Muse Mag Online Vol. 17 : เพราะทุกการเรียนรู้ สนุกกว่าที่คิด


Muse Opinion : วิชาใหม่ๆ…ที่อยากให้โรงเรียนเปิดสอน

Museum Siam

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-10 รูป จากทั้งหมด 10 รูป

  

น้องกอข้าว - ด.ญ.สุชานาถ เพียงดวงใจ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนารีวุฒิ อายุ 8 ปี

          “อยากให้โรงเรียนของหนูมีวิชาที่สอนเต้นรำค่ะ เพราะว่าหนูชอบเต้น เพื่อเพิ่มเป็นทักษะอีกอย่างค่ะ แล้วก็ช่วยเพิ่มการกล้าแสดงออก ตอนแรกหนูไม่กล้าแสดงออก คิดว่าถ้าได้เต้นบ่อยๆ จะทำให้หนูกล้าได้ หนูมีศิลปินที่ชอบ ชอบวง BTS ของเกาหลีค่ะ ตอนแรกแม่เปิดให้หนูดูแล้วหนูก็ติดตามวง BTS ตลอดเลย ในวงหนูชอบ Jungkook กับ Jin ค่ะ เปิดดูแล้วหนูก็เต้นตาม แต่ยังเต้นตามไม่ค่อยได้ค่ะ”

 

 


น.ส.ณัฐสุดา นภาผ่องกุล นักเรียน อายุ 18 ปี

          “อยากให้ที่โรงเรียนสอนวิชาเรียนวิชาทำอาหารค่ะ ในปัจจุบันทุกวันนี้งานหายาก การแข่งขันสูง เรียนเผื่อเอาไว้เพราะจะได้เอาไว้ประกอบอาชีพได้เวลาตกงาน เพราะจะได้มีรายได้ระหว่างเรียน แถมเป็นผลพลอยได้เวลาแต่งงานไปก็เป็นเสน่ห์ปลายจวักทำให้สามีรับประทานได้ด้วยค่ะ (หัวเราะ)”

 

 


น้ำ น.ส.ศุภิสรา หมั่นสกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร อายุ 20 ปี

          “อยากให้ที่โรงเรียนสอนวิชาการเข้าสังคมค่ะ เพราะทุกวันนี้นักเรียนส่วนมากเอาแต่เรียนกับเรียน เวลาเรียนจบออกไปสู่อีกสังคมโลกกว้างนอกจากสังคมมหาวิทยาลัย เด็กหลายคนมักจะปรับตัวไม่ถูก วางตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะแสดงออกอย่างไร ทำให้ดูเป็นคนเก็บตัว ไม่ค่อยสุงสิงกับใครหรือคุยกับใครเท่าไร ทำให้คนอื่นไม่ค่อยกล้าเข้ามาพูดคุยกับเรา แต่ถ้ามีวิชานี้ทำให้เรารู้จักวิธีการวางตัวในสังคม ปฏิบัติตัวถูกต้องว่าเจอเหตุการณ์ ผู้คน สถานการณ์แบบนี้จะปฏิบัติอย่างไรค่ะ”

 

 

 

ด.ช.จิตติภณ ทรงไต นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว อายุ 13 ปี

          “อยากให้โรงเรียนสอนวิชาเกมครับ เกมที่ช่วยในเรื่องการวางแผนสามัคคี สอนการเล่นและพาไปแข่งตามสนามใหญ่ๆ แล้วก็สอนให้รู้จักน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะครับ เพราะตอนนี้ผมรู้สึกว่าคนไทยเราไม่ค่อยสามัคคีกัน ถ้าได้เรียนคงจะดีกว่านี้ครับ”

 

 

 

นายวุฒิพงศ์กร วาณิชธนาพงศ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสิริรัตนาธร อายุ 17 ปี

          “อยากให้โรงเรียนสอนวิชาภาษาต่างประเทศที่ใช้สื่อสารกับประเทศอื่นๆได้ เช่น อิตาลี สเปน จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ฯลฯ เพราะในสมัยนี้โลกได้มีการพัฒนา มีการแข่งขัน การสื่อสาร และสังคมวัฒนธรรมที่ได้จากประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศเราด้วย ถ้าได้เรียนรู้ภาษามากขึ้น จะทำให้มีความพัฒนายิ่งขึ้น เป็นการเรียนรู้ถึงภาษาของประเทศอื่น เข้าใจและสามารถสื่อสารกับคนอื่นๆ ได้ครับ”

 

 

นายปรันตวัฒน์ พิรยานนท์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง อายุ 21 ปี

          “อยากให้ที่โรงเรียนมีสอนวิชาวิชาการจัดการเงินส่วนบุคคลครับ แบบที่มีสอนเรื่องเกี่ยวกับการนำเงินไปลงทุนต่อยอด วิธีการซื้อขายหุ้น-กองทุน เคล็ดลับการลงทุน เรื่องภาษีอากรนู่นนี่ เพราะเป็นเรื่องสำคัญกับชีวิตในอนาคตที่จะทำให้เด็กๆโตมามีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า สามารถต่อยอดความรู้ไปได้เรื่อยๆ แต่โรงเรียนไม่ค่อยมีสอนกันครับ”

 

 

 

น.ส.อริสรา นวอิสรารักษ์ ศึกษาต่อหลักสูตร MBA สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ อายุ 27 ปี

          “ขอวิชานี้เลยค่ะ สอนวิชาหาคู่ เพราะเรียนรู้เองมันยาก เทคโนโลยีก้าวไกล อยากให้มีสอนวิชานี้เลยเพราะปัจจุบันค่าเฉลี่ยของผู้ชายที่แท้จริงลดลง คนมีคู่ มีเจ้าของแล้วก็ชอบทำตัวแอ๊บว่าโสดเยอะมาก ทำให้เกิดปัญหาเป็นมือที่ 3 โดยไม่รู้ตัวเยอะแยะ ถ้ามีวิชานี้ก็คงจะคัดแยก คัดกรอง แล้วก็ช่วยได้เยอะเลยค่ะ”

 

 

 

นายณัฏฐนันท์ จันทรประทักษ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ อายุ 21 ปี

          “ส่วนตัวผมอยากให้มีสอนวิชาสิ่งแวดล้อมครับ ผมว่ามันเป็นการปลูกฝังเด็กๆ ให้รักธรรมชาติ แล้วก็การที่ โรงเรียนพาไปทัศนศึกษาในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง บอกถึงปัญหาที่เราพบเจออยู่ในปัจจุบัน เขาจะได้ระมัดระวังและช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว อยากให้เน้นเป็นทางด้านป่าไม้ครับเพราะสามารถส่งผลกระทบได้หลายๆ อย่างถ้าขาดหายไป”

 

 

 

ด.ช.เมฆา สุขศรี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสิริรัตนาธร อายุ 14 ปี

          “อยากให้ที่โรงเรียนสอนวิชาการประยุกต์และการนำไปใช้ครับ เพราะนักเรียนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าวิชาที่ตัวเองเรียนจริงๆ แล้วนำไปใช้อะไรได้บ้าง หรือแม้แต่แผนการเรียนที่ตัวเองเลือกบางคนก็ไม่รู้ว่าเลือกเรียนแผนนี่แล้วเอาไปใช้อะไรในอนาคตได้บ้าง ส่วนใหญ่จะสนใจแค่ว่า อยากเป็นหมอต้องเรียนแผนวิทย์-คณิต อยากเป็นไกด์ เป็นแอร์โฮสเตส ต้องเรียนสายภาษา จนไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่เรียนอยู่มันเอาไปใช้อะไรได้อีก และอย่างสุดท้ายที่อยากให้มีวิชานี้คืออยากให้นักเรียนได้นำวิชาที่เรียนมา (เยอะมาก) เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงและสามารถเอาไปต่อยอดมหาวิทยาลัยได้จริง ไม่ใช่แค่ว่าเรียนให้จบๆ ไป ได้เกรดต่อมหาวิทยาลัย แล้วพอไปเรียนอีกก็นับหนึ่งใหม่ วิชาที่เรียนสมัยมัธยมไม่มีความหมายครับ”