Muse Mag Online Vol. 16 : สีสันที่แซบซ่าและชีวิตที่กล้าจะแตกต่าง


Muse Opinion : แม้แตกต่างอย่างไร แต่ก็ภูมิใจที่ได้เป็น “ตัวฉันเอง”

Museum Siam

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-5 รูป จากทั้งหมด 5 รูป

            ณ ห้องเรียนแห่งหนึ่ง ครูโชว์กระดาษสีขาวที่มีจุดสีดำตรงมุมกระดาษให้นักเรียนดู พร้อมถามนักเรียนว่ามองเห็นอะไร นักเรียนทั้งห้องตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าเห็นจุดสีดำ ไม่มีใครสักคนมองเห็นกระดาษสีขาวที่ครูถืออยู่ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นธรรมชาติของมนุษย์ที่มักสนใจความแตกต่างเล็กน้อยมากกว่าสนใจด้านดีและภาพในมุมกว้างของสิ่งต่างๆ

            พบกับเรื่องราวจากวัยรุ่น 4 คนที่สามารถรับมือกับความแตกต่างได้อย่างมั่นใจ พร้อมแชร์ประสบการณ์และมุมมองการใช้ชีวิตที่ทำให้พวกเขามีความสุขได้ในแบบฉบับของตัวเอง 

 

 

ปรียานุช สุทธิโรจน์  ชื่อเล่น พลอย อายุ 24 ปี อาชีพ ธุรกิจส่วนตัว
จากเคยมั่นใจติดลบ วันนี้หันกลับมารักตัวเอง

            พลอยเคยหนักประมาณ 140 กิโลกรัม และไม่รู้จักการดูแลตัวเองเพราะพ่อแม่ค่อนข้างเข้มงวดเรื่องการแต่งตัว จึงไม่มีความคิดที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองสักนิด ทำให้โดนล้อเรื่องรูปร่างหน้าตาตลอดเวลา จุดเปลี่ยนที่ทำให้หันมาดูแลตัวเองคือ เราเข้าโรงพยาบาลบ่อยมาก คุณหมอก็เตือนให้ลดน้ำหนัดตลอดเวลา เพราะเราเคยนอนหลับแล้วเกือบไหลตาย พอเห็นว่าสุขภาพเราแย่มากจนทำให้พ่อแม่ไม่สบายใจ จึงคิดได้ว่าถึงเวลาแล้วที่ฉันต้องรักตัวเอง พลอยจริงจังกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกายมากๆ ทำให้ภายใน 2 ปี น้ำหนักพลอยลดลงเหลือ 80 กิโลกรัม จากนั้นเราก็เริ่มดูแลตัวเองโดยการรู้จักแต่งหน้าแต่งตัว และขอพ่อแม่ว่าเราชอบแบบนี้ ถ้าไม่แต่งตัวดูแลตัวเองเราจะไม่มั่นใจ จากผู้หญิงที่ความมั่นใจติดลบในวันนั้น พอได้ลุกขึ้นมาดูแลตัวเองแล้วมันทำให้เราดูดีขึ้นมาก ใครเห็นก็ชื่นชม มันยิ่งซัพพอร์ตความรู้สึกว่าเราเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เลยรู้สึกว่าถ้าเราทำอะไรแล้วมีความสุข จะมั่นใจในสิ่งที่เราทำต่อไป

            ทุกวันนี้มีความสุขมาก ภูมิใจมากที่เราเป็นคนอ้วนที่แต่งหน้าแต่งตัวแล้วดูดีขึ้น เรื่องนิสัยก็เปลี่ยนไปเยอะเลยค่ะ พลอยกลายเป็นคนคิดบวก เลิกโทษตัวเอง กล้าพูดว่าทุกวันนี้เป็นคนใหม่แล้วจริงๆ  

ภคนันท์ จุลเสน  ชื่อเล่น บูม อายุ
23 ปี อาชีพ digital analytics & project manager
LGBT … ยอมรับและเข้าใจตัวเอง

            บูมรู้สึกว่าการเป็น LGBT ไม่ได้ทำให้ต่างจากคนอื่น บูมยังสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป  เมื่อก่อนเราไม่ได้ยอมรับตัวเอง ก็กังวลว่าที่บ้านจะว่ายังไง แต่โชคดีที่ที่บ้านไม่ได้ปิดกั้นเรื่องนี้ วันที่พ่อรู้ว่าเราเป็นเกย์ พ่อบอกว่าอย่าลืมป้องกันนะ และพ่อก็เดินไปหยิบถุงยางอนามัยมาให้แล้วก็บอกว่าใช้ซะ ยิ่งตอนช่วง ม.ปลาย เราเป็นคนที่มีบทบาทในโรงเรียน เลยรู้สึกว่าไม่ว่าเราจะเป็นเพศอะไร สังคมที่นี่ก็ยอมรับในสิ่งที่เราทำมากกว่ามาสนใจเรื่องรสนิยมความชอบของเรา และยิ่งสังคมในโรงเรียนเรื่องชายรักชายเป็นเรื่องปกติมาก เพื่อนรอบตัวก็ไม่ได้มีปัญหากับความชอบของเรา ครอบครัวบูมก็โอเค ไม่ได้สนใจว่าเราจะชอบอะไร แค่เราดูแลตัวเองได้เขาก็สบายใจ

            สิ่งที่ยากที่สุดคือ ครอบครัวของแฟนอาจไม่เปิดใจรับเรื่องนี้ เราเลยเข้าไปในฐานะเพื่อน พยายามแสดงให้เขาเห็นว่าเราเป็นผู้ใหญ่มากพอ สามารถดูแลคนรอบข้างได้ ไม่ใช่สนใจแค่แฟนของเรา เข้าไปให้เขาเห็นว่าเราก็เป็นแค่คนคนนึงเท่านั้นเอง

            การที่เราเป็นตัวเองมันไม่ใช่สิ่งที่ผิด ขอให้ซื่อสัตย์กับตัวเอง อย่าให้เสียงจากคนรอบข้างหรือสังคมภายนอกมาตัดสินเราว่าจะต้องเป็นยังไง บูมเชื่อว่ามันไม่มีผิดมีถูกหรอก อยู่ที่ว่าเราจะยอมรับหรือไม่ มันอยู่ที่ตัวเราตัดสินเองทั้งหมด

 


อารียา มุ้ยเสมา ชื่อเล่น นุ้กนิก อายุ
23 ปี อาชีพ web designer
ความแตกต่างท่ามกลางภาษา

            นุ้กตัดสินใจมาใช้ชีวิตที่ต่างประเทศเพราะว่าได้ลองทำงานที่เมืองไทยสักระยะแล้วรู้สึกว่ามันยังไม่ใช่ตัวเรา ความสามารถและทักษะที่เรามีอยู่ยังมีน้อยมากถ้าเทียบกับคนอื่น เราน่าจะพัฒนาตัวเองได้ไกลขึ้นถ้าได้ออกไปเจอสิ่งใหม่ อีกอย่างเราอายุยังน้อย ยังพอมีเวลาที่จะลองผิดลองถูกได้อยู่ เลยเลือกออกมาผจญภัยครั้งใหญ่ที่ประเทศออสเตรเลียค่ะ

            พออยู่ต่างประเทศ อุปสรรคที่เจอก็คงหนีไม่พ้นเรื่องภาษาและการสื่อสาร ภาษาอังกฤษธรรมดาสำหรับคนไทยแท้ๆ อย่างเราก็ถือว่ายากพอตัวแล้ว แถมการมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองแบบนี้ยังต้องเจอคนท้องถิ่นที่ใช้คำสแลงอีก เราถึงกับหาทางกลับบ้านไม่ถูก (งง) ได้แต่ยิ้มอย่างเดียว ซึ่งทุกอย่างก็ต้องใช้เวลานะ อยากเก่งอะไรก็ต้องขยันฝึกฝนเอา นุ้กคิดว่าทุกคนมีสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดในแบบของตัวเอง การปรับตัวเข้าหาสังคมฝรั่งไม่ใช่เรื่องยาก ขอแค่คุณไม่อายที่จะทำความรู้จักและกล้าพอที่จะสื่อสาร อยู่ที่นี่การมีเพื่อนจะทำให้คุณคลายเหงาความคิดถึงบ้านลงไปได้เยอะเลย ส่วนในเรื่องการปรับตัวทางด้านวัฒนธรรมก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะมาอยู่แรกๆ ก็มี culture shock บ้างเหมือนกัน

            นุ้กเป็นคนนึงที่ชอบเขียน wish list ของตัวเองทุกปี และการได้มาใช้ชีวิตที่ออสเตรเลียก็เป็นหนึ่งใน wish list ของปีที่แล้วที่ทำสำเร็จแล้วค่ะ หลังจากนี้ก็คิดว่าการใช้ชีวิตที่นี่ให้มีความสุขก็คือการที่เราได้ enjoy ในทุกๆ moment ที่เข้ามาให้ได้มากที่สุด

 


โอรวรรณ ซาตุวาดิ  ชื่อเล่น โอ อายุ 23 ปี อาชีพ นักศึกษา
เชื้อชาติที่แตกต่าง ในสายตาของคนอื่น

            เราเป็นลูกครึ่งไทย-อินเดีย คนภายนอกจะคิดว่าเราเป็นอินเดียแท้ๆ ไม่เหมือนลูกครึ่งด้วยซ้ำ ซึ่งตัวเราเองไม่ได้มองว่าจุดนี้คือความแตกต่างเลยนะ เพราะว่าพ่อแม่เราเลี้ยงดูมาแบบคนไทย ใช้ภาษาไทย รู้จักวัฒนธรรมเลย แต่พอเราเข้าโรงเรียน ตอนเด็กก็มีเพื่อนมาล้อว่า แขก บัง ตอนนั้นไม่ชอบเลย เคยถามแม่ว่า “เราไม่เหมือนคนอื่นตรงไหน”  แม่ก็บอกว่าอย่าไปสนใจ แต่โชคดีที่โตมาแล้วมีเพื่อนที่ดี ทุกคนไม่เคยล้อเรื่องเชื้อชาติ เรื่องภายนอกของเรา สุดท้ายแล้วเราเลือกสนใจแค่คนรอบตัวที่ดีกับเรา คำพูดที่เคยล้อเลียน เสียดสี เราไม่สนใจเลย มองข้ามไปหมด พอเปลี่ยนวิธีคิดปุ๊บ ทุกวันนี้เราเข้ากับคนง่ายมาก และได้ข้อสรุปว่าที่เรามองว่าต่าง เพราะว่ามันเป็นมุมมองที่เราเลือกจะใส่ใจกับคำพูดของคนอื่น พอเราเปลี่ยนความคิด เรากล้าพูดกับคนมากขึ้น เข้าหาคนมากขึ้น โดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดกับเรายังไง ทุกวันนี้พอมีคนถามว่าเป็นลูกครึ่งหรือเปล่า เราไม่เคยโกรธเลย ก็ตอบไปตามสิ่งที่เราเป็น 


            จริงๆ เรามองว่าความแตกต่างมันคือจุดเด่น มันคือสิ่งที่คุณควรโชว์คนอื่น อย่างตอนเด็กเราเคยโดนล้อ แขก ดำ บัง เรื่องผิวสีนี่โดนแน่นอน อยากให้ดึงจุดเด่นของตัวเองออกมา อย่างเราชอบพูดภาษาอังกฤษ ชอบเข้าสังคม มันทำให้เราโดดเด่นกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ เราเชื่อว่าทุกคนมีความสามารถ ให้ใช้ความสามารถกลบจุดด้อย แล้วคำพูดที่เคยล้อเลียนจะกลายเป็นเรื่องเล็กนิดเดียวเอง