วิวัฒนาการนางกวัก.. . จากรูปปั้นสตรี “ผอมบาง” สู่ร่าง “ตุ้ยนุ้ย” สัญลักษณ์แห่งความมั่งมี - ความรักใคร่เมตตา

วิวัฒนาการนางกวัก..
จากรูปปั้นสตรี “ผอมบาง” สู่ร่าง “ตุ้ยนุ้ย” 
สัญลักษณ์แห่งความมั่งมี - ความรักใคร่เมตตา
.
เมื่อเอ่ยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยกราบไว้บูชาสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน “นายกบแดง” เชื่อว่า หนึ่งในนั้นต้องมี “นางกวัก” รูปปั้นสตรีผอมบาง ผมยาวประบ่า นั่งพับเพียบในท่าเทพธิดา นุ่งผ้ายกดอก ห่มสไบเฉียงแบบคนโบราณ มือซ้ายวางข้างลำตัว มือขวายกขึ้นระดับสูงกว่าปากในลักษณะกวัก ซึ่งตามความเชื่อที่สืบต่อกันมานั้น มีเคล็ดว่าหากนางกวักยกมือขาวสูงกว่าระดับปาก ความหมายว่า “กินไม่หมด” แต่ถ้าต่ำกว่าถือว่า “กินไม่พอ” รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน
.
เพราะตั้งแต่จำความได้ก็เห็นภาพพ่อค้าแม่ค้า พากันกราบไหว้บูชารูปปั้นนางกวัก ที่ตั้งอยู่บนหิ้งหรือตามมุมต่างๆ ในร้านค้า ด้วยน้ำแดงและพวงมาลัย ตั้งแต่ร้านขายของเล็กๆ ไปจนถึงกิจการขนาดใหญ่ จนเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่คุ้นชินตาไปเสียแล้ว... 
.
แม้จะเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าลองถามย้อนกลับไปถึงต้นตอความเป็นมาและความเชื่อ หลายคนน่าจะไม่เคยรู้มาก่อนว่าจริงๆ แล้วตำนาน “นางกวัก” มีแหล่งกำเนิดมาจากความเชื่อท้องถิ่นของชนชาติไทย ซึ่งปรากฏอยู่ในความเชื่อดั้งเดิมของชนกลุ่มไท-กะได ว่าเธอผู้นี้เป็นเสมือนผีที่คอยเรียกเงินเรียกทอง
.
แต่ถ้าย้อนกลับไปอ้างอิงตามความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา ตำนานกล่าวไว้ว่านางกวักเดิมนางชื่อ “สุภาวดี” มีบิดาเป็นพ่อค้า มีนิสัยจิตใจดี ชอบทำมาค้าขาย ชอบฟังเทศน์ฟังธรรม นางสุภาวดี ได้รับพรจากพระอรหันต์ถึงสององค์ว่า คือ “พระกัสสปเถระเจ้า" และ “พระสิวลีเถระเจ้า" ในเรื่องการค้าขายเจริญรุ่งเรืองไพบูลย์ด้วยทรัพย์สินเงินทอง ส่งผลให้บิดาของนางค้าขายได้กำไรตลอดไม่มีขาดทุน เมื่อนางสิ้นชีวิตชาวบ้านจึงปั้นรูปแม่นางสุภาวดีไว้บูชา ความเชื่อนี้ได้แพร่หลายเข้ามายังดินแดนสุวรรณภูมิ จากการเผยแพร่ของพราหมณ์ สืบมาจนถึงทุกวันนี้
.
ทว่ากาลเวลาและยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทุกวันนี้แม้แก่นความเชื่อเกี่ยวกับแม่นางกวักจะยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่ได้มีบางสิ่งที่พัฒนาปรับเปลี่ยนไปโดยเฉพาะรูปร่าง จากเดิมที่เป็นรูปปั้นสตรีผอมบาง จึงแปรเปลี่ยนมาเป็นแม่นางกวักที่มีรูปร่าง “อ้วนตุ้ยนุ้ย” ผิวขาวอมชมพู ใบหน้ายิ้ม ผมยาวสีดำประบ่า มือขวายกขึ้นในลักษณะท่ากวักมืออยู่ระหว่างคิ้วและปาก นั่งพับเพียบในท่าเทพธิดา มือซ้ายถือสร้อยทองเหนือถุงเงินถุงทอง สวมชุดไทยสีตามวัน ห่มผ้าสไบเฉียงสีแดง ผ้านุ่งสีเขียว คล้องด้วยกรองศอทองประดับเพชรพลอย ข้อมือประดับทองกร นิ้วสวมแหวนทองประดับพลอยแดง 
.
ตามความเชื่อที่ว่ารูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์เป็นตัวแทนของความมั่งมี เมื่อบูชาแล้วจะร่ำรวยเงินทองสมบูรณ์เหมือนรูปร่างของนางกวักนั่นเอง !
.
ยัง... ยังไม่หมดแค่นั้น ! เพราะนอกจากการกวักเรียกเงินเรียกทองแล้ว หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าแม่นางกวัก ยังสามารถช่วยดึงดูดคนให้รักใคร่เมตตาได้อีกด้วย ส่วนใหญ่ใช้กับเรื่องหน้าที่การงาน ในการช่วยให้เจ้านายหรือผู้บังคับบัญชา มีความเมตตากรุณา รวมทั้งความรักที่หลายคนเฝ้าตามหามาตลอดชีวิต ! พอรู้แบบนี้เพื่อนๆ หลายคนตาโตกันเลยทีเดียว
.
สำหรับใครที่ต้องการมาชม "คุณเอิบทรัพย์" นางกวักแห่งมิวเซียมสยาม สามารถชักชวนเพื่อนๆ มาเยี่ยมชมด้วยตาตัวเองได้ที่มิวเซียมสยาม ตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. 2560 เป็นต้นไป