Muse Mag Online Vol. 23 : ต้องมนต์ รสไทย


Muse Latitude: กินให้ถึงแก่น

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-20 รูป จากทั้งหมด 20 รูป

            ทำไมต้องเผ็ดลิ้นชาสไตล์จีนเสฉวนแบบหมาล่า ทำไมต้องหนักเครื่องเทศแบบแกงกะหรี่อินเดีย แล้วทำไมต้องซาชิมิแดนปลาดิบ และอีกมากที่ว่าด้วยเรื่องที่มาของการกิน ไม่ใช่แค่กินให้อร่อย เราชวนคุณมากินให้ลึกถึงแก่น รู้ลึกถึงเรื่องราววัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของอาหารการกิน เพื่อให้มื้อตรงหน้าอร่อยขึ้นกว่าที่เคย

 

 

1. หมาล่า เผ็ดแบบจีนให้โลกจำ

            ถ้าคุณชอบความเผ็ด ติดใจความอร่อยแนวปิ้งย่าง ยังไงก็ต้องรู้จักเมนูสตรีทฟู้ดยอดนิยมล่าสุดของเมืองไทยแต่มีมานานในประวัติศาสตร์การกินของชาวจีนท้องถิ่นอย่าง ปิ้งย่างหมาล่า” ที่เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการนำวัตถุดิบอย่างเนื้อสัตว์ซึ่งได้แก่ หมู เนื้อ ไก่ กุ้ง ลูกชิ้น และผัก ได้แก่ กระเจี๊ยบ เห็ด ข้าวโพดอ่อน มาเสียบไม้ ย่างบนเตาร้อนๆ จนได้เสียงฉ่า…ก่อนจบอย่างมีมนต์ขลังด้วยการโรยผงวิเศษรสเผ็ดที่มีส่วนผสมทำจาก พริกหมาล่า” หน้าตาเหมือนเมล็ดพริกไทยดำที่ให้รสเผ็ด ลิ้นชา หอมชัด มีต้นกำเนิดมาจากมณฑลเสฉวน ประเทศจีน โดยคนเสฉวนเรียกพริกชนิดนี้ในภาษาท้องถิ่นว่า ฮวาเจียว หนึ่งในเครื่องปรุงรสเอกลักษณ์ที่คนท้องถิ่นปลูกได้เอง และทำให้อาหารจีนเสฉวนโด่งดัง

            นอกจากเมนูปิ้งย่างหมาล่าแล้ว ยังมีอาหารเสฉวนใส่หมาล่าอีกมากตั้งแต่ร้านริมถนนจนถึงภัตตาคารที่พูดแล้วไม่ว่าใครก็ต้องรู้จัก อย่างหม้อไฟซุปหมาล่า ต้มเนื้อสัตว์ต่างๆ ใส่หมาล่า ไก่ผัดพริกหมาล่า ผัดเต้าหู้ทรงเครื่องหมาล่า และอีกมาก คุณสามารถอร่อยกับเมนูทั้งหมดนี้ได้ที่ร้านอาหารจีนเสฉวนในบ้านเรา ซึ่งสันนิษฐานว่ารับวัฒนธรรมการกินนี้ผ่านมณฑลยูนนาน ส่งต่อมายังภาคเหนือ อย่างจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ ก่อนเป็นที่รู้จักแพร่หลายในเมืองไทยตามลำดับ ไม่นับรวมการรับวัฒนธรรมการกินมาจากการติดต่อสื่อสารและการเดินทางที่สะดวกสบาย

 

 

 

            ส่วนทำไมชาวเสฉวนถึงกินเผ็ดเก่ง กินหมาล่าเก่ง รวมถึงกินพริกชนิดอื่นๆ เก่ง

            ท่ามกลาง 22 มณฑลของจีน คำตอบอยู่ที่สภาพภูมิประเทศ เพราะตั้งอยู่ในพื้นที่ต่ำ มีหมอกคลุม ไม่ค่อยมีแสงแดด มีสภาพอากาศที่ชื้น อบอ้าว แปรปรวนได้ง่าย ส่วนช่วงหน้าหนาวก็หนาวสุดๆ จึงต้องทำให้ร่างกายอบอุ่นและไล่ความชื้นออกจากร่างกาย โดยหมาล่ายังมีสรรพคุณเป็นยาช่วยให้เจริญอาหาร ช่วยขับลมในกระเพาะ ช่วยย่อย ช่วยบำรุงหัวใจและบำรุงเลือด

 

 

            สำหรับใครที่อยากรู้จักหมาล่าให้มากขึ้น ต้องตามไปดูแหล่งความเผ็ดอย่างเมืองฉงชิ่ง ในมณฑลเสฉวน (เผ็ดแล้วต้องเผ็ดให้สุด) เพราะเป็นเมืองที่ถูกยกย่องให้เป็นดินแดนแห่งหมาล่า โดยเราจะได้เห็นคนถือไม้ปิ้งย่างหมาล่า หรือ ซาวข่าว (แปลว่าปิ้งย่าง) เดินกินกันเอร็ดอร่อยในสไตล์สตรีทฟู้ด โดยวิธีการปรุงมีการใช้น้ำมัน กึ่งทอดกึ่งย่าง และก่อนกลับ ห้ามพลาดสำรวจตลาด ผานชี่” ตลาดเครื่องเทศและสารพัดพริกที่ใหญ่สุดของฉงชิ่ง ซึ่งจะได้ทั้งเดินเล่นและได้ความรู้ พร้อมซื้อหมาล่าติดกระเป๋าให้สมฐานะของที่ระลึกประจำมณฑลเสฉวน จุดเริ่มต้นของความเผ็ดระดับลิ้นชา

 

 

 

 

 

2. คูสคูส” จานแป้งจากแอฟริกาเหนือที่เกือบมีชื่อในบัญชียูเนสโก

            คูสคูส หรือ couscous เป็นอาหารประจำชาติที่ต้องสงสัยว่า แท้จริงแล้วเป็นของประเทศใดกันนะ โมร็อกโกบอกว่าของบ้านฉัน แถมประเทศย่านนั้นก็บอกแบบเดียวกับคนโมร็อกโกว่าคูสคูสเป็นอาหารของประเทศตัวเอง ทำให้ต้องเดือดร้อนไปถึงนักประวัติศาสตร์ที่มีหลักฐานบอกเล่าเรื่องราวคูสคูส ว่าความจริงแล้วเป็นมรดกวัฒนธรรมด้านอาหารของทวีปแอฟริกาเหนือ เหมารวมทั้งโมร็อกโก แอลจีเรีย ตูนิเซีย ลิเบีย มอริเตเนีย มาลี อียิปต์ ซาฮาร่าตะวันตก เป็นต้น ไม่ใช่แค่ชาติใดชาติหนึ่งอย่างแน่นอน

            จนในปี 2016 ประเทศแอลจีเรียได้เสนอชื่อคูสคูสให้ขึ้นบัญชีมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก เพื่อให้ความสำคัญกับอาหารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และมีอิทธิพลกับผู้คนในวงกว้าง แต่ก็เป็นไปตามคาดกับปัญหาที่หลายประเทศหวงแหนวัฒนธรรมการกินคูสคูส แผนขึ้นบัญชีมรดกโลกจึงถูกพับเก็บกลับบ้านไปชั่วคราว และปล่อยให้คูสคูสยังคงเป็นอาหารประจำบ้านที่ทุกคนคุ้นเคย

 

 

 

            คูสคูสคืออะไร

            คูสคูสอาจดูเหมือนข้าวหรือเมล็ดธัญพืชชนิดหนึ่ง แต่ความจริงคือแป้งเซโมลินาในตระกูลพาสต้า มีความสำคัญเหมือนกับทั้งข้าวและก๋วยเตี๋ยว โดยมีวิธีทำคือนำข้าวสาลีหรือธัญพืชอื่นๆ มาบดจนเป็นเม็ดเล็กๆ ที่เพียงแค่เทน้ำร้อน คูสคูสจะดูดน้ำและฟูนิ่ม มีคุณสมบัติทำง่าย ปรุงแล้วสุกเร็ว เก็บรักษาได้ในระยะยาว สะดวกไม่แพ้บะหมี่กึ่ง

สำเร็จรูปทั่วไป คูสคูสสามารถจับคู่ได้กับอาหารทุกชนิด เช่น คูสคูสกับแกง คูสคูสผัดกับเนื้อสัตว์แบบข้าวผัด คูสคูสกับสลัด ไปจนถึงคูสคูสกับเนยและผลไม้ที่อร่อยเข้ากัน สูตรของคูสคูสจะเปลี่ยนไปตามอาหารของแต่ละประเทศ เช่น คูสคูสคู่กับเนื้ออูฐในลิเบีย หรือแม้แต่ในประเทศเดียวกันเองยังปรุงคูสคูสแตกต่างกันไปตามภูมิภาค  ในเวลาเดียวกันเราอาจจะพบการกินคูสคูสในประเทศอื่นด้วย เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย แต่ก็จะมีวิธีปรุงต่างกันตามแต่วัตถุดิบที่ในแต่ละประเทศมี

 

 

 

3. ในดินแดน ปลาดิบ”

            หากถามว่าใครกันที่เริ่มกินปลาสดๆ ก่อนพัฒนากลายเป็นเมนูปลาดิบยอดฮิตทั้งซาชิมิและซูชิในวันนี้ คงจะเป็นคนกลุ่มไหนไปไม่ได้นอกเสียจากชาวประมงที่ออกเรือไปหาวัตถุดิบ เพื่อให้ได้ปลาที่สดใหม่กลับมากิน แลกเปลี่ยน ค้าขายให้แก่กัน โดยสันนิษฐานกันว่า ซาชิมิเป็นที่รู้จักครั้งแรกตั้งแต่สมัยคามาคุระ (ค.ศ. 1185-1333) เริ่มจากในกลุ่มของชาวประมงที่เมื่อได้ปลาขึ้นมาบนเรือก็จะลองกินกันสดๆ ด้วยการนำปลามาแล่เป็นชิ้นบางๆ ก่อนจะเข้าสู่สมัยมุโรมาจิ (ค.ศ. 1336-1573) ที่โลกได้รู้จักกับโชยุ และนำโชยุที่มีราคาแพงในยุคนั้นมาอร่อยคู่กันกับซาชิมิกลายเป็นของเลิศรส ช่วยยกระดับซาชิมิให้กลายเป็นอาหารชั้นสูง ก่อนจะกลายมาเป็นอาหารที่ราคาจับต้องได้ในสมัยปลายเอโดะ (ค.ศ. 1603-1867) เกิดเป็นธุรกิจร้านค้าซาชิมิที่แพร่หลายมากขึ้นในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และนำมาสู่เมนูยอดนิยมในปัจจุบัน

 

 

            กินซาชิมิทั้งทีต้องอร่อยให้ครบ

            นอกจากจะมีโชยุแล้ว ยังต้องมี “ทสึมะ” ได้แก่ วาซาบิ หัวไช้เท้าขูดเส้น ใบชิโสะ และขิงดอง ที่ช่วยทั้งดับกลิ่นคาว เพิ่มความอร่อย เป็นเครื่องเคียงที่มาคู่กัน อีกหนึ่งเมนูปลาดิบที่พูดถึงไม่ได้ คือ เมนูซูชิ ที่นอกจากจะใช้ปลาสดแล้วยังมีข้าวปุ่นเข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญ ซึ่งถ้าย้อนกลับไปในอดีตซูชิดั้งเดิมของญี่ปุ่นจะใช้ปลาหมัก (คล้ายวัฒนธรรมการกินปลาหมักของคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และในประเทศจีน) ก่อนเปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบสดๆ จากทะเลในสมัยเอโดะ

 

 

            “ไม่กลัวของดิบ” หากมองกันดีๆ แล้ว นับเป็นเรื่องน่าทึ่งไม่น้อยที่ญี่ปุ่นสามารถทำให้การกินของดิบดูมีวัฒนธรรมขึ้นอีกขั้น และยังเป็นการกินที่โก้เก๋ ทั่วโลกยอมรับ ไม่มีคำว่าขัดเขิน เริ่มต้นจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นเกาะทำให้จับปลาได้ง่าย สดจริง มีเครื่องเคียงของเมนูปลาดิบเองอย่างโชยุและวาซาบิ ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มรสชาติแล้ว ยังมีคุณสมบัติช่วยต่อต้านเชื้อโรคและแบคทีเรียไปในตัว (อาจเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้คนญี่ปุ่นไม่นำปลาแซลมอนมาทำซาชิมิในยุคสมัยก่อน ด้วยเพราะปลาแซลมอนจะมีช่วงเวลาที่เติบโตในแหล่งน้ำจืดธรรมชาติที่เสี่ยงต่อโรคพยาธิได้ ส่วนแซลมอนยุคหลังมาจากกลยุทธ์การตลาดของประเทศแถบสแกนดิเนเวีย)

            “ยิ่งดิบ ยิ่งสด ยิ่งดี” ไอเดียการเตรียมปลาดิบของคนญี่ปุ่นยังเข้าทางอาหารสุขภาพที่เรียกว่า Raw Food ที่เชื่อว่าอาหารที่ปรุงน้อยที่สุดจะคงคุณค่าทางอาหารได้มากที่สุด ยิ่งไม่ผ่านความร้อนยิ่งดี เพราะความร้อนจะทำให้วิตามินสลายหายไปได้โดยง่าย เป็นแนวคิดที่ไปในทิศทางเดียวกันกับวิถีชีวิตแบบชาวเอสกิโมที่กินของดิบเพื่อให้ได้รับวิตามินและแร่ธาตุเข้าสู่ร่างกาย เพราะต้องอยู่ท่ามกลางอากาศที่ไม่เป็นใจ ไม่สามารถปลูกผักและผลไม้ที่ให้ทั้งแร่ธาตุและวิตามิน

 

 

 

4.แกงกะหรี่อินเดีย สมชื่อขุมทรัพย์แห่งเครื่องเทศ

            ในยุคท่องเรือสำรวจโลกล่าอาณานิคม ประเทศมหาอำนาจทางการเดินเรือต่างมุ่งหน้าไปยังดินแดนเครื่องเทศ เพื่อครอบครองเมล็ดพันธุ์และแหล่งปลูก ทรัพยากรที่สำคัญที่สุด (ไม่ใช่แหล่งพลังงานอย่างในยุคสมัยนี้) อินเดียที่อุดมไปด้วยเครื่องเทศจึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางและเป็นที่มาของผงแกงกะหรี่ สุดยอดเมนูอาหารอินเดียที่ต่อมาเดินทางไปยังทั่วโลก เปรียบเหมือนนักการทูตที่ไปเจริญสัมพันธไมตรีในหลายดินแดน

 

 

         ทำไมถึงชื่อแกงกะหรี่และคำว่า “กะหรี่” มาจากไหนกันแน่

ในภาษาทมิฬของคนอินเดียใต้ kari หรือ karhi แปลว่า ซอส น้ำข้น ที่น่าจะหมายถึงน้ำซอสข้นแกงชนิดนี้ รวมทั้งยังมีอีกเรื่องเล่าน่าสนใจเกี่ยวกับคำเรียกแกงกะหรี่ อย่างในหนังสือ “ตำนานอาหารโลก” (ตอน เหตุที่อินเดียพิชิตอังกฤษ เรื่องเล่าของแกง) ว่าด้วยนายทหารชาวอังกฤษนายหนึ่งในศตวรรษที่ 19 ที่มีชื่อว่าเซอร์จอร์จ เคอร์รี (Sir George Curry) ผู้ทำงานให้กับบริษัทอินเดียตะวันออก ก่อนได้เป็นนายพลในกองทัพอินเดีย ซึ่งกล่าวได้ว่าเขาเป็นชาวอังกฤษคนแรก ที่หลงใหลในอาหารอินเดีย ใส่เครื่องเทศจัดหนัก และพยายามหลายต่อหลายครั้ง

ให้เหล่าพลทหารได้ลิ้มลองอาหารอินเดีย ไม่แน่ใจว่าแท้จริงแล้วความพยายามของเขาสัมฤทธิผลหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ในยามที่เหล่าพลทหารอังกฤษกำลังหิว พวกเขาพบว่ารสชาติเครื่องเทศของอินเดียก็อร่อยไม่เบาเลยทีเดียว และนับได้ว่าเป็นหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้คนอังกฤษเปิดใจให้กับเครื่องเทศอินเดีย ส่วนคำว่า Curry ก็อาจมาจากชื่อเซอร์จอร์จ เคอร์รี ก็เป็นได้

 

 

            กลับมาที่ “แกงกะหรี่อินเดีย” กันสักนิด ที่เชื่อว่าหลายคนเริ่มอยากรู้ว่ารสชาติและสูตรการปรุงเป็นอย่างไร ถ้าหากคุณลงมือเข้าครัวทำเองจะเริ่มต้นที่หัวหอม กระเทียม และขิง อันเป็นพื้นฐานของแกงกะหรี่เกือบทุกชนิด นำมาผัด ตามด้วยเครื่องเทศที่ใส่ได้ตามใจชอบ จากนั้นก็ถึงเวลาทำแกงกะหรี่ให้เข้มข้นมากขึ้นด้วยโยเกิร์ต กะทิ น้ำสต๊อก น้ำเปล่า หรือ มะเขือเทศก็ยังได้ เพื่อเพิ่มความอร่อยให้กับเมนู นอกจากนี้นิตยสารแม่บ้าน ฉบับที่ 547 ธันวาคม 2557 (cooking.kapook.com) ยังได้อธิบายเกี่ยวกับแกงกะหรี่อินเดียไว้ว่า “แกงกะหรี่แบบอินเดีย คือการนำเนื้อไก่ไปหมักกับนมเปรี้ยว จากนั้นนำหอมหัวใหญ่ผัดกับน้ำมันแล้วจึงผัดเครื่องแกงลงไป ซึ่งเครื่องแกงกะหรี่ทำเองด้วยการผสมลูกผักชีบด ยี่หร่าบด พริกป่นอินเดีย พริกไทยป่น ขมิ้น ลูกกระวานเทศบด กานพลูบด และอบเชย นิยมโรยหน้าด้วยใบสำมาหลุย ถ้าเป็นกะหรี่ไก่เพิ่มลูกซัด แกงกะหรี่ปูเพิ่มโป๊ยกั๊ก” นับเป็นอาหารที่มีรายละเอียดน่าสนใจ และทำให้เห็นทั้งเอกลักษณ์และมิติของแกงกะหรี่อินเดีย

            โดยนอกจากแกงกะหรี่อินเดียแล้ว เรายังพบว่ามีเมนูแกงกะหรี่ในหลายชาติ หนึ่งในนั้นคือ แกงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่นที่คนไทยคุ้นเคยกันอย่างดี โดยนิตยสารแม่บ้านฉบับเดียวกันยังมีข้อความตอนหนึ่งบอกว่า “แกงกะหรี่แบบญี่ปุ่น คือ แกงกะหรี่ชาวญี่ปุ่นมักนิยมซื้อก้อนกะหรี่สำเร็จรูปมาปรุงอาหารมากกว่าทำเอง ซึ่งส่วนผสมง่ายๆ ที่สามารถปรุงเองได้ คือ การนำผงกะหรี่ผสมกับหัวหอมใหญ่ แครอท มันฝรั่ง ถั่ว ในบางครั้งก็ผสมขึ้นฉ่ายด้วย และใส่เนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกแล้วลงในหม้อใบใหญ่รวมกัน จากนั้นจึงขูดแอปเปิลหรือใส่น้ำผึ้ง และผักอื่นๆ ลงไป เพื่อช่วยเพิ่มความหวาน หรืออาจจะนำเครื่องเทศอื่นๆ ที่มีอยู่ตามท้องถิ่นผสมกับผงกะหรี่ก็ได้เช่นกัน”

            หากเป็นแกงกะหรี่ไทย รสชาติจะจัดจ้าน โดยบ้านเรานิยมนำผงกะหรี่มาปรุงอาหาร ได้แก่ ข้าวหมกไก่ กะหรี่ปั๊บไส้ไก่ ปูผัดผงกะหรี่ และแกงมัสมั่น หากเป็นแกงกะหรี่ฝรั่งเศส (ยุโรป) จะเน้นผสมเครื่องแกงในท้องถิ่นเพิ่ม (vadouvan) ส่วนแกงกะหรี่จีนจะเพิ่มความเข้มข้นด้วยซอสถั่วเหลือง ซอสร้อน และน้ำมันพริก

 

ข้อมูลอ้างอิง

หม่าล่า” เผ็ดชาสไตล์จีนบนมื้ออาหารคนไทย https://themomentum.co/mala-chinese-spices 

สารพัดประโยชน์ พริกหมาล่า" กินแก้หวัด บำรุงหัวใจ https://www.thairath.co.th/lifestyle/woman/health/1587151 

หมาล่า รสชาตินี้คืออะไรกัน?! https://th.openrice.com/th/bangkok/article/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2-%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99-a5687 

https://themomentum.co/mala-chinese-spices

กบนอกกะลา : หมาล่า เผ็ดซ่า ชาลิ้น (1) | FULL (23 ส.ค.61) https://www.youtube.com/watch?v=xF6mZBLyo_0 

ความเผ็ช! สไตล์เสฉวนกับเมนูเด็ดที่คนไทยชอบ  https://th.openrice.com/th/bangkok/article/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B9%87%E0%B8%8A-%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%89%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%9A-a6873 

 

couscous มันคืออะไรนะ ทำไมคนโมรอคโคเค้าชอบกินกัน จะถูกปากคนไทยรึป่าว ลองมาดูรีวิวน่ารักๆ นี้ค่ะ cr.MJ  https://web.facebook.com/829895177165986/posts/830331563789014/?_rdc=1&_rdr 

The Moroccan Couscous Histfory and How to Make : https://friendlymorocco.com/food/moroccan-couscous-history-make

สุดทึ่ง!! จานเด็ด “คูสคูส" อาหารรวมชนชาติแอฟริกันสู่บัญชีมรดกโลก!? (คลิป)

https://www.tnews.co.th/foreign/416045/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87-!!-%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%94-%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B8%AA%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B8%AA-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81-!-%28%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B%29

Couscous  https://www.britannica.com/topic/couscous 

Couscous Encyclopedia of Food and Culture : encyclopedia.com  

 

รู้จักปลาดิบ (ซาชิมิ) ของอร่อยสัญชาติญี่ปุ่น : dcleanfood.com

Why Japanese People Love to Eat Raw Food : https://guidable.co/food/3-reasons-why-japanese-people-love-to-eat-raw-foods 

ทำไมคนญี่ปุ่นชอบกินปลาดิบ  http://www.bangkokstudy.net/ar-harn-yee-pun/tam-mai-kon-yee-pun-chop-gin-plaa-dip.html 

เอ๊ะ! ทำไมร้านซูชิดีๆ ในญี่ปุ่นถึงไม่เสิร์ฟแซลมอนดิบกันนะ  https://thestandard.co/does-authentic-japanese-sashimi-include-raw-salmon 

ทำไมปลาดิบต้องรองด้วยหัวไเท้าฝอย เคล็ดลับดีๆ จากเชฟญี่ปุ่น  https://food.mthai.com/food-recommend/136642.html 

“ซูชิ” วัฒนธรรมการกินแดนปลาดิบ  https://mgronline.com/travel/detail/9540000064418 

ญี่ปุ่นแดนปลาดิบ ทำไมคนญี่ปุ่นกินปลาดิบ  https://mgronline.com/japan/detail/9590000072721 

ย้อนอดีต “ซูชิ” อาหารที่มีรากฐานจากสามัญชน  https://thematter.co/thinkers/sushi-history/47834

 

ตำนานอาหารโลก โดย Albert Jack ผู้แปล พลอยแสง เอกญาติ ตอน เหตุที่อินเดียพิชิตอังกฤษ เรื่องเล่าของแกง

ตำนานความต่าง “แกงกะหรี่” ในแต่ละประเทศ  https://th.openrice.com/th/bangkok/article/%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87-%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8-a5293 

ความแตกต่างของแกงกะหรี่นานาชาติ : https://www.facebook.com/aoringocurry/posts/1610102972340099/ 

The Word Curry Came From a Colonial Misunderstanding : https://www.theatlantic.com/health/archive/2019/04/why-we-call-indian-dishes-curry-colonial-history/586828

วิธีการ ทำแกงกะหรี่อินเดีย  https://th.wikihow.com/%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2