Muse Mag Online Vol. 21 : ลูกทุ่ง 2019


Muse Forward : หลากหลายความบันเทิงบนแก่นของภูมิปัญญาท้องถิ่นนิยม

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-7 รูป จากทั้งหมด 7 รูป

หลากหลายความบันเทิงบนแก่นของภูมิปัญญาท้องถิ่นนิยม

 

            หัวใจของการสืบสานความบันเทิงและศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านจากอดีตอยู่ที่การถอดรหัสแก่นสารความบันเทิงนั้นๆ แล้วมาเชื่อมโยงไปกับการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ และนี่คือตัวอย่างเรื่องราวความบันเทิงมากมายที่อยู่ภายใต้กรอบของความเป็นท้องถิ่นนิยมที่สร้างความประทับใจให้คนในทุกเจเนอเรชันได้เล็งเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาพื้นบ้านอันน่าอนุรักษ์

 

 

Program : Rupaul’s Drag Raceกับการต่อยอดวัฒนธรรมเพลงอเมริกันคันทรีป๊อปในเรียลิตี้ที่เผ็ดที่สุด

            ปีนี้ Rupaul’s Drag Race รายการเรียลิตี้สุดเวอร์วังอลังการที่เฟ้นหาซูเปอร์สตาร์สายแดร็กควีนคนต่อไปของอเมริกาดำเนินมาถึงซีซัน11ด้วยกระแสร้อนแรงของรายการทำให้เมืองไทยไม่พลาดที่จะนำลิขสิทธิ์มาผลิตในชื่อDrag Race Thailand ซึ่งเพิ่งจบซีซัน2ไปหมาดๆ 

 

            คำว่า “แดร็ก” DRAG ย่อมาจากคำว่า “Dressed Resembling A Girl” หมายถึงเหล่าชายที่งัดพรสวรรค์ในการแต่งและแอคติ้งแบบผู้หญิงได้เกินเบอร์ หากมองข้ามเพศสภาพ เมคอัพฉ่ำวาว คอสตูมกรุยกราย และลีลาการเต้นอันเซ็กซี่ แดร็กควีนก็คืออาร์ทิสต์คนหนึ่งผู้สร้างศิลปะการแสดงเพื่อความบันเทิงในรูปแบบสุดครีเอทีฟ แต่ละซีซันจะมีผู้แข่งขันผ่านการออดิชันจากทั่วประเทศรวม 13-14 คนมาแข่งกันตามกติกาในแต่ละEPที่ประกอบด้วยมินิชาเลนจ์ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการแข่งกรุบกริบ อย่างการกรูมมิ่งแปลงโฉมตามธีมในเวลาจำกัด แข่งเต้น แข่งกันเหน็บผู้แข่งขันคนอื่นๆ แบบมีมุกตลก ตามด้วยการแข่งแม็กซี่ชาเลนจ์ที่มักจะแข่งกันเป็นกลุ่มหรือจับคู่ ทั้งถ่ายทำโฆษณา การเลียนแบบซุปตาร์ เล่นมิวสิคัล ฟอร์มทีมโชว์มายากล ฯลฯ และทุกวีคจะปิดด้วยการเดินรันเวย์สุดปัง ซึ่งแต่ละนางต้องประโคมเสื้อผ้าหน้าผมพร็อปมาประชันสุดฤทธิ์

 

 

            การที่เรียลิตี้สักรายการจะยืนยงมาถึง 11 ซีซัน ชนิดที่เรตติ้งยังแรงดีไม่มีตก อีกทั้งขยายไปสู่ซีซันพิเศษอย่าง All Starsอีก 4 ซีซัน โดยเป็นการรวมเหล่าแดร็กควีนตัวท็อปจากซีซันก่อนๆ มาแข่งกันใหม่ด้วยกติกาที่เข้มข้นกว่าเดิม ต้องยกความดีงามให้ Rupaulแดร็กควีนตัวแม่ผู้ทำหน้าที่เป็นทั้งพิธีกรและผู้ผลิตรายการ รวมไปถึงทีมเบื้องหลังที่สรรหากิมมิกสนุกๆ และชาเลนจ์สุดแซบให้สาวๆ ผู้เข้าประกวดได้ประชันกันในแต่ละ EPแต่ในทางทฤษฎี...เบื้องหลังความฮิตของรายการน่าจะอยู่ที่กลไกการวาง “Storytelling”ในทุกรายละเอียด

 

            ปัจจุบันตลาดเพลงคันทรีในอเมริกามีขนาดใหญ่เป็นอันดับ4รองจากตลาดเพลงฮิปฮอป, ป๊อปร็อก, ลาติน ในซีซัน 10 และ 11 เองก็ได้มีการนำเรื่องราวของเพลงคันทรีมาใส่ไว้ในชาเลนจ์และบนรันเวย์ สิ่งที่ผู้ชมจะได้เห็นคือการตีความคัลเจอร์คันทรีในบริบทเก๋ไก๋ โดยการแข่งขันซีซัน10(EP5)ต้องเดินรันเวย์ชุดธีมDenim and Diamonds ในตอนนี้มีการเชิญซูเปอร์สตาร์แห่งวงการเพลงคันทรีป๊อป “ชาเนีย ทเวน” นั่งแท่นเป็นหนึ่งในกรรมการ ชุดบนรันเวย์ที่เริดไม่พูดถึงไม่ได้คือชุดของAsia O’haraจากเท็กซัสผู้มีพรสวรรค์ในการถีบจักร พ่วงด้วยเซนส์ในด้านแฟชั่นแบบไม่มีใครเหมือน เธอสร้างสรรค์บอดี้สูทเสริมบ่าที่มีชายกรุยกรายตัดด้วยผ้าเดนิมฟอกประดับพู่เดนิมและเพชรระยิบระยับ ดูสวย เซอร์ หรู ร็อก อีกชุดเป็นของ The Vixen แดร็กควีนนักรณรงค์จากชิคาโกที่ตัดชุดเดรสยีนรัดรูปคอปกใหญ่ โชว์หุ่นสุดฟิต โดดเด่นที่โครงเสื้อตัดต่อผ้าประดับเพชรและชายกระโปรงระบายทรงหางปลา สองชุดนี้ดูอย่างไรก็ไปเดินแฟชั่นวีกได้สบายๆ ในตอนท้ายของ EP นี้ยังมีการใช้เพลง “Man!I Feel Like a Woman!” ของชาเนีย ทเวน มาเป็นเพลงชี้ชะตาในช่วง “ลิปซิงก์ ฟอร์ ยัวร์ ไลฟ์” ซึ่งสองคนที่ได้คะแนนน้อยที่สุดประจำสัปดาห์จะต้องแข่งกันลิปซิงก์ว่าใครจะได้ไปต่อหรือใครที่ต้องแพ็กกระเป๋ากลับบ้าน

 

 

            ในซีซัน 11 (EP7) ซึ่งต้องเดินรันเวย์ในธีม Farm to Runway สาวๆ ผู้เข้าประกวดต้องนำวัตถุดิบเรือกสวนไร่นามาตัดเย็บชุดสุดอลังการ คนที่ถ่ายทอดแฟชั่นบ้านนาออกมาได้โอต์กูร์ตูร์ที่สุดเห็นจะเป็นBrooklyn Hytes เธอคนนี้มีดีกรีเป็นนักบัลเลต์อาชีพมาก่อน ในธีมนี้เธอนำผ้าเดนิมมาจับเดรปเป็นชุดเดรสโอเวอร์ไซส์เปิดไหล่ตกแต่งเลมอนจี๊ดจ๊าด พร้อมต่างหู รองเท้าและคลัตช์เดนิมแมตช์เข้าลุคสุดๆ แต่สุดท้ายมงลงที่ Plastique Tiara แดร็กควีนเอเชียที่หยิบเอาดอกไม้แห้งและขนไก่มาประดับไปบนโครงชุดบัลเลต์พร้อมกับเครื่องหัวสวยปัง ให้อิมเมจเหมือนสวอนเลคฉบับสาวบ้านไร่

 

            ในโปรดักชั่นของไทย Drag Race Thailandซีซัน2 EP 9 อุทิศให้กับธีมลูกทุ่งด้วยการให้สาวๆ ผู้แข่งขันแสดงมิวสิคัลธีมเพลงของฮาย-อาภาภรณ์ นครสวรรค์ และเดินรันเวย์ในธีมที่ได้แรงบันดาลใจจากราชินีเพลงลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ เรียกว่าจัดเต็มไม่น้อยไปกว่าโปรดักชั่นออริจินัลของอเมริกา สำหรับใครที่ยังไม่เคยชมรายการนี้ สามารถดูฟรีทาง tv.line.meแนะนำว่าอาจเริ่มดูจากซีซัน 5 ก่อนก็ได้ แฟนๆ รายการตัวจริงต่างก็ชื่นชมเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือซีซันที่ดีที่สุด!

 

 

Movie :  Little Forest 2018 / ขอเพียงที่ชาร์จใจ

            ภาพยนตร์เกาหลีที่รีเมกจากเวอร์ชันญี่ปุ่นที่สร้างเอาไว้2 ภาคและเคยฉายในปี 2014 และ 2015 โดยเวอร์ชันเกาหลีจะเล่าให้กระชับเหลือเพียง1ภาคถ้วน แต่ก็ได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวกไม่แพ้ฉบับออริจินัลเช่นกัน หนังเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องราวที่โดนใจชีวิตหนุ่มสาวในเมืองหลวงยุคนี้ไม่มากก็น้อย เมื่อสามเพื่อนรักในวัยเด็ก คิมแทรี รยูจุนยอล และจินกีจูหลบหนีจากชีวิตวุ่นวายในเมืองใหญ่ หวนกลับคืนสู่การใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในบ้านเกิด ท่ามกลางธรรมชาติในหมู่บ้านกลางป่าเล็กๆ หนังเรื่องนี้เหมาะที่จะหยิบมาดูตอนใจมันเพลียหรือคิดไม่ตกกับชีวิต ให้ความสวยงามของธรรมชาติในชนบท สายลม แสงแดด ไอดิน กลิ่นป่า และเนื้อหาที่สวยงามในเรื่องช่วยรีเฟรชใจเราให้คลีน เพียงแค่ได้ลองอยู่แบบเนิบช้า เก็บเกี่ยววัตถุดิบตามธรรมชาติ ดำรงชีวิตและปรุงแต่งด้วยมิตรภาพอันอบอุ่น แล้วจะพบว่าความสุขสงบไม่ได้อยู่เกินเอื้อม แต่อยู่กลางใจเรานี่เอง

 

 

FB Page : Localism Thailand / เที่ยววิถีไทยด้วยหัวใจรักษ์ชุมชน

            ในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยววิถีชุมชนกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะการเที่ยวแบบนี้ไม่ได้แวะแค่ที่เที่ยว ที่กิน กิจกรรมตามแลนด์มาร์ก ใครกำลังสนใจแพ็กกระเป๋าไปเที่ยวแนวนี้ อยากได้ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการจัดทริป ต้องลองคลิกเข้ามาเป็นแฟนเพจของเฟซบุ๊ก @localismthailandกันดู

 

            Localism Thailand ก่อตั้งขึ้นโดยสองพาร์ทเนอร์ผู้มีความรู้จริงและเชี่ยวชาญงานในสายท่องเที่ยวชุมชนที่จะพาเราเข้าไปสัมผัสถึงวิถีชีวิตและความเป็นพื้นถิ่นแท้ๆ ทั่วไทย นอกเหนือไปจากภาพความเป็นธรรมชาติดิบๆ เรียลๆ และวิถีชีวิตที่เราจะไม่เคยได้เห็นจากในรูปถ่ายหน้าฟีดบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวไหนๆ มาก่อน เรื่องเล่าในแต่ละทริปยังสอดแทรกไปด้วยความรู้ผสมผสานประสบการณ์ผ่านงานวิจัยการท่องเที่ยวชุมชนที่แอดมินได้ลงพื้นที่จัดทำขึ้นเอง นำมาย่อยให้เข้าใจได้ง่ายๆ ในฉบับภาษาโซเชียล เพื่อให้เราได้สัมผัสกับอัตลักษณ์ของชุมชนแบบลงลึกเปิดตาเปิดใจแบบสุดๆ ด้วยความตั้งใจมุ่งมั่นของที่อยากให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรการท่องเที่ยวในท้องถิ่นอย่างรู้คุณค่า

 

 

Music : Pu Yai Lee 1967 / เพลงผู้ใหญ่ลีฉบับโคเวอร์

            ไม่ต้องเกิดทัน พ.ศ.2504 ก็เชื่อว่าทุกคนคงคุ้นหูเพลงผู้ใหญ่ลีบทเพลงลูกทุ่งเสียดสีสังคม ซึ่งฉบับออริจินัลที่ขับร้องโดยศักดิ์ศรี ศรีอักษร โด่งดังมากในปี พ.ศ.2504และยังคงเป็นที่จดจำถึงทุกวันนี้

 

            แต่ยังมีเพลงผู้ใหญ่ลีอันซีนเวอร์ชันที่โคเวอร์ขึ้นใหม่ เวอร์ชันนี้ทำขึ้นในปี พ.ศ. 2510ขับร้องโดยสาวอเมริกัน “หลุยส์ เคเนดี้” บุตรสาวของที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของสหประชาชาติที่มาประจำในประเทศไทยในยุคนั้น ความที่ชื่นชอบบทเพลงนี้มากเป็นพิเศษทำให้เธอร้องเพลงนี้บันทึกลงแผ่นซิงเกิลสปีด 45ได้นำไปร้องโชว์สดในรายการทีวีช่อง4บางขุนพรหม ภายหลังเพลงนี้ได้ถูกรวบรวมไว้ในอัลบั้ม Thai Beat A Go-Go ในปี พ.ศ. 2547 นับเป็นการปัดฝุ่นเพลงลูกทุ่งให้กลายเป็นเพลงเต้นรำสุดป๊อปเลยทีเดียว