพบตัวเอง เพราะกว่าจะถึงรอบชิงชนะเลิศก็จะได้ร้องเพลงสไตล์ตัวเองหลายซิงเกิลเลยทีเดียว รายการเองก็จะได้มีการพัฒนารูปแบบการนำเสนอต่อคนดูไปในตัว”  

 

อยากฝากอะไรถึงผู้ชมหัวใจลูกทุ่งบ้าง

          “ฝากติดตามรายการกิ๊กดู๋ทางช่องPPTV HD36 ย้ายมาใหม่ เวลาใหม่ เมื่อก่อนคนจะบ่นว่ารายการมาดึกจัง ตอนนี้ปรับเวลามาไวขึ้น แต่อยู่วันอังคารเหมือนเดิม  เวลา 20.15น. มาเร็วขึ้น จะได้ไม่ต้องนอนดึกกันนะคะ ฝากติดตามกันนะคะ ทุกวันอังคาร 2 ทุ่ม 15 ขอบคุณค่ะ  

 

 

เรื่อง : ชญานี อนุรักติพันธุ์
ภาพ : พุทธิพรต เพ็ชรสุกใส

ภาพประกอบ : www.facebook.com/kikduu/