Muse Mag Online Vol. 20 : บันเทิงไทย ใส่ใจในความเชื่อ


Muse Story : ป๋อง-กพล ทองพลับ ICON รายการผี ยืนหนึ่งของไทย

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-8 รูป จากทั้งหมด 8 รูป

"ป๋อง - กพล ทองพลับ" ICON รายการผี ยืนหนึ่งของไทย

 

 

คุยเรื่องตำนานความหวีดสยองกับไอคอนรายการผียืนหนึ่งของไทย ป๋อง กพล ทองพลับ

            การ์ตูนผีเล่มละบาท ละครวิทยุผี หนังผีที่ฝังความกลัวไว้อย่างตราตรึง บ้านไม้เก่าใต้ถุนสูงที่เคยนอนตอนเด็ก ทั้งหมดคือวัตถุดิบชั้นดีที่ทำให้เรามีดีเจรายการผียืนหนึ่งของไทย ผู้อยู่คู่หน้าปัดวิทยุไทยมานานจนเกือบสามสิบปี (แม้ยุคนี้คงต้องฟังจากยูทูบแล้วสินะ) ในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทุกครัวเรือนมีไฟนีออนสว่างจนเราไม่ต้องกลัวความมืด ในยุคที่โลกโซเชียลทำให้เราฟังเรื่องผีได้อย่างไม่ต้องรอฟังตามนัดเที่ยงคืนถึงตีสาม (และนอนคลุมโปงพร้อมวิทยุเครื่องโปรด) แต่ป๋อง กพล ทองพลับ ก็ยังคงยืนยันเสมอว่า ความกลัวและความเชื่อไม่เคยหายไปจากสังคมไทย ตราบใดที่โลกนี้ยังมีการเกิด แก่ เจ็บ ตาย และความกลัวจากเรื่องเล่าก็มาพร้อมกับจินตนาการที่พาเราเดินทางไปอีกได้ไกลแสนไกล

 

จุดเริ่มต้นบนหน้าปัดวิทยุ

            “จุดเริ่มต้นของชีวิตนักจัดการรายการวิทยุ ย้อนไปเกือบ 30 กว่าปีได้  ผมอยากเป็นนักจัดรายการวิทยุตั้งแต่เด็ก แต่ผมเป็นเด็กไม่ค่อยอ่านหนังสือ เรียนไม่เก่ง สิ่งที่ผูกพันกับเราคือวิทยุตั้งโต๊ะ รู้สึกว่าเสียงที่ออกมามันคือความสุข และยุคนั้นเป็นยุคที่ยังไม่เห็นหน้านักจัดรายการวิทยุ เป็นยุคที่ได้ยินแต่เสียง รู้สึกว่าถ้าได้ทำอาชีพนี้คงดี ได้พูดได้คุย ได้เปิดเพลง” ป๋อง กพล ทองพลับ เริ่มต้นเปิดบทสนทนาในร้านเดอะช็อคของเขา ในช่วงค่ำที่เป็นวันว่างของเขา เขาเล่าว่าตัวเองเป็นเด็กเรียนไม่เก่ง เอนทรานซ์ไม่ติด แต่ก็พยายามหาข้อมูล ถามอาจารย์ว่าจะทำอย่างไรให้ไปถึงตรงเป้าหมายนั้นได้ เขาจึงพาตัวเองไปเป็นสมาชิกชมรมนักจัดรายการวิทยุโทรทัศน์ และชมรมส่งสมาชิกไปสอบจนได้สิ่งการันตีอาชีพในขณะนั้น “ตอนนั้นผมยังไม่จบปริญญาตรีเลย แต่ก็ไปแล้วสอบได้ เหมือนกับเราได้ใบขับขี่ มีอาชีพหนึ่งอาชีพ คือเป็นผู้ประกาศ นักจัดรายการวิทยุ”

 

 

            จากนั้นเขาเริ่มทำตามความฝันด้วยการไปจัดรายการเป็นครีเอทีฟตามรายการวิทยุที่ชื่นชอบ จนถึงวันหนึ่งที่รุ่นพี่ที่รักเคารพ ดีเจอ๊อด-จักรกฤษณ์ ศิลปชัย ได้มาเป็นผู้จัดการคลื่นอยู่คลื่นสไมล์เรดิโอ (Smile Radio) เขาได้ตามมาเป็นดีเจที่นี่ ตามกฎกติกาดีเจแต่ละคนมีเวลาในการจัดรายการ 2-3 ชั่วโมง ป๋อง กพลถูกจัดให้ไปอยู่ในช่วงกลางคืนเที่ยงคืนถึงตีสาม เขาพยายามทำการบ้านว่าในช่วงเวลานั้นจะทำอะไรได้บ้าง ซึ่งเมื่อ 30 ปีที่แล้วเป็นยุคที่ดีเจแต่ละคนมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง บางช่วงทำเรื่องออกกำลังกาย บางช่วงทำเรื่องท่องเที่ยว บางช่วงทำเรื่องอาหารการกิน แต่พอมาถึงช่วงดึก เขาหันกลับมามองว่าอะไรกันแน่ที่เหมาะกับเขา “ชีวิตนี้ผมถนัดสองอย่างคือเรื่องผีกับเรื่องฟุตบอล พอมาจัดรายการช่วงเที่ยงคืนก็พยายามเช็กว่าเรื่องอะไรที่ในเวลายังขาด ก็เลยทำเรื่องผีนี่แหละ เริ่มต้นในปี 2535”  

 

            “ผมเป็นคนชอบฟังเรื่องผีตั้งแต่เด็กแล้ว ชอบดูละครผี ดูหนังผี แต่ผมไม่ใช่คนแรกนะครับที่เป็นต้นตำรับของการจัดรายการผี อย่างดีเจอ๊อด-จักรกฤษณ์ ศิลปชัย ที่เป็นอาจารย์เราก็เคยทำรายการผีมาก่อน ‘รายการดึกๆหมึกสีม่วง’ที่อ๊อดจัด ก็เคยสอดแทรกการเล่าเรื่องผีจากทางบ้านเป็นระยะ หรือรายการ ‘ลูกโป่งเพลงไทย’ในอดีตก็เคยมีการเล่าเรื่องผีบ้าง แต่ส่วนมากยุคนั้นทำเป็นน้ำจิ้ม ยังไม่มีใครจัดรายการเต็มรูปแบบ รายการผีจึงเหมือนหายไปจากหน้าปัดวิทยุ และรายการเดอะช็อค (The Shock) รายการวิทยุในรูปแบบเล่าเรื่องราวเร้นลับ โดยให้ผู้ฟังทางบ้านมาเล่าถึงประสบการณ์หน้าไมค์ก็เริ่มต้นตั้งแต่ตอนนั้น”

 

ปรากฏการณ์หลอนก่อนนอนคืนนี้

            “รูปแบบรายการของเรามีคนฟังโทรมาเล่าบ้าง เปิดเพลงผีบ้าง แต่ที่พีคที่สุดที่คนพูดถึงคือกิจกรรมของรายการเดอะช็อค ถ้าเป็นช่วงMeet and Greet มักจะเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นตอนกลางวัน แต่นี่เรากำลังจะชวนคนที่กำลังจะล้มตัวลงนอนลุกขึ้นมาแล้วก็ไปลุยบ้านผีด้วยกัน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องใหม่ในยุคนั้น ไม่เคยมีใครทำ”

 

            สมัยก่อนถ้าพูดถึงป่าช้าวัดดอน แม่นากพระโขนง วัดมหาบุศย์ หรือสถานที่ใดก็ตามที่น่ากลัว ป๋อง กพลเล่าว่าเขาจะไม่กล้าไปเลย เพราะเป็นคนขี้กลัวผีมาก แต่เพราะความกลัวนี่ละเป็นไอเดียและส่งผลให้เขาต้องส่งทีมงานไป แล้วกลับมาเล่าให้ฟังในห้องส่งว่าป่าช้าวัดดอนน่ากลัวอย่างไร วัดมหาบุศย์เป็นอย่างไร บ้านร้างตรงซอยเสนาฯ เป็นอย่างไร เพราะไปกันเองเกรงว่าเดี๋ยวคนจะไม่เชื่อ ถ้าอย่างนั้นก็ชวนแฟนรายการไปด้วย ปรากฏการณ์นี้ได้รับความนิยม จนถึงขนาดที่คืนหนึ่งมีคนโทรศัพท์เข้ามาสมัครเป็นร้อยสาย แต่มีผู้โชคดีไปได้แค่ 4 คน เพราะว่ารถตู้คันหนึ่งก็จุคนได้ไม่เยอะมาก ปรากฏการณ์เดอะช็อคจึงเริ่มจากตรงนั้น

 

ความสนุกของรายการผี

            “ความสนุกของมันคือการได้จินตนาการครับ” เขาเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ “สนุกที่ได้เล่นความรู้สึกกับการมโน แต่นอกเหนือไปจากนั้นผมยังจำวันแรกที่ส่งproposal ให้กับพี่อ๊อด เขาถามดีเจทุกคนว่าใครอยากทำอะไรบ้าง พอเราอยากทำรายการผี พี่เขาก็ให้เราเขียนถึงจุดประสงค์ของรายการ 4-5 ข้อ จำได้ว่าหนึ่งในนั้นเขียนไว้ว่าฟังเพื่อความสนุก ความบันเทิง และข้อสองที่จำขึ้นใจคือ เราอยากให้เรื่องราวในรายการผีเป็นตัวเบรกของการยั้งคิดการทำสิ่งที่ไม่ดี การจะทำร้ายคนอื่น เป็นจุดยับยั้งชั่งใจการทำบาปกรรม ถ้าวันหนึ่งเราไปฆ่าเขา เขาอาจจะกลับเป็นผีมาหลอกเรา หรือกฎแห่งกรรม เป็นการสร้างเกราะป้องกันเรื่องบาปบุญคุณโทษ นอกจากจะฟังแล้วตื่นเต้น ฮือฮา ขนลุก ผมก็หวังว่ารายการที่ผมทำได้ให้แง่คิดในแบบของมันอยู่ อยู่ที่เราจะหยิบมาใช้กับตัวเองมากน้อยแค่ไหน”

 

วิวัฒนาการความกลัว

            “ความกลัวในยุคอดีตมีตั้งแต่ละครผี  กระสือ แม่นากพระโขนง ห้องหุ่น ตุ๊กตาผี อย่างผีหัวขาดยุคสมัยที่พ่อสมบัติ เมทะนี พี่เอก-สรพงษ์ ชาตรี การ์ตูนผีแต่ก่อนเล่มละ 1 บาท 3 บาท 5 บาท ลายเส้นแบบไทยๆ คลาสสิกตอนนี้ก็ยังมีขายในร้านสะดวกซื้อแต่ราคา 35บาทไปแล้ว ละครผีสมัยก่อนอย่างขบวนการลูกนกฮูกที่ออกอากาศทางช่อง AMเป็นความสุขที่เราฟังตอนเด็ก ความกลัวจากรายการวิทยุเป็นเรื่องของจินตนาการ เรื่องของการมโน คิดตามไปกับเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น ยุคนั้นไม่มีอินเทอร์เน็ต ยังไม่มีโซเชียล จึงเป็นยุคที่สนุกมาก เพราะวิทยุเครื่องหนึ่งพาเราสร้างความคิดสร้างจินตนาการได้ไกลมหาศาล”

 

            สมัยก่อนไม่มีโซเชียล ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีเฟซบุ๊ก ไม่มียูทูบ ป๋อง กพลเล่าว่าเสน่ห์ของยุคสมัยนั้นคือการรอคอย คนต้องรอฟังรายการ ณ เวลานั้น ซึ่งก็คือตอนเที่ยงคืน ถ้าคุณไม่รอ มันผ่านไปแล้วคุณจะไม่มีโอกาสได้ย้อนกลับไปฟังอีกเลย “มันเป็นยุคที่เราต้องเอาเทปเสียบใส่วิทยุแล้วก็อัด ถ้าวันนั้นตัวเองไม่ได้ฟัง ก็ต้องให้เพื่อนหรือพี่ๆ น้องๆ ช่วยอัดให้ฟัง เราจึงได้ฟังในวันรุ่งขึ้น” แต่ตอนนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไป การติดตามรับฟังมีทุกช่องทางเลย คนฟังไม่ต้องรอเวลาให้ถึงเที่ยงคืนแล้ว เขาไม่ต้องฟังสดก็ได้ เพราะสามารถฟังย้อนหลังได้ หรือแม้แต่หลับไปแล้วตื่นขึ้นมาฟังก็ยังได้ นี่คือสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม รวมถึงบรรยากาศความน่ากลัวของสถานที่ที่ทุกวันนี้ทันสมัยมากขึ้นจากบ้านร้าง โรงเรียนร้างกลายเป็นคอนโดมิเนียม ฉะนั้นวิวัฒนาการทั้งสถานที่ เรื่องเล่า การฟังทุกอย่างมันแตกต่างไปจากเดิม

 

 

เมื่อโลกทันสมัยทำให้คนห่างไกลความกลัวมากขึ้น…จริงไหม

            “บรรยากาศไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่ก่อนนี้ไฟทางก็น้อย แสงก็ริบหรี่ สมัยนี้ไฟถนนหนทางสว่างไปหมด ความขลังความน่ากลัวมันเริ่มหายไปแล้ว เอาง่ายๆ อย่างแถวนนทบุรี มีวัดเก่าวัดโบราณเป็นร้อย เข้าไปแล้วเหมือนหลงไปอีกเมือง ชวนขนลุก แต่ล่าสุดที่ไปนนทบุรี สวนทุเรียนหายไปแล้ว กลายเป็นหมู่บ้าน กลายเป็นความเจริญที่เข้ามา ฉะนั้นความกลัวจากที่เกิดจากความคิดและจินตนาการเราก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป” ล่าสุดเขายกตัวอย่างจากคนใกล้ตัวสังเกตเห็นว่าพี่ป้าน้าอามักจะพยายามสอนเด็กรุ่นใหม่ว่า ผีไม่มีอยู่จริง “ผมเคยเจอรายการเป็นเด็กตัวเล็กมากับคุณแม่ เด็กน้อยขอถ่ายรูป คุณแม่เด็กก็ถามผมว่า ผีมีจริงไหม ผมตอบว่า มี และคุณแม่บอกว่า พี่ป๋อง ! ตอบแบบนั้นไม่ได้ ผมก็เข้าใจนะ เพราะเธอไม่อยากให้ลูกงมงาย และผมอาจจะไปสร้างข้อมูลอย่างมีเหตุผลเพียงพอ (หัวเราะ)

 

            “แต่ในขณะเดียวกัน เคยมีคนถามผมว่า ‘พี่ เมื่อไหร่เรื่องผีมันจะหมดไป’ผมตอบเขาว่า เรื่องผีไม่มีวันหมดหรอก ถ้าอยากให้เรื่องผีหมดต้องไม่มีใครตาย ตราบใดที่คนเราเกิด แก่ เจ็บ ตาย เราหนีวัฏจักรไม่พ้น เมื่อมีคนตายก็ต้องมีการพูดถึงเรื่องของโลกหลังความตาย เรื่องของวิญญาณ สิ่งที่เรามองไม่เห็น ผมเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนโหยหาคนที่จากไป ไม่รู้ว่าคนที่จากไปเขาจะมีสุขมีทุกข์อย่างไร แต่เราก็อยากรู้ว่าตอนนี้พ่อแม่พี่น้องเราเป็นอย่างไร เราก็จะถวิลหาด้วยการไปพึ่งไสยศาสตร์ ไปหาร่างทรง ทำบุญ จุดธูป กรวดน้ำ ทั้งหมดเกิดขึ้นจากคนเป็นที่โหยหาคนตาย นี่คือสิ่งที่ผมเห็นและเรียนรู้มาตลอดเกือบสามสิบปีที่ทำรายการ ไม่ว่ายุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ความเชื่อตรงนี้ยังคงอยู่”

 

 

จากหน้าปัดวิทยุสู่ความกลัวหลากรูปแบบ

            ทุกวันนี้แพลตฟอร์มวิทยุยังคงอยู่เหมือนเดิม ถ้าเปรียบเดอะช็อคเป็นต้นไม้หนึ่งต้น ลำต้นหรือแกนของมันยังเป็นเรื่องเล่า มีคนโทรศัพท์เข้ามาเล่าประสบการณ์ แต่กิ่งก้านที่แตกแยกออกไปคือการต่อยอด คือกิจกรรม อีเวนต์ รายการโทรทัศน์ ละครเวที หนังสือการ์ตูน หนังสือรวมเรื่องสั้น รวมไปถึงร้านเดอะช็อคที่รวมตัวคนชอบเรื่องผี ต่อยอดไปตามจังหวะของมันบนพื้นฐานที่เขายังคงสนุก

            จากแนวคิดของละครวิทยุขบวนการลูกนกฮูกที่มีทั้งตัวเอก นางเอก ตัวร้าย ตัวผี วันนี้ถูกปรับมาให้เข้ากับยุคสมัยเป็นรายการวิทยุผียุคใหม่ ชื่อ “หลอนศาสตร์” หาฟังได้ใน Joox หรือแม้แต่การ์ตูนผีเล่มละบาท ถูกนำมาต่อยอดเป็นลายเส้นร่วมสมัยโดยทีม Thai Studio หรือการไปตะลุยในสถานที่น่ากลัวโดยมีภารกิจ ซึ่งถ้ามองว่าวันนี้เดอะช็อคเป็นอะไรได้บ้าง คำตอบคือเดอะช็อคคือแบรนด์แบรนด์หนึ่งที่ต่อยอดเป็นอะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับผีและความลึกลับ

            เราถามคำถามสุดท้าย ยังมีอะไรที่คุณอยากเห็นเดอะช็อค “เป็น” ในสิ่งที่คุณอยากทำ

            “อยากทำอยู่สองเรื่อง ผมอยากทำรายการแบบ ghost adventure แบบฝรั่งที่มีรถ มีอุปกรณ์ ส่งทีมงานเข้าไป ตั้งกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ มีอุปกรณ์ไฮเทค ลงจากรถก็มีกล้องอินฟราเรด พาเราไปขลุกกับมันตรงนั้น อีกเรื่องที่อยากทำคือมิวเซียมเกี่ยวกับผี สร้างปราสาทบนพื้นที่หลายไร่ ในนั้นก็จะมีรูปปั้นที่เป็นผีทั้งหมด ผีไทย ผีเทศ ผีเปรต ผีกระสือ ผีกระหัง มนุษย์หมาป่า ท่านเคานต์แดร็กคูลา แวมไพร์ ซอมบี้ แต่ละหุ่นก็จะมีข้อมูล แล้วบนหอคอยก็จะเป็นห้องจัดรายการของเราเป็นห้องกระจก ด้านล่างมีขายเครื่องดื่ม มีนิทรรศการ มีหนังผีให้ดู มีบ้านผีสิงอยู่ในนั้น แม้จะเป็นได้แค่ความฝัน แต่ผมเชื่อว่าถ้ามันทำได้จริง ต้องเป็นสถานที่ที่โคตรสนุกเลย…”