Muse Mag Online Vol. 15 : เอฟซี สตอรี่ รักนี้ต้องเป็นแฟนคลับ


Muse You : ติ่ง Story เรื่องดีๆ จากการเป็นติ่งของอารยธรรมลุ่มแม่น้ำไนล์

Museum Siam

แกลเลอรี

ผลลัพธ์ : 1-5 รูป จากทั้งหมด 5 รูป

ติ่ง Story เรื่องดีๆ จากการเป็นติ่งของอารยธรรมลุ่มแม่น้ำไนล์ 

“การเล่นเกมทำให้ผู้เล่นมีพฤติกรรมก้าวร้าว”

“เพราะว่าเล่นเกมก็เลยชอบความรุนแรง”

          เคยได้ยินประโยคเหล่านี้กันมาบ้างใช่ไหม? ดูเหมือนว่าเกมจะตกเป็นจำเลยของสังคมอยู่ไม่น้อยสินะ แต่เกมจะไม่มีด้านดีเลยจริงๆ น่ะหรือ ครั้งนี้ลองมาดูด้านดีของ ‘เกม’ กันบ้างดีกว่า เพราะถ้าผมไม่ได้เล่น ‘เกม’ ที่ว่านี้แล้วล่ะก็ คงจะไม่มี ‘ติ่ง’ ด้านอารยธรรมลุ่มแม่น้ำไนล์อย่างผมคนนี้เป็นแน่

          ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ. 2542 เกมคอมพิวเตอร์ชื่อ ‘ฟาโรห์’ ออกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรก เนื้อหาของเกมเน้นที่การสร้างและพัฒนาเมืองไล่เรียงไปตามสายธารประวัติศาสตร์ของอารยธรรมอียิปต์โบราณยาวนานกว่าสามพันปี อียิปต์โบราณโด่งดังในเรื่องของแม่น้ำไนล์ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แถมยังโด่งดังเรื่องของพีระมิดด้วย เพราะมหาพีระมิดแห่งเมืองกีซ่าถือเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณเพียงแห่งเดียวที่ยังคงตั้งอยู่ในปัจจุบัน ขณะที่สิ่งมหัศจรรย์อีกหกแห่งนั้นพังทลายไปกับกาลเวลาเรียบร้อยแล้ว ในปัจจุบันอารยธรรมอียิปต์โบราณเหลือเพียงซากปรักหักพัง ความสนุกของเกม ‘ฟาโรห์’ จึงไม่ได้อยู่เพียงแค่การฝึกคิดและวางแผนเพื่อบริหารบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองเท่านั้น แต่เรายังสามารถย้อนเวลากลับไปดูภาพของอารยธรรมอียิปต์โบราณที่เคยรุ่งเรืองอยู่เมื่อห้าพันปีก่อนได้อีกด้วย

 

เกมฟาโรห์ที่ผู้เล่นจะได้พัฒนาอารยธรรมอียิปต์โบราณและได้สร้างพีระมิดด้วย
(เกมฟาโรห์ที่ผู้เล่นจะได้พัฒนาอารยธรรมอียิปต์โบราณและได้สร้างพีระมิดด้วย)

          แต่ละฉากของเกมฟาโรห์ดำเนินไปตามช่วงประวัติศาสตร์จริง การเล่นเกมนี้จึงไม่ต่างจากการอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ที่สนุกกว่าตำราทั่วไป เพราะเราสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในหน้าประวัติศาสตร์นั้นๆ ได้ ผมได้ช่วยฟาโรห์สร้างสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ได้คุมกองทหารออกรบเพื่อป้องกันราชอาณาจักร ได้พัฒนาอารยธรรมอียิปต์โบราณให้เจริญรุ่งเรือง แต่เนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในเกมนั้นจะตรงกับประวัติศาสตร์ของอารยธรรมนี้ด้วยหรือเปล่าหนอ? คำถามนี้ได้จุดประกายให้ผมหาหนังสือประวัติศาสตร์จริงๆ มานั่งพลิกไปทีละหน้า เพื่อค่อยๆ ละเลียดความรู้และเปรียบเทียบกับสิ่งที่ปรากฏให้เห็นในเกมที่ได้เล่นไป ก่อนที่จะพบว่า…


          “เกมมันก็ไม่ได้ถูกต้องตามข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีทั้งหมดนี่นา


          เมื่อพบว่าสิ่งที่ได้อ่านในหนังสือเริ่มไม่ตรงกับสิ่งที่เห็นมาในเกม ผมจึงเริ่มค้นคว้ามากขึ้น อ่านหนังสือเกี่ยวกับอียิปต์โบราณทุกเล่มที่หาซื้อได้ อ่าน อ่าน อ่าน และอ่าน จนในที่สุดก็ ‘เสพติด’ และกลายเป็น ‘ติ่ง’ ของอารยธรรมลุ่มแม่น้ำไนล์ไปในที่สุด

          เมื่อหลงใหลอยู่คนเดียวมากเข้า ก็เริ่มสงสัยว่าจะมีคนอื่นที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกันกับเราบ้างหรือไม่ โชคร้ายหน่อยที่อียิปต์โบราณคือส่วนหนึ่งของวิชาสังคมศึกษาและเป็นแขนงหนึ่งของวิชาประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาที่ไม่ค่อยมีใครชอบเรียนนัก “ประวัติศาสตร์มันน่าเบื่อ” ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน และนี่กระมังที่ทำให้ติ่งอารยธรรมอียิปต์โบราณมีอยู่น้อยกว่าติ่งของนักร้องหรือศิลปินที่มีกลุ่มแฟนคลับติดตามมากมาย

          หลังจากที่ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับอียิปต์โบราณมาไม่รู้กี่เล่มต่อกี่เล่ม ก็เริ่มรู้สึกว่าอียิปต์โบราณมีอะไรให้ค้นคว้ามากกว่าที่คิด และคงจะดีไม่น้อยถ้าได้ไปเห็นอารยธรรมนี้ด้วยตาตัวเองสักครั้ง พ.ศ. 2549 ผมมีโอกาสได้เดินทางไปอียิปต์เป็นครั้งแรก การเดินทางในครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนให้ผมเริ่มค้นคว้าและจริงจังกับอารยธรรมนี้มากขึ้น วันเดินทางกลับผมได้ซื้อหนังสือตำราภาษาอังกฤษเกี่ยวกับอียิปต์โบราณติดมือกลับมาหนึ่งเล่ม และเมื่อได้อ่านก็เหมือนกับเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กว้างยิ่งขึ้น เพราะข้อมูลที่ปรากฏในตำราต่างประเทศนั้นแทบจะหาไม่ได้จากหนังสือที่เขียนโดยคนไทยด้วยกันเองเลย วันนั้นผมได้รู้เคล็ดลับข้อหนึ่งแล้วว่า ถ้าอยากรู้ข้อมูลเชิงลึกของอียิปต์โบราณ จงค้นคว้าจากตำราภาษาอังกฤษซะ!!


          หลังจากอ่านมาเยอะและมีข้อมูลในหัววิ่งวุ่นตีกันไปหมด ปลาย พ.ศ. 2549 ผมเริ่มรู้สึกว่าต้องหาทางระบายข้อมูลออกและการเขียน ‘บทความ’ น่าจะเป็นทางออกที่ดี ประกอบกับนิตยสารต่วย’ตูนพิเศษได้เปิดรับต้นฉบับจากนักเขียนที่สนใจส่งบทความไปเข้าร่วม จึงเป็นโอกาสอันดีที่ได้ ‘ปลดปล่อย’ ข้อมูลที่ตีกันอยู่ในหัวให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น และการเริ่มส่งบทความให้กับนิตยสารก็เปรียบเสมือนอีกก้าวหนึ่งของการเป็นติ่งอารยธรรมลุ่มแม่น้ำไนล์ก็ว่าได้ เพราะถ้าให้เปรียบเทียบก็คือจังหวะนี้ผมเริ่มเปลี่ยนตัวเองจากที่เคยเป็นเพียงแค่ ‘ผู้รับ’ (นักอ่าน) มาเป็น ‘ผู้ให้’ (นักเขียน) บ้างแล้ว

         
          เมื่อเขียนบทความให้กับนิตยสารบ่อยเข้า อีกหนึ่งโอกาสก็พุ่งเข้ามาอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว

          “สนใจสมัครแข่งรายการแฟนพันธุ์แท้ไหม” เสียงของบรรณาธิการนิตยสารดังมาตามสายโทรศัพท์ ในขณะนั้นคือ พ.ศ. 2551 รายการแฟนพันธุ์แท้ยังคงฉายกับทางช่อง 5 ผมตอบรับอย่างว่าง่ายคล้ายต้องมนต์ เมื่อถึงวันสัมภาษณ์ ผมได้พบกับผู้สมัครท่านอื่นๆ ที่หลงใหลและเป็นติ่งในสิ่งเดียวกัน สุดท้ายก็สามารถฝ่าฟันกับคำถามรอบคัดเลือกเข้าไปเป็น 5 คนสุดท้ายของหัวข้อ ‘ตำนานไอยคุปต์’ ได้สำเร็จ สำหรับผม ความสนุกของรายการนี้ไม่ได้อยู่เพียงแค่การแข่งขัน แต่รายการนี้ยังทำให้เราได้พบกับ ‘เพื่อน’ ที่สนใจในเรื่องเดียวกันกับเราด้วย และการได้คุยกับคอเดียวกันนี่แหละที่ถือเป็น ‘ความสุข’ ที่หาได้ยากยิ่ง


          ถีงแม้ว่าผมจะไม่ได้แชมป์ในรายการนั้น แต่เมื่อมองย้อนกลับไป บางทีความปราชัยในครั้งนั้นเองที่เป็นแรงผลักดันให้ผมค้นคว้าเกี่ยวกับอียิปต์โบราณมากขึ้น ผมเริ่มรวบรวมสมัครพรรคพวกที่สนใจในเรื่องอียิปต์โบราณให้มาอยู่ในกลุ่มเดียวกัน เข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้กัน ช่วงนั้นอินเทอร์เน็ตยังไม่รวดเร็วเต็มสปีดเหมือนทุกวันนี้ การเชื่อมต่อโลกออนไลน์ยังต้องใช้โมเด็ม 56 Kbps ต่อโทรศัพท์บ้าน ‘ตู๊ดๆๆๆๆ’ เชื่อว่าใครที่ผ่านประสบการณ์นี้มาก็คงจะคุ้นชินกับเสียงโมเด็มกันเป็นอย่างดี ในที่สุดผมก็ได้สมาชิกคนรักอียิปต์โบราณมาจำนวนหนึ่ง และในช่วงปลายเดือนกันยายน พ.ศ. 2551 กลุ่ม ‘Iyakoop Society’ ก็ถือกำเนิดขึ้น

(ภาพ Banner ของกลุ่ม Iyakoop Society แรกสุดพร้อมการก่อตั้งเว็บบอร์ดเมื่อ พ.ศ. 2551)


          Iyakoop Society คือเว็บบอร์ดที่ฝังตัวอยู่กับเว็บไซต์ของ Pantown ในช่วงแรกผมต้องการให้ Iyakoop Society เป็นเสมือนแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ เป็นเว็บบอร์ดที่คนรักอียิปต์โบราณเข้ามาพูดคุยและแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน แต่หลังจากตั้งไปไม่นานนัก ก็เริ่มรู้สึกว่าคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นค่อนข้างน้อย ประกอบกับระบบแจ้งเตือนเวลามีคำถามหรือคอมเมนต์ต้องเข้ามาเช็กวันต่อวัน ถ้าข้ามวันแล้วการเตือนนั้นจะหายไป ทำให้บางคำถามไม่ได้รับคำตอบ และการนั่งเช็กทุกกระทู้ ทุกวัน ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

          หลังจากนั้นเมื่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและเฟซบุ๊กเข้ามามีบทบาท ผมจึงตัดสินใจเปลี่ยนแพลตฟอร์มจาก Pantown มาเป็น Facebook ที่ระบบการเตือนและการติดตามทำได้ดีกว่า Iyakoop Society จึงย้ายมาอยู่ในเฟซบุ๊กและทำการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอียิปต์โบราณมาจนถึงทุกวันนี้

          สิ่งที่ผมรู้สึกเสียดายที่สุดก็คือประเทศไทยไม่มีองค์กรหรือหน่วยงานที่สนับสนุนเกี่ยวกับโบราณคดีอียิปต์เลยแม้แต่น้อย ไม่มีคณะหรือมหาวิทยาลัยที่สอนเกี่ยวกับ ‘อียิปต์วิทยา’ หรือ ‘Egyptology’ เลย ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือถึงแม้ว่าจะจบการศึกษาด้านอียิปต์วิทยาจากต่างบ้านต่างเมืองมา แต่ก็ไม่มีงานในประเทศไทยรองรับอยู่ดี แล้วแบบนี้จะทำอย่างไรให้คนไทยหันมาสนใจอียิปต์โบราณเพิ่มขึ้นได้บ้างล่ะ คำตอบก็คือ คงต้องใช้กลุ่ม Iyakoop Society ให้เป็นประโยชน์แล้วล่ะ

          พ.ศ. 2557 กลุ่ม Iyakoop Society ตัดสินใจทำโครงการใหญ่ที่สุดที่มนุษย์กลุ่มเล็กๆ จะทำได้ นั่นคือการตัดสินใจจัด ‘นิทรรศการอียิปต์โบราณครั้งแรกในประเทศไทย ขึ้นมา โดยใช้ธีมหลักคือพีระมิดของฟาโรห์ในราชวงศ์ที่ 5 ซึ่งมีความโดดเด่นทางด้านของการเชื่อมโยงสถาปัตยกรรมเข้ากับความเชื่อในด้านของดวงสุริยาที่ชาวอียิปต์โบราณนับถือเป็นเทพเจ้าสูงสุด งานนิทรรศการในครั้งนั้นจัดที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระระหว่างวันที่ 11-30 ตุลาคม พ.ศ. 2557

          นิทรรศการในครั้งนั้นทำให้ผมได้ ‘ปลดปล่อย’ ความรู้เกี่ยวกับอียิปต์โบราณที่ตีกันยุ่งอยู่ในหัวออกมาอีกครั้ง ด้วยการจัดบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมพีระมิดในอียิปต์โบราณอย่างที่ไม่เคยมีหน่วยงานใดจัดมาก่อน และด้วยความร่วมมือของน้องๆ ในกลุ่ม Iyakoop Society พร้อมด้วยนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ทั้งงานบรรยาย โมเดลพีระมิดหลากหลายชิ้น โปสเตอร์ความรู้ แผ่นไวนิลข้อมูล รวมถึงห้องจัดแสดงจึงสำเร็จออกมาอย่างงดงาม ผมกับน้องในกลุ่มยังได้เรียบเรียงเขียนหนังสือเกี่ยวกับพีระมิดออกมาจำหน่ายในนิทรรศการด้วยเพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับพีระมิดของฟาโรห์ในราชวงศ์ที่ 5 ซึ่งไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนักให้คนไทยที่สนใจด้านอียิปต์โบราณได้เปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น


(หนังสือประกอบนิทรรศการอียิปต์โบราณครั้งแรกในประเทศไทยที่ผู้เขียนเรียบเรียงเขียนขึ้นออกจำหน่าย)


          หลังจากงานนิทรรศการ ผมพยายามคิดต่อว่าจะทำอย่างไรให้คนไทยหันมาสนใจอียิปต์โบราณได้มากขึ้น แต่ด้วยว่าการอ่านหรือศึกษาเกี่ยวกับอียิปต์โบราณในประเทศไทยนั้นไม่สามารถที่จะนำไปต่อยอดอย่างชัดเจนได้ ไม่มีการเรียนการสอนและไม่มีงานรองรับ ดังนั้นองค์ความรู้ในด้านนี้จึงไม่ต่างจากประโยคที่ว่า “รู้ไปก็เท่านั้น” แต่ผมก็ยังเชื่อว่าคนไทยบางกลุ่มยังคงให้ความสนใจเกี่ยวกับความลึกลับของอียิปต์โบราณอยู่ และยังปรารถนาที่จะไปเยือนดินแดนแห่งลุ่มแม่น้ำไนล์อันเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์นี้สักครั้ง


          ผมตัดสินใจเพิ่มวุฒิด้านอียิปต์วิทยาให้กับตนเองเพื่อเตรียมรับโอกาสที่จะมาถึงในวันข้างหน้า ด้วยการลงเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรออนไลน์ด้านอียิปต์วิทยากับมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในบทความและหนังสือที่ตีพิมพ์ออกสู่สายตาสาธารณะ นอกจากการเขียนบทความแล้ว ผมเล็งเห็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะใช้ความรู้ของ ‘ติ่ง’ อย่างผมให้เป็นประโยชน์ นั่นก็คือการ ‘จัดทัวร์’ ไปอียิปต์เสียเลย จะได้ปลดปล่อยความรู้ที่สั่งสมมาในหัวอย่างเต็มที่


          เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2560 ผมตัดสินใจออกจากคอมฟอร์ตโซน (comfort zone) ด้วยการทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำมาก่อน นั่นก็คือการจัดทริปไปอียิปต์ ด้วยความร่วมมือจากพี่คนไทยมากประสบการณ์ที่จัดทัวร์อยู่ในอียิปต์อยู่แล้ว ประกอบกับการโฆษณาผ่านสังคม Iyakoop Society ทัวร์อียิปต์ที่ผมจัดด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกจึงสำเร็จออกมาอย่างงดงามพร้อมความประทับใจของเพื่อนร่วมทริปทุกท่านที่ได้เดินทางไปด้วยกันในครั้งนั้น หลังจากนั้นเป็นต้นมา ผมก็ยังได้รับเกียรติไปช่วยบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับอารยธรรมอียิปต์โบราณอีกหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่สุดที่ได้เลือก ‘สนุก’ กับเส้นทางนี้


(ผู้เขียนขณะกำลังบรรยายด้านหน้าวิหาร Abu Simbel ในอียิปต์ระหว่างทริปท่องเที่ยว พ.ศ. 2560)


          ทุกวันนี้ Iyakoop Society ยังคงโลดแล่นอยู่ในโลกออนไลน์ ผมอัปเดตข่าวสารใหม่ๆ ในวงการอียิปต์วิทยาลงในแฟนเพจทุกวัน (เข้าไปดูกันได้ที่ https://www.facebook.com/IyakoopSociety) ยังคงเขียนบทความลงนิตยสารและเขียนหนังสือเล่มใหม่เกี่ยวกับอียิปต์โบราณและอารยธรรมโบราณเพื่อกระจายความรู้เกี่ยวกับมนต์สเน่ห์ของอารยธรรมแห่งลุ่มแม่น้ำไนล์อยู่เสมอๆ แน่นอนว่ายังไม่ลืมที่จะคิดหาลู่ทางในการพัฒนาวงการอียิปต์โบราณในประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าต่อไปด้วย ใครจะไปคิดล่ะว่าเกมฟาโรห์เพียงแค่เกมเดียวจะทำให้ ‘ติ่ง’ คนหนึ่งหลงใหลในการถ่ายทอดความรู้ด้านอียิปต์โบราณให้กับคนไทยถึงเพียงนี้ ถ้าผมไม่ได้เล่นเกมฟาโรห์ในวันนั้น สิ่งที่เขียนไปยืดยาวก็คงจะไม่ได้เกิดขึ้นเลย และคงไม่มีบทความเรื่อง ‘ติ่ง’ นี้ให้ได้อ่านด้วยเช่นกัน เห็นหรือยังล่ะว่า ‘เกม’ ไม่ได้มีแต่ข้อเสียหรอกนะ เพราะเพียงแค่เลือกด้านที่ถูกที่ควรมาใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม ‘เกม’ ก็จะเปิดเผยด้านดีของมันออกมาให้เราได้เห็นเองนั่นล่ะ

          ผมหวังว่าเรื่องราวของ ‘ติ่ง’ คนนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครที่กำลังรักหรือหลงใหลในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างจริงจังได้หาวิธีสนุกกับสิ่งที่รักต่อไป พยายามหาแนวทางของตัวเองให้เจอ แล้วเดินไปให้สุดทาง บางทีการเป็น ‘ติ่ง’ ของคุณอาจจะสร้างประโยชน์ให้กับคนอื่นๆ อีกมหาศาลเลยก็เป็นได้

ไม่ลองไม่รู้

 

เรื่อง โดย  ณัฐพล เดชขจร
ขอบคุณภาพจาก  http://www.mobygames.com/game/windows/pharaoh/screenshots/gameShotId,2683

 / https://iyakoop.pantown.com / ผู้เขียน

Relate

มาดูเสา Zotem ที่ใช้คริสตัล Swarovski สร้างสายรุ้งที่พิพิธภัณฑ์ V & A ในลอนดอน

เมื่อ Kim Thomé นักออกแบบชาวนอร์เวย์ได้ร่วมกับ Swarovski รังสรรค์ศิลปะ “Zotem” ที่ใช้คริสตัลจำนวนมากสร้างสายรุ้งสดใสที่ขยับไปมาได้อย่างมีชีวิตชีวา

14 กรกฎาคม 2560

ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก Museum Academy 2017

ผู้ผ่านการคัดเลือก Museum Academy 2017 ทุกคอร์สการอบรม กรุณาลงทะเบียนออนไลน์ ภายในวันศุกร์ที่ 21 เมษายน 2560

11 เมษายน 2560

ชม 2 ผลงานสีสันสดใสแสบตาของดาเนียล บิวเรนที่พิพิธภัณฑ์มาเดรอิตาลี

สุดสัปดาห์นี้ มาย้อนดูไอเดียจากนิทรรศการสีสันฉูดฉาดจากพิพิธภัณฑ์มาเดร (Museo d’Arte Contemporanea Donnaregina) ที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระที่เปิดให้สาธารณชนเข้าชมมาครบทศวรรษเมื่อปี 2015

2 มีนาคม 2561

Muse Opinion : วิชาใหม่ๆ…ที่อยากให้โรงเรียนเปิดสอน

คุยกับบรรดาเหล่าวัยเรียน (งานนี้เราเริ่มต้นตั้งแต่น้องสาววัย 8 ขวบ) ชวนน้องๆ มาเปิดตารางสอน และอยากรู้จังว่าพวกเขาอยากให้โรงเรียนเปิดสอนวิชาอะไรกันนะ

11 มิถุนายน 2561