Muse Mag Online Vol. 20 : บันเทิงไทย ใส่ใจในความเชื่อ


Muse Plus : Leila Amulets เครื่องประดับสายมูเตลู เชื่อมโยงความเชื่อไทยโบราณสู่วิถีแฟชั่นวันนี้

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-9 รูป จากทั้งหมด 9 รูป

Leila Amulets


เครื่องประดับสายมูเตลู เชื่อมโยงความเชื่อไทยโบราณสู่วิถีแฟชั่นวันนี้ 

 

 

              เมื่อความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เครื่องรางของขลังปลุกพลังทางใจของไทยที่มีมาตั้งแต่ก่อนรุ่นปู่ย่าตาทวดถูกนำมาผสมผสานกับการออกแบบในงานเครื่องประดับร่วมสมัยสู่กระแสฮอตฮิตที่เหล่าคนดังและหนุ่มสาวทั้งหลายพากันนิยมสวมใส่แบบไม่กลัวเชย แถมพูดถึงปากต่อปากทั่วบ้านทั่วเมือง ทำให้ Leila Amulets แบรนด์เครื่องประดับที่ออกแบบโดย จัน -จันทรา จันทร์พิทักษ์ชัย กลายเป็นที่จับตาทั้งจากกูรูโลกแฟชั่นและจากเหล่าสาวกสายมูที่หลงใหลในพลังงานพิเศษที่มองไม่เห็น  

 

อยากให้คุณเล่าถึงจุดเริ่มต้นของ “ไลลา” ที่กล้าเล่นกับความเชื่อ

              “แต่เดิมจันทำแบรนด์ OLVD by Olivia Diamonds ซึ่งเป็นธุรกิจต่อยอดจากธุรกิจจิวเวลรี่ของที่บ้าน ก็จะขายพวกหิน มันก็เกี่ยวกับความเชื่ออยู่แล้ว ซึ่งยุคหนึ่งค่อนข้างเฟื่องฟู ตอนนั้นทำให้เรารู้ว่าผู้หญิงส่วนมากมักชอบดูดวง และลูกค้าต่างชาติจากสิงค์โปร์ ฮ่องกง มักจะเดินเข้ามาถามในร้านว่ามีครูบากฤษณะให้เช่าไหม ตอนนั้นเราก็ไม่รู้จักว่าคืออะไร มารู้ทีหลังว่าที่สิงคโปร์เขาเชื่อกันมากในความศักดิ์สิทธิ์ เวลามาเมืองไทย เขาก็มาเหมาเช่าเครื่องรางของขลังกลับไปกันมากมาย นั่นแปลว่าไทยเรามีของดีๆ ที่ต่างชาติให้ความสนใจอยู่เยอะนะ

 

              “วันนึงได้พูดคุยกับคุณอา (คุณรัตนา จันทร์พิทักษ์ชัย) ถึงเรื่องเครื่องราง ของขลัง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่คนรุ่นก่อนนิยมสวมใส่เป็นเครื่องประดับในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นตะกรุด จี้เหรียญต่างๆ ที่นำมาร้อยกับสร้อยทองห้าบาทสิบบาท เขาสามารถสวมใส่ออกไปนอกบ้านด้วยความภูมิใจผู้ชายไทยสมัยก่อนห้อยตะกรุดกันทั้งนั้น จะออกรบไปทำสงครามทีคล้องกันสิบหกดอกก็มี นอกจากความเชื่อแล้วยังเกี่ยวข้องกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ด้วย ซึ่งตัวคุณอาเองก็ชอบเรื่องราวเหล่านี้และสวมใส่ แต่ทำไมวัยรุ่นสมัยนี้ถึงไม่นิยมกัน ทั้งที่เมื่อลองถามกันจริงๆ แต่ละคนก็พกเครื่องรางกันแทบทั้งนั้น เกือบทุกคนด้วยซ้ำ ทั้งผ้ายันต์ สายสิญจน์ เหรียญมงคลต่างๆ จี้ต่างๆ แต่ไม่มีใครเอามาใส่เป็นเครื่องประดับบนร่างกายด้วยเหตุผลรู้สึกว่าเชย ใส่แล้วดูแก่เกินวัย กลายเป็นรุ่นเดียวกับลุงป้าไปหรือดูน่ากลัวเกินไป

 

              “ความสงสัยของคุณอาก็เปรียบเหมือนโจทย์ที่มอบให้จัน เราเป็นนักออกแบบ ก็คิดว่าต้องทำอย่างไรถึงจะทำให้วัยรุ่น วัยทำงาน คนรุ่นใหม่ในช่วงอายุ25-35 หันมานิยมสวมใส่สิ่งเหล่านี้ ทำอย่างไรจะทลายความเคอะเขิน ความเข้าใจแบบเดิมๆ ว่าล้าสมัยให้หมดไป เปลี่ยนเป็นความสนใจและภูมิใจมาแทนที่ ตัวคุณอาเองก็อยากรักษาความภาคภูมิใจในความเชื่อที่มีมาแต่โบราณนี้เอาไว้ให้คงอยู่ต่อไปนานๆ”

 

 

เครื่องประดับชิ้นแรกที่ออกแบบ คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง

              “ตื่นเต้นมาก (หัวเราะ) กลัวคนไม่เข้าใจเหมือนกัน ชิ้นแรกก็ออกแบบง่ายๆ จันว่าความเชื่อมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เราเป็นแบรนด์แรกๆ ที่หยิบเรื่องนี้มาทำ เราก็ไม่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องงมงาย จันจะย้ำเสมอในการขายว่าถึงจะใส่ไลลา ก็ต้องศรัทธาด้วยความมีสติ ใช้เป็นเครื่องหมายในการสร้างหรือปลุกพลังใจให้ตัวเอง ไม่ใช่ใส่ตะกรุดห้ามจน แต่คุณนอนอยู่บ้านเฉยๆ ทุกวัน แล้วแบบนั้นมันจะมีเงินขึ้นมาได้ยังไง มันก็ไม่ใช่ จริงไหม จันมองว่าพุทธคุณจะเสริมพลังบวกเมื่อเราเริ่มต้นลงมือทำสิ่งดีๆ ด้วยตัวเอง”       

 

“ไลลา” เป็นเครื่องประดับเจาะจงสำหรับใคร เพศไหนเป็นพิเศษ

              “จันใช้ชื่อแบรนด์ว่าไลลา เป็นคำโบราณ มีความหมายว่า การเยื้องกราย การเคลื่อนไหว ได้ยินชื่อแล้วชอบ เราอยากสร้างคาแรกเตอร์ของแบรนด์ให้เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีเสน่ห์ ลึกลับ น่าค้นหา อยากทำความรู้จักให้มากขึ้น ในการออกแบบ เครื่องประดับของเรามีความ Unisex สวมใส่ได้ทั้งชายหญิง ส่วนมากจันจะไม่ได้ไปดัดแปลงรูปร่างรูปทรงของเครื่องราง คือมาจากวัดยังไงก็อย่างนั้น เรียกว่ามีความสวย เก๋ เท่ในตัวเองอยู่แล้ว แต่จะมาประยุกต์กับแอคเซสซอรี่ต่างๆ ที่เรามีให้ดูทันสมัยขึ้น จับต้องสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น อาจจะเสริมการฝังหมุดโลหะเข้าไปตามจุดต่างๆ บนตะกรุดบ้างเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัยและมีพลังยิ่งขึ้น”

 

 

เครื่องรางของขลังปลุกเสกมาจากเฉพาะวัดดังหรือเปล่า

              “ไม่นะคะ แต่วัดดังก็มีบ้าง วิธีเลือกของไลลามาจากคุณอาค่ะ คุณอาเป็นสายบุญที่ชอบตระเวนทำบุญอยู่แล้ว ก็จะไปวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ทั่วสารทิศ วัดไหนที่พระท่านกำลังมีโครงการบูรณะปฏิสังขรณ์สิ่งต่างๆ หรือสถานปฏิบัติธรรมภายในวัด และจัดทำเครื่องรางของขลังขึ้น ก็จะปรึกษากัน ไลลาจะเลือกจากตรงนั้นเป็นส่วนใหญ่ เพราะถือว่าจะได้ช่วยบำรุงวัดไปในตัว และหลายๆ วัด หลวงพ่อท่านก็นำเงินที่ได้ไปช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ที่ยากจนต่อไปอีก เหมือนเราได้ทำบุญไปในตัว ช่วงแรกๆ พระท่านก็ถามเหมือนกันว่าเอาไปทำอะไร เราก็จะบอกท่านว่าเอาไปทำให้วัยรุ่นได้ใส่กัน ท่านก็จะบอกว่า เออดี ดี ถ้าคนที่ติดตามไลลาในไอจีจะเห็นบ่อยๆ ว่าไลลาลงรูปใบอนุโมทนาจากการทำบุญ เราอยากให้ลูกค้ารู้ว่าเงินที่เราได้ เราก็นำส่วนหนึ่งไปทำบุญนะ ลูกค้าก็จะได้ร่วมบุญไปกับเราในตัว”

 

บุคลิกของคุณดูเป็นคนรุ่นใหม่มากๆ ส่วนตัวเชื่อเรื่องพลังพุทธคุณเหล่านี้แค่ไหน

              “เชื่อสิ เชื่อมากค่ะ (หัวเราะ) ในการออกแบบ จันก็จะศึกษาดีเทลสิ่งต่างๆ ของเครื่องรางไปด้วย ทั้งแง่ความเชื่อ พุทธคุณ ประวัติศาสตร์ต่างๆ นอกจากได้ความรู้แล้ว รู้สึกสนุกนะ เวลามีใครถามก็อยากเล่าให้ฟัง อย่างที่บอกจันเชื่อว่าหากตัวเราคิดดี ทำดี สิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยเสริมและดึงดูดสิ่งดีๆ ให้เข้ามาในที่สุด เป็นพลังงานด้านบวก”   

 


กระแสตอบรับเกินคาดไปมากแค่ไหน สังเกตว่าดารา คนดัง ใครๆ ก็หันมาใส่ไลลา

              “แบรนด์ไลลาเพิ่งเปิดตัวมาได้แค่ปีเดียวเอง ต้องยอมรับว่ากระแสดีกว่าที่เราคาดคิดไว้มาก ถือว่าจันตีโจทย์ที่คุณอาให้มาแตกเลย ผู้คนให้การยอมรับ ดารานักแสดงหลายท่านก็ชื่นชอบและบอกต่อ ตอนนี้แบรนด์เองก็กำลังจะจัดการระบบทุกอย่างให้ลงตัวและดีมากขึ้นในอนาคต ตอนแรกเราเปิดขายออนไลน์ด้วย แต่บอกเลยว่าทำไม่ไหว มันวุ่นมาก (หัวเราะ) เพราะเราทำไลลากันสามคน มีจัน (จันทรา จันทร์พิทักษ์ชัย) คุณอา (รัตนา จันทร์พิทักษ์ชัย) และเจนนี่ (เจนจิรา ตรีวิชาพรรณ) ซึ่งคุณอาจะเป็นที่ปรึกษาในเรื่องต่างๆ แนะนำภาพรวม จันออกแบบ และน้องเจนนี่คอยดูแลในด้านกฎหมาย การใช้คำต่างๆ ที่สื่อออกไปไม่ให้เกิดการตีความหมายที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อน

 

              “ตอนนี้เรามีขายเฉพาะที่หน้าร้านเท่านั้น และมีสื่อโฆษณาในไอจีกับเฟซบุ๊ก ซึ่งจะเป็นการอัพเดตคอลเลกชั่นใหม่ ไม่มีเวลาตอบคำถามเลย แต่ถ้าลูกค้ามาที่ร้าน พนักงานทุกคนจะได้รับการเทรนมาทั้งเรื่องของความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวกับความเชื่อและความสามารถในการร้อยสร้อย ลูกค้ามีปัญหาทางจิตใจด้านไหนมาหรืออยากเสริมเรื่องอะไร เราสามารถให้คำแนะนำได้ เรื่องความรักควรเลือกกลุ่มไหน เรื่องการงานการเงินเลือกกลุ่มไหน หรืออยากมีโชคลาภควรเลือกชิ้นไหนดี นอกจากนี้เรายังมีบทสวดในแต่ละด้านให้ด้วย แถมลูกค้ายังรู้สึกสนุกกับการได้เลือกหิน เลือกวัสดุต่างๆ ในการออกแบบทำตัวสร้อยข้อมือด้วยตัวเองอีกต่างหาก การที่ลูกค้ามาปรึกษาเรา มันก็เหมือนเพื่อนคุยกับเพื่อนมากกว่าแค่การบริการ”ร้านของเราก็มีสาขาเฉพาะในกรุงเทพฯ บางคนอยู่ต่างจังหวัดแล้วเขาอยากได้ หรือไม่มีเวลามาต่อคิวซื้อที่ร้าน

 

อยากให้คุณแนะนำหน่อยว่า เครื่องประดับชิ้นไหนเหมาะกับเรื่องอะไร มีคุณบัติพิเศษอย่างไรบ้าง

              “ผู้หญิงส่วนมากจะมาด้วยเรื่องความรักหรือเสริมเสน่ห์ ก็จะแนะนำบัวบังใบ สาริกาดอกไม้สีทอง หรือหนุ่มๆ ก็จะมีตะกรุดจูงนางเข้าห้อง ตะกรุดสามสาวกินน้ำบ่อเดียวกัน คิดดูสาวสามคนเชียวนะ มันจะขนาดไหน (หัวเราะ) ซึ่งชายไทยสมัยก่อนมักห้อยเพื่อเสริมเสน่ห์ ส่วนคนที่อยากได้เรื่องโชคลาภเงินทอง แนะนำแมลงภู่คำหลวงที่คนทางเหนือเชื่อกันว่าช่วยเรียกทรัพย์ดี ตะกรุดแปดเซียนราชาโชค สีผึ้งครูบากฤษณะ หรือการห้อยจี้เบี้ยแก้พญาเสือโคร่งซึ่งเชื่อว่าช่วยเสริมอำนาจและการปกป้อง เพิ่มความดุ มีพลังต่อบริวาร บางคนก็ถามว่าสร้อยหนึ่งเส้นจะประกอบไปด้วยเครื่องรางหลายชิ้นที่มีพลังพุทธคุณต่างกันได้ไหม ก็ได้นะคะ ทั้งหมดนี้มันอยู่ที่ความเชื่อของคนสวมใส่เป็นหลัก มีบ้างบางคนที่สวมใส่แล้วร้อนใจ ซึ่งจันก็จะบอกว่าต้องวางใจให้มีสติด้วยนะ”

 


ชิ้นไหนที่ฮอตที่สุดตอนนี้

              “น่าจะเป็นตะกรุดห้ามจน มหามนต์เศรษฐี ของหลวงพ่อผิน วัดโคกสว่าง ปราจีนบุรี ซึ่งหลวงพ่อท่านมรณภาพไปแล้ว ตะกรุดรุ่นนี้จึงไม่มีการผลิตและปลุกเสกอีกแล้ว ราคาขายตอนแรกอยู่ที่ 3,990 บาท แต่ในกลุ่มคนที่นิยมตอนนี้ราคาน่าจะพุ่งไปอยู่ที่ 40,000 กว่าบาทแล้ว”

 

 

บางคนถามว่าทำไมไลลาราคาแพงจัง

              “จันว่าเราดีไซน์ราคามาค่อนข้างเหมาะสมนะคะ ไม่ได้แพงจนจับต้องไม่ได้ เครื่องรางเหล่านี้มีราคาในตัวเองอยู่แล้ว ไหนจะค่าเดินทาง ค่าออกแบบ ค่าวัสดุส่วนอื่นๆ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการที่คนมองถึงคุณค่ามากกว่า”

 

หลังจากนี้จะมีการพัฒนาแบรนด์หรือต่อยอดในทิศทางใด

              “เรื่องการออกแบบ จันก็มีการพัฒนาไปเรื่อยๆ ทำยังไงให้ไม่เชย ใส่ได้ทุกวัน และอย่างที่บอกเรื่องของระบบในการขายที่ยังต้องวางแผนให้ดีและรัดกุม ที่สำคัญจันอยากทำให้ความนิยมในหมู่วัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ที่มีต่อความเชื่อเหล่านี้มีอยู่ไปแบบยาวๆ อยากให้รู้สึกว่าภูมิใจในของดีของไทยเรา ไม่อยากให้เป็นเพียงกระแสช่วงหนึ่งเหมือนอย่างช่วงที่คนฮิตตุ๊กตาลูกเทพ ที่ความนิยมพุ่งสูงสุดและตกลงมาจนซาและหายไป นี้เป็นโจทย์ท้าทายที่ต้องคิดและทำให้ได้ นอกจากนี้จันอยากจัดนิทรรศการที่มิวเซียม สยามสักครั้งนะ เป็นนิทรรศการที่ให้ความรู้เกี่ยวกับตะกรุด เครื่องรางของขลัง ไลลาอาจจะรวบรวมตะกรุดจากผู้คนที่มีชื่อเสียงในวงการต่างๆ บอกเล่าเรื่องราวและความเชื่อที่เขามี ถ่ายทอดให้ผู้คนได้รับรู้ เข้าใจในความเชื่อและคัลเจอร์แบบไทย ถ้าทำได้ก็อยากจะทำนะคะ น่าจะต้องเตรียมความพร้อมให้ดีก่อนอีกสักพัก” 

 

 

 

หมายเหตุ

บทสัมภาษณ์นี้เป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ

 

เรื่อง : ชญานี อนุรักติพันธุ์

ภาพ : ดลนภา รามอินทรา /  IG : @leila_amulets