Muse Mag Online Vol. 16 : สีสันที่แซบซ่าและชีวิตที่กล้าจะแตกต่าง


Muse Forward : ชีวิตคู่ที่เขาใช้ร่วมกันนั่นคือมิตรภาพมากกว่าที่จะเป็นความรัก

Museum Siam

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-6 รูป จากทั้งหมด 6 รูป

Inspirational Movie

 

The Imitation Game (2014)

            ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในขณะที่ฝ่ายพันธมิตรกำลังตกที่นั่งลำบาก สิ่งที่ทำให้ฝ่ายพันธมิตรสามารถพลิกเกมกลับมาเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะนั้นไม่ใช่อาวุธยุทโธปกรณ์ หากแต่เป็นข้อมูลข่าวสารที่ได้จากการถอดรหัสขอความช่วยเหลือ?อันสลับซับซ้อนจากฝ่ายอักษะ และผู้ที่เป็นหลักในการสร้างเครื่องมือสำหรับใช้ถอดรหัสนี้กลับเป็นอลัน ทัวริ่ง (เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์) นักคณิตศาสตร์ละนักวิทยาการเข้ารหัสลับชาวอังกฤษ ผู้มีส่วนสำคัญในการแกะรหัสลับจากเครื่องอินิกมาของฝ่ายนาซี และช่วยให้ฝ่ายสัมพันธมิตรชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดเร็วขึ้น 2 ปี ช่วยชีวิตคนได้ถึง 14 ล้านคน นับเป็นภาพยนตร์อิสระที่ทำรายได้สูงสุดของปี ค.ศ. 2014 จากการจัดอันดับของ Top Box Office India และยังเป็นหนังที่คว้าบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ในปีถัดมาด้วย

            หนึ่งในความประทับใจที่ Muse อยากหยิบมาเล่า นั่นคือการมีชีวิตเยี่ยงอัจฉริยะของอลัน ทัวริ่ง ในขณะเดียวกันเขาต้องเก็บงำความแตกต่างของตนเองไว้ในด้านมืด อลันมีนิสัยแปลกแยกจากสังคม และแม้ว่าในภาพยนตร์เขาจะผ่านชีวิตสมรส แต่ชีวิตคู่ที่เขาใช้ร่วมกันนั่นคือมิตรภาพมากกว่าที่จะเป็นความรัก

            หนังมุ่งเน้นไปที่การเล่าเรื่องราวชีวิตของอลัน ทัวริ่ง ในขณะที่เริ่มต้นเข้าร่วมกับรัฐบาล และภายหลังจากสร้างเครื่องถอดรหัสได้สำเร็จ โดยที่ไม่มีใครอื่นรู้นอกจากรัฐบาลของตัวเขาเอง เมื่อให้เวลากับหนังนานขึ้นอีกนิด หนังพาเราไปรู้จักอีกแง่มุมของอัจฉริยะ เขามีรสนิยมทางเพศที่แตกต่าง (เมื่อเทียบกับสังคมในยุคนั้น) ซึ่งในสมัยนั้นเป็นสิ่งผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง และเมื่อถูกภาครัฐพบเห็น เขาถูกทำหมันด้วยกระบวนการทางเคมีให้ฉีด “เอสโตรเจน” (oestrogen) ซึ่งเป็นกระบวนการที่สร้างความทุกข์ทรมานอย่างมากเพื่อแลกกับอิสรภาพ


            สิ่งที่หนังพยายามถ่ายทอดออกมาอย่างค่อนข้างชัดเจน นั่นคือประเด็นของความเป็นโฮโมเซ็กชวล แต่ประเด็นสำคัญที่ไม่ทอดทิ้งคือ ไม่ว่าจะเป็นเพศใด แต่กำลังใจจากมิตรรอบตัวนั้นสำคัญ อลันจะไม่สามารถที่จะประดิษฐ์เครื่องถอดรหัสได้สำเร็จเลยหากไม่มีเพื่อนร่วมทีมที่มองข้ามความเป็นโฮโม และยอมรับในความสามารถของเขา และหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวของทีมชื่อ โจน คลาร์ก (เคียรา ไนต์ลีย์) ที่เป็นคนที่ช่วยพยุงอลันไว้ในยามที่เขาท้อแท้ หนังเผยมุมให้เห็นอีกด้านว่า แม้จะอยู่ท่ามกลางความแตกต่างอย่างไร แต่หากมีมิตรภาพที่ประคับประคองกันไว้ โลกนี้ก็ไม่ได้โดดเดี่ยวไปทั้งหมด

 

หมายเหตุ : บทสรุปในชีวิตช่วงสุดท้ายของอลัน ทัวริ่ง ตรวจพบสารไซยาไนด์มากเกินกำหนด บางทฤษฎีบอกว่าเขาฆ่าตัวตาย (ก่อนวันเกิดครบอายุ 42 ปีของเขา) บ้างบอกว่าเป็นการฆาตกรรม แต่เรื่องน่าเศร้ายิ่งกว่าคือ กว่าที่คนทั้งโลกจะยกย่องให้เขาคือวีรบุรุษผู้หยุดสงครามโลก เขาไม่ได้อยู่รับเกียรติและความรู้สึกนั้น

ทั้งนี้ได้มีการรณรงค์ที่นำโดยสถาบันการศึกษาให้ขออภัยเขาอย่างเป็นทางการในปี 2013 และเมื่อปี 2009
กอร์ดอน บราวน์ (Gordon Brown) นายกรัฐมนตรีอังกฤษในขณะนั้นได้แถลงการณ์ขออภัยต่ออลันสำหรับการบำบัด “อันโหดร้าย”

 

 

Book

 

โลกในนิทรรศการ
ผู้เขียน : สฤณี อาชวานันทกุล
สำนักพิมพ์ : Salmon Books

            หากติดตามเฟซบุ๊ก แฟนเพจ “โลกในนิทรรศการ - World in Exhibits” คุณจะพบว่าผู้เขียนเดินเข้าออกพิพิธภัณฑ์เป็นว่าเล่น (ตลอดระยะเวลา 30 ปีนั่นละ) เธอจดบันทึกประสบการณ์ หยิบจับความชอบ สะท้อนการเรียนรู้มาบอกเล่าในภาษาเหมือน “เพื่อนเล่าให้เพื่อนฟัง” ทางหน้าเพจบ่อยครั้ง และวันนี้ก็เป็นจริง เมื่อเราจะได้ไม่ต้องอ่านทางหน้าเพจอีกต่อไป เพราะสำนักพิมพ์ Salmon Books รวบรวมบทความมาเป็นผลงานรวมเล่ม 100 ชิ้นงานสุดโปรดในนิทรรศการที่ชื่นชอบที่สะท้อนทั้งเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์ ความเคลื่อนไหวของสังคม และการเปลี่ยนแปลงของโลก

            ในคำนำเธอเอ่ยปากชวนเราพาไปร่วมชื่นชมสาวงามตามคติจีนสมัยราชวงศ์ถัง รับรู้ร่องรอยของหนึ่งในฟาโรห์หญิงแห่งอียิปต์ผ่านภาพที่ถูกขูดออก ยืนชมวิวจากหน้าต่างห้องพักที่แวน โก๊ะ เคยมอง สะกดตามรอยเท้าสุดท้ายของ มหาตมะ คานธี ส่องสินค้าชิ้นแรกก่อนสตีฟ จ๊อบส์ จะก่อตั้ง apple อ่านเพียงเท่านี้ก็อยากจะพาสองเท้าก้าวไปออกเดินทางร่วมกับเธอ

แต่โลกนี้เป็นโลกที่วิวสองข้างทางเขาเรียกว่านิทรรศการยังไงล่ะ

 

 

Facebook Page


: The Southeast Asia Movie Theater Project

            ด้วยความหลงใหลในวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมของโรงหนังแบบ Stand Alone ฟิลลิป แจ็บลอน ชาวอเมริกัน ได้ตระเวนเดินทางไปทั่วประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อบันทึกภาพของโรงหนังที่เคยมีชีวิตเหล่านั้นก่อนจะถูกทุบทำลาย กลายเป็นวิทยานิพนธ์ชิ้นสำคัญในโปรเจ็กต์การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรียนจบ อารมณ์ไม่จบ เขาต่อยอดบันทึกภาพถ่ายเหล่านั้นลงในบล็อก http://seatheater.blogspot.com

            และเมื่อโลกเดินทางเข้าสู่ยุคเฟซบุ๊กแฟนเพจ เราจึงได้กดติดตามภาพสวยๆ มากอารมณ์และประวัติศาสตร์ทางหน้าเพจ The Southeast Asia Movie Theater Project ที่เขาใช้เวลาเก็บบันทึกเกือบสิบปี และมีโรงหนังสแตนด์อโลนมากกว่า 300 โรง ทั้งในและประเทศรายล้อมที่ถูกลืม ถูกทิ้ง ทั้งหมดเปลี่ยนไปเพราะกาลเวลา

            เมื่อชวนย้อนเวลา เราจะได้เห็นทั้งบรรยากาศในช่วงเวลาแห่งความบันเทิงรุ่นคุณลุงคุณป้า สถาปัตยกรรมเก่า ตั๋วโบราณที่เลือนรางไปตามยุคสมัย นอกจากติดตามแล้วคุณเองยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโปรเจ็กต์นี้ผ่านแคมเปญต่างๆ ทางหน้าเพจ รวททั้งการสนับสนุนเงินทุนสร้างสารคดีผ่านเว็บไซต์ระดมทุนได้อีกด้วย https://asiola.co.th/campaign/movietheaterman

Relate

Muse Forward : บันเทิงเชิงเรียนรู้

เพราะการเรียนรู้อยู่ในทุกๆ ช่องทาง Muse Forward ฉบับนี้จะพาคุณไปสัมผัสรูปแบบของการเรียนรู้ต่างๆ ที่หาได้ง่าย ในทุกวันนี้

11 มิถุนายน 2561

22

ม.ค.

เก็บตกบรรยากาศของ เทศกาลบางกอกแหวกแนว Bangkok Edge Festival 2018

จัดเต็มทุกความแหวกแนว เปิดพื้นที่สีสันให้พื้นที่สุดครีเอทีฟ

22 มกราคม 2561