Muse Mag Online Vol. 17 : เพราะทุกการเรียนรู้ สนุกกว่าที่คิด


Muse Latitude : ชั้นเรียนดีต่อใจ ตอบโจทย์ทุกช่วงวัยของคนรักการเรียนรู้

Museum Siam

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-13 รูป จากทั้งหมด 13 รูป

ชั้นเรียนดีต่อใจ ตอบโจทย์ทุกช่วงวัยของคนรักการเรียนรู้

                  แนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต คือวิธีคิดที่ช่วยกระตุ้นให้เราอยากลุกขึ้นไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ต่อไปนี้ คือ

6 ชั้นเรียนดีต่อใจ สำหรับคนหลากหลายช่วงวัยและคนที่มีใจที่ไม่เคยหยุดเรียนรู้

 

 

  1. หลักสูตร “การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย”

                  สถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นี่คือห้องเรียนที่เต็มไปด้วยผู้มีความรู้ ห้องเรียนที่เต็มไปด้วยผู้ที่มีประสบการณ์และเคยเป็นบุคลากรสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ และนี่คือห้องเรียนที่จะทำให้ผู้สูงอายุกลับมามีความภูมิใจและกลายเป็นพลังของสังคมอีกครั้ง เรากำลังพูดถึงหลักสูตร “การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย” โดยสถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ได้รับการออกแบบขึ้นให้สอดรับกับการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุในประเทศ ที่นับตั้งแต่ปี 2548 ประชากรผู้สูงอายุมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และคาดว่าจะมีประชากรผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวและในปี 2583 ที่ไม่ได้ไกลอย่างที่คิด

                  คุณสมบัติของผู้สมัครเข้าเรียนหลักสูตรนี้ต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยใช้เวลาเรียน 106 ชั่วโมง หรือ 3 เดือน สัปดาห์ละ 2 วัน โดยแบ่งการเรียนรู้เป็น 3 มิติที่ประกอบด้วย
หนึ่ง มิติความรู้ที่ผู้สูงอายุต้องรู้ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ โภชนาการ ยาสมุนไพร
สอง มิติความรู้เรื่องเทคโนโลยีการสื่อสาร กฎหมาย และการลงทุน
และสาม มิติศิลปวัฒนธรรมและการบำเพ็ญประโยชน์ในสังคม และการเรียนวิชาชีพที่ผู้สูงอายุสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเอง ซึ่งทั้งหมดนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้สูงวัยเป็นเป้าหมายสำคัญ

                  สำหรับผู้ที่สนใจหลักสูตร “การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย” สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โทร. 0 2613 3820-5 ต่อ 0 หรือ 100 หรือสถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โทร. 08 9944 8419, 0 2564 4440 ต่อ 1668

                 

ข้อมูล : icehr.tu.ac.th, thaihealth.or.th และ sdthailand.com
ภาพ : สถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ / ภาพคู่ผู้สูงอายุจาก pixabay.com

 

 

 

 

  1. ห้องเรียนพ่อแม่ จากใจคุณหมอถึงคุณพ่อคุณแม่
    โดย นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

                  ขณะที่พ่อแม่เฝ้าดูเด็กๆ เตรียมความพร้อมเข้าโรงเรียน ก้าวเข้าสู่สังคมและการเรียนรู้ใหม่ๆ แต่จะมีใครเตรียมความพร้อมให้กับความไม่พร้อมของพ่อแม่ที่ว้าวุ่นใจไปกับทุกสิ่ง แค่ลำพังเพียงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยี พ่อและแม่ก็มีความกังวลใจล่วงหน้าไปเรียบร้อยแล้ว ยิ่งเมื่อมีปัจจัยเรื่องระบบการศึกษาที่มีการแข่งขันสูงเข้ามาร่วมด้วย ความกังวลจึงเข้มข้นสูงขึ้นไปพร้อมๆ กับความกดดันที่เด็กๆ ได้รับแบบทวีคูณ จนพ่อแม่หลายกลุ่มที่กำลังกลุ้มต้องการที่ปรึกษาหาที่พึ่งว่าพวกเขาควรจะถือตั๋วแบบ “One Way Ticket” เดินไปในทิศทางไหน


                 นั่นเป็นเหตุผลให้นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ คุณหมอนักจิตวิทยาเเละนักเขียนที่มีผลงานเกี่ยวกับเด็ก จัดการเวลาส่วนหนึ่งเมื่อมีเวลา เปิดชั้นเรียนโดยเฉพาะให้กับพ่อแม่ของเด็กๆ เพื่อทำความเข้าใจและเพื่อลดจำนวนเด็กที่พ่อแม่คิดว่าป่วย รวมถึงเด็กที่ป่วยจากสิ่งแวดล้อมที่บีบคั้นและความไม่เข้าใจที่อยู่รอบตัว ซึ่งหากคุณพ่อคุณแม่บ้านไหนสนใจสิ่งที่ต้องทำคือขับรถ หรือจองตั๋วเพื่อบินตรงไปเรียนหลักสูตร 3 ช่วงโมงสั้นๆ ที่จังหวัดเชียงราย สำหรับสิ่งที่คุณหมอเลือกนำมาสอนประกอบด้วย 3 วิชาด้วยกัน คือ หนึ่ง ความรู้เรื่องพัฒนาการเด็ก สอง EF (Executive Function) ความสามารถในการควบคุมความคิด อารมณ์ และการกระทำเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ สร้างได้ด้วยการฝึกให้เด็กเล่น ทำงานบ้าน อ่านหนังสือ เป็นต้น และ สาม ความรู้เรื่องการปรับพฤติกรรม ในการสอนคุณหมอจะหยิบงานวิชาการมารองรับในเวลาเดียวกันเพื่อประหยัดเวลา พ่อแม่สามารถศึกษาหาความรู้สามวิชาที่ว่านี้ได้ด้วยตัวเองจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่เข้าถึงง่ายขึ้น เช่น หาหนังสือ หรือศึกษาผ่านสื่อออนไลน์ของคุณหมอประเสริฐได้ด้วยตัวเอง เริ่มต้นด้วยหาเวลาให้ลูก อ่านนิทานให้พวกเขาฟังแทนการยื่นไอแพด คลายความกังวลใจของคุณลงสักหน่อย แล้วปล่อยให้เด็กๆ ได้ใช้เวลาเล่นที่สอดคล้องกับพัฒนาการ

 

ข้อมูล : thepotential.org และ facebook.com นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
ภาพ : thepotential.org / pixabay.com 

 

 

 

 

 

  1. ห้องเรียนธรรมชาติที่นำธรรมชาติมาอยู่ในใจเด็ก

โดย อเล็กซ์ เรนเดล และทีม EEC Thailand

                  โรงเรียนและพ่อแม่ผู้ปกครองทุกยุคทุกสมัยรู้ดีว่า ธรรมชาติคือสิ่งที่มีค่าและสำคัญอย่างยิ่งในการเติบโตของเด็กโดยเฉพาะเด็กเล็ก แต่โอกาสที่จะให้เด็กได้เติบโต ได้เรียนรู้ท่ามกลางธรรมชาติเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักในยุคสมัยที่ทุกอย่างต้อง “เรียลไทม์” และเร่งรีบ เป็นเหตุผลที่พ่อแม่ผู้ปกครองมองหาชั่วโมงเรียนธรรมชาติให้ลูกๆ ให้ได้เรียนรู้ รัก และมีธรรมชาติอยู่ในหัวใจ และสิ่งนี้เป็นเหตุผลเดียวกับกับจุดเริ่มต้นของศูนย์การเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม EEC Thailand ที่มีหนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงหลักคือ อเล็กซ์ เรนเดล ที่กล่าวได้ว่าเป็นบุคลากรด้านที่เป็นคนรุ่นใหม่ในสายงาน CSR Solution นอกเหนือจากเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดง

 

                  จุดประสงค์หลักของห้องเรียนธรรมชาติโปรแกรมนี้ คือ การสร้างการคิดอย่างเป็นระบบและนำเอาธรรมชาติมาอยู่ในใจเด็กๆ โดยมีสองกิจกรรมหลักที่น่าสนใจคือ คือ หนึ่ง การเข้าป่าเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ ไปเรียนรู้เรื่องมอสส์ ไลเคน เฟิร์น ไปเรียนรู้เรื่องนก ผีเสื้อ และสัตว์ป่า ให้ความสำคัญกับการนำวิทยาศาสตร์มาเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม เช่น นำพืชที่เก็บมาไปส่องดูในกล้องจุลทรรศน์ ส่วนอีกหนึ่งกิจกรรมหลัก คือ กิจกรรมศึกษาเกี่ยวกับทะเล (มารีน แคมป์) ที่จะพาเด็กๆ ไปเรียนรู้จากทะเลและดำน้ำ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้ของเด็กโดยเฉพาะเป็นผู้นำกิจกรรม เพื่อให้ทั้งความสนุก ความรู้ที่เป็นแรงบันดาลใจที่ดีเยี่ยม เพื่อให้เด็กๆ อยากดูแลธรรมชาติที่พวกเขาเริ่มรักอย่างยั่งยืน

 

ข้อมูล : facebook.com/eecthailand
ภาพ : eecthailand.com

 

 

 

  1. เรียนภาษามือ สื่อถึงใจ

ชั้นเรียนภาษามือ เพื่อความเข้าใจที่ House 38

                  เมื่อพูดถึงชั้นเรียนภาษาที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนที่ชอบเปิดรับวัฒนธรรมหลากหลายผ่านภาษาที่แปลกใหม่ ดูเหมือนว่าภาษามือจะเป็นภาษาที่หลายคนหลงลืมไป ในขณะที่มีผู้ใช้ภาษาสากลนี้ทั่วโลกอยู่หลายล้านคน คุณอาจมองว่าภาษามือเป็นภาษาที่จำกัดในกลุ่มผู้ที่ผิดปกติทางการได้ยินที่เมื่อเรียนแล้วใช้เพื่อประกอบอาชีพเป็นล่ามภาษามือ เช่น ที่เราเห็นในงานประชุมนานาชาติ เพื่อทำงานด้านจิตอาสา หรือใช้ในสถานการณ์ต่างๆ อย่างเรื่องราวน่ารักๆ ในประเทศบอสเนีย ที่โรงเรียนออสมาน นาคาส ที่คณะครูได้จัดโครงการเรียนภาษามือขึ้นให้กับเด็กๆ หลังเด็กชาย Zejd Coralic วัย 7 ขวบ ที่มีปัญหาบกพร่องด้านการได้ยินเข้ามาเรียน เพื่อให้เด็กสามารถสื่อสารถึงกันโดยไม่มีกำแพงกั้นใดๆ

 

                  ความจริงแล้วภาษามือมีมิติที่น่าสนใจกว่านั้น หากคุณคลิกไปเจอเฟสบุ๊กเพจ @House 38 ที่เปิดคลาสเรียนภาษามือขั้นต้นให้กับผู้ที่สนใจ (สุขุมวิท 38 พระโขนง คลองเตย กรุงเทพฯ) โดยมีเนื้อหาง่ายๆ เกี่ยวกับการแนะนำตัว ตัวอักษร สถานที่ การเดินทาง ความรู้สึก วันเวลา จำนวนตัวเลข และผู้คน ช่วยให้คุณสามารถเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวันง่ายๆ ได้ โดยมีจุดประสงค์ที่ทีมงานได้ตั้งใจอยากให้ภาษามือเป็นเครื่องมือทลายกำแพงทางภาษาและเปิดใจให้ผู้ใช้ภาษาที่แตกต่างจากเรา ภาษามือยังทำให้เราเข้าถึงศิลปะการแสดงอย่างละครใบ้ได้ดีขึ้นด้วย รวมถึงมีชั้นเรียนละครใบ้เบื้องต้นให้ผู้ที่สนใจเรียนรู้ หรืออยากลงสมัครเรียน สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่กล่องข้อความทางเฟสบุ๊ก House 38 โดยตรงกันได้เลย

 

ข้อมูล : facebook.com/House 38 และ news.ch3thailand.com
ภาพ : www.beginningssvcs.com / http://1.bp.blogspot.com / www.facebook.com/House 38

 

 

 

  1. ชั้นเรียนภาษาฮินดี และอีกหลายสิ่งเกี่ยวกับอินเดีp
    ที่ศูนย์วัฒนธรรมอินเดีย (Indian Cultural Center Bangkok)

                  คุณรู้ไหมว่าวันที่ 10 มกราคมของทุกปีเป็นวันฮินดีโลก ที่ผู้ ใช้ภาษาฮินดีทั่วโลกร่วมกันเฉลิมฉลองกับวันสำคัญของภาษา นี้ ใครที่กำลังอินกับอินเดียและสนใจเรียนรู้ภาษาฮินดีอยู่ อาจเริ่มเรียนรู้ภาษาฮินดีได้ที่ศูนย์วัฒนธรรมอินเดีย (Indian Cultural Center Bangkok) ที่นับเป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาภาษาฮินดีแห่งในประเทศไทยที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ และน้อยคนที่จะรู้จักที่นี่ หากมองในแง่ความสำคัญ ภาษาฮินดีเป็นภาษาทางการของอินเดียที่เวลานี้มีผู้ใช้ราว 430 ล้านคนทั่วโลก มีความสำคัญเกี่ยวเนื่องกับการค้า ที่อินเดียมองเมืองไทยเป็นคู่ค้าสำคัญในอาเซียน ในขณะที่ไทยเรามองอินเดียเป็นจุดหมายปลายทางของการศึกษา การท่องเที่ยว วัฒนธรรมป๊อปอย่างบอลลีวู้ด และการเดินทางแสวงบุญ ที่จะว่าไปแล้วคนที่สามารถสื่อสารภาษาฮินดีได้ยังมีจำนวนน้อยมาก แม้มหาวิทยาลัยหลายแห่งจะเปิดสอนภาษาฮินดี การลองเข้าไปนั่งในชั้นเรียนภาษาฮินดีจึงน่าจะเป็นโอกาสดีที่จะเปิดโลกกว้างให้กับคนที่สนใจ นอกจากชั้นเรียนภาษาแล้ว ที่นี่ยังมีอีกหลายคลาสเรียนที่น่าสนใจที่ ได้แก่ โยคะ อายุรเวท การเต้นและเล่นดนตรีท้องถิ่นให้ได้เรียนรู้และมาสนุกกัน

 

                  สำหรับผู้ที่สนใจแวะเข้ามาได้ที่ ศูนย์วัฒนธรรมอินเดีย 193/101 อาคารเลครัชดา ชั้น 23 ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย กรุงเทพฯ โทร : 02 261 5301-2 อีเมล : iccbangkok1@gmail.com

 

ข้อมูล : iccbangkok.org
ภาพ :  https://en.wikipedia.org / https://www.iccbangkok.org/pages.php?id=8 / https://www.iccbangkok.org/pages.php?id=8

 

 

 

        6.  ชั้นเรียน Transformation Game ที่ทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้น 

ที่ฟินฮอร์น สกอตแลนด์

                  หลายคนอาจเคยได้ยิน “Transformation Game” มาบ้างในฐานะเกมกระดานหรือบอร์ดเกม แต่บอร์ดเกมที่ว่านี้ไม่ใช่เกมธรรมดา โดยสามารถอธิบายได้ว่าเป็นเกมที่ทำให้ผู้เล่นได้รู้จักตัวเอง เป็นกระบวนการเรียนรู้เหมือนกระจกส่องให้เห็น ได้พูดคุยทบทวนกับตัวเองให้มากขึ้น “ให้เราได้ลองสำรวจความคิด ความเชื่อ ทัศนคติ มุมมอง รวมถึงแบบแผนพฤติกรรมในชีวิตเรา ทั้งที่เป็นประโยชน์ และที่ทำให้เราถดถอยเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของเรา” (จาก Transformation Game Thailland

 

                  สำหรับที่มาของ Transformation Game นั้นมาจากแดนไกล อย่างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางจิตวิญญานในสกอตแลนด์ ที่หากนับย้อนไปเกมนี้ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 40 ปีมาแล้ว โดยจอย เดรก และเคธี่ ไทลเลอร์ และเกิดเป็น Transformation Game Workshop ครั้งแรกเมื่อราวปี ค.ศ.1978 ที่ชุมชนแห่งนี้นั่นเอง เวลานี้มีกระบวนกรเกมชาวไทยหลายคน ที่เคยเดินทางไปเรียนมาจากฟินฮอร์นด้วยตัวเอง ใครที่กำลังสนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.findhorn.org หรือเริ่มทำความรู้จักในฐานะผู้ร่วมเล่นเกมที่ facebook.com/TransformationGameThailand

 

ภาพและข้อมูล: facebook.com/TransformationGameThailand