กรมศิลปากร

แพร่

จำนวน 6 แห่ง

บ้านวงศ์บุรี

2016-06-22 16:35:45

เฮือนขนมปังขิง เรือนขนมปังขิงคือเรือนมะนิลามีการฉลุลวดลาย เช่น ครีบ ช่องลม หน้าจั่ว ลูกกรง ไม้แบน เป็นลายฉลุต่างๆ ที่ดูวิจิตรพิสดารหรูหราแบบขนมปังขิงของยุโรป จึงเรียกว่า เรือนขนมผังขิง เป็นของแพร่มาจากยุโรป หรือทางตะวันตก เรือนขนมปังขิงเป็นที่นิยมกันทั่วไปเมื่อราวๆ สมัยราชกาลที่ 5,6 และ 7คนไทยเรียกเรือนมะนิลา บ้านวงศ์บุรี ก่อสร้างในสมัยของแม่เจ้าบัวถามหายศปัญญา ภรรยาคนแรกของเจ้าพิริยเทพวงศ์ เจ้าหลวงเมืองแพร่องค์สุดท้าย และเป็นพี่สาวของพระยาบุรีรัตน์ ต่อมาตกทอดเป็นของผู้สืบเชื้อสาย ‘เจ้าพรหมสุนันตา วงศ์บุรี’ (หลวงพงษ์พิบูลย์) ภายในตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้ในอดีตที่ตกทอดสืบต่อมาหลายชั่วอายุคน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเรือน เตียงนอน ตู้ โต๊ะ เครื่องแป้ง เครื่องเงินต่างๆ คนโทถ้วยชาม กำปั่นเหล็ก แหย่งช้าง อาวุธโบราณ พระพุทธรูปสมัยเชียงแสนและสุโขทัย รวมถึงเอกสารสำคัญต่างๆ เช่น สัญญาบัตรที่ได้รับการโปรดเหล้าฯจากรัชกาลที่ 5 เอกสารซื้อขายทาสอายุกว่า 100ปี เอกสารการสัมปทานป่าไม้ ตั๋วรูปพรรณช้าง วัว เป็นต้น ด้วยคุณค่าแห่งศิลปะผสมผสานความงดงามลงตัว กอปรกับได้รับกาดูแลอย่างดีตลอดมา โดยทายาทบ้านวงศ์บุรี กระทั่งเมื่อปี พ.ศ.2536 เรือนหลังนี้ได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่น ของสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

พิพิธภัณฑ์พระวิหารมิ่งเมือง

2016-03-10 19:41:51

พระวิหารมิ่งเมืองสร้างโดยเจ้าผู้ปกครองนครแพร่ พร้อมด้วยเจ้านายบุตรหลานพญาแสนท้าวเมืองแพร่ ต่อมาได้ถูกปรับเปลี่ยนใช้เป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับจัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุต่าง ๆ

พิพิธภัณฑ์การศึกษา โรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่

2016-03-10 20:09:02

อาคารน้ำเพชรเป็นอาคารสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกรชาวแพร่ทุกหมู่เหล่า ที่ได้พร้อมใจกันร่วมสร้างอาคารน้ำเพชรขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ต่อมาเมื่อครั้งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ เมื่อวันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2533 และได้ทอดพระเนตรเห็นอาคารน้ำเพชร จึงมีพระดำรัสว่า "อาคารไม้เก่า ๆ ที่สวยงามอย่างนี้ หาชมได้ยากแล้ว สมควรอนุรักษ์ไว้" ประกอบกับตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ที่มุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้อง สร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ส่งเสริมศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนให้มีการส่งเสริมการดำเนินงานจัดตั้งแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ ทางโรงเรียนนารีรัตน์จึงได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์การศึกษา โรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่ ขึ้น โดยใช้พื้นที่ในอาคารน้ำเพชร ซึ่งเป็นอาคารสำคัญของโรงเรียน


คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่

2016-03-10 20:11:56

คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.2435 ก่อนสมัยเงี้ยวปล้นเมืองแพร่ หลังจากเจ้าหลวงเมืองแพร่คือเจ้าพิริยเทพวงศ์ ได้ลี้ภัยไปอยู่เมืองหลวงพระบางแล้ว คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ได้กลายเป็นที่ตั้งของกองทหารม้าที่ทางกรุงเทพฯ ได้ส่งมารักษาความสงบเรียบร้อยในเมืองแพร่อยู่ระยะหนึ่ง คุ้มเจ้าหลวงแห่งนี้เคยใช้เป็นที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เมื่อคราวเสด็จมาเยี่ยมราษฎรจังหวัดแพร่ ในระหว่างวันที่ 15-17 มีนาคม 2501 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จประทับแรม เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2536 อาคารหลังนี้ได้รับพระราชทานรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี 2536 และสถาปัตยกรรมดีเด่นประเภทอาคารสถาบันและสาธารณะ ประจำปี 2540 จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หลังจากนั้นได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2541 และได้รับการบูรณะโดยกรมศิลปากร ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2547 จังหวัดแพร่ได้มอบคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่เป็นผู้ดูแล เพื่อเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองแพร่ "คุ้มเจ้าหลวง" ซึ่งหลังจากที่ได้รับมอบแล้ว องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ได้ทำการปรับปรุงภายในอาคาร และตกแต่งสภาพภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงาม พร้อมทั้งได้จัดตั้งสำนักงานและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ได้ดูแล โดยได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการในปี 2548

พิพิธภัณฑ์การป่าไม้

2016-01-09 19:32:38

ย้อนเล่าเรื่องราวของสถานที่เก่าแก่นี้ ซึ่งเดิมเป็นของบริษัทอีสเอเชียติคจากประเทศเดนมาร์ก ซึ่งได้รับสัมปทานทำไม้สักบริเวณริมแม่น้ำยมในสมัยรัชกาลที่ 5 อาคารเหล่านี้ใช้เป็นที่ทำการ ที่พักผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ของบริษัท เมื่อหมดสัมปทานไปทางภาครัฐจึงได้เป็นโรงเรียนป่าไม้ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2478 และจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ไม้สักในปี พ.ศ. 2541 นั่นเอง โดยอาคารพิพิธภัณฑ์ 1 เป็นอาคารไม้สูง 2 ชั้น ชั้นล่างมีเซฟทำด้วยปูนสำหรับเก็บทรัพย์สินของบริษัทอีสท์เอเชียติก ได้รับการซ่อมแซมโดยเทศบาลเมืองแพร่เมื่อปี 2545 ในอาคารนี้มีห้องเพดานใต้หลังคาเป็นห้องโถงกว้าง หลังที่ 2 เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ สูง 2 ชั้น แบบไทยผสมยุโรป เดิมใช้เป็นที่ทำการของบริษัทอีสท์เอเชียติก และเมื่อปี 2541 ได้ใช้ชั้นบนเป็นพิพิธภัณฑ์ไม้สัก ส่วนชั้นล่างเป็นสำนักงานของส่วนสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามการทำไม้ที่ 3 (ภาคเหนือ) และหลังสุดท้าย เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ สูง 2 ชั้น ตั้งอยู่บนกำแพงเมืองแพร่เก่า ชั้นบนมีระเบียงขนาดใหญ่ และมีหน้าต่างโดยรอบตัวอาคาร ซึ่งจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยบริเวณชั้นล่างเป็นห้องโถง และมีเตาผิงภายในห้องอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการรวบรวมจัดแสดงภาพ ประวัติการทำไม้ และอุปกรณ์ทำไม้ในอดีต รวบรวมตัวอย่างไม้ชนิดต่าง ๆ รวมถึงเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธวิชิตมารหรือหลวงพ่อเศียรขาดอีกด้วย พิพิธภัณฑ์เสรีไทยแพร่

พิพิธภัณฑ์เสรีไทยแพร่

2016-01-09 19:36:54

เรือนไม้สีฟ้าอ่อนตัดสีขาวสองชั้น ซึ่งเป็นบ้านเก่าแก่โบราณที่มีความสวยงาม และยังคงสภาพที่ดีอยู่ เราย้อนเวลากลับไปประมาณปี พ.ศ. 2484 – 2488 ในสงครามมหาเอเชียบูรพา ซึ่งตอนนั้นกองทัพญี่ปุ่นที่เรืองอำนาจ ได้เข้ามายึดครองประเทศไทย และดินแดนส่วนใหญ่ในภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ รัฐบาลไทยสมัยนั้นจำต้องให้ความร่วมมือกับญี่ปุ่นในการลงนาม กติกาสัญญาเป็นพันธมิตร แต่คนไทยกลุ่มหนึ่งทั้งในและต่างประเทศได้รวมพลังก่อเกิด “เสรีไทย” ขึ้น โดยมีเสรีไทยแกนนำร่วมกับชาวบ้านสมัยนั้น เป็นศูนย์กลางในการปฏิบัติการกู้ชาติ นับเป็นเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ของชาติไทย ที่ชาวจังหวัดแพร่ได้มีส่วนร่วมให้ประเทศรอดพ้นวิกฤตการณ์กระทั่งเวลาผ่านไป จนเกิดเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ขึ้น เพื่อคงความหลังเอาไว้ ภายในพิพิธภัณฑ์จะบอกเล่าเรื่องราวของเหล่าวีระชนคนกล้าเมืองแพร่ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 การจำลองลูกระเบิดที่ใช้ในสงคราม และยังมีการจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ประวัติบุคคลสำคัญในขบวนการเสรีไทย เครื่องมืออุปกรณ์ที่เสรีไทยใช้ และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งการจำลองวิถีชีวิตของการใช้ชีวิตของเหล่าวีระชนคนกล้าในป่าอีกด้วย นอกจากนี้เรายังได้รู้จักที่มาที่ไปของคำว่า เมืองแพร่ แห่ระเบิดที่มีคนชอบพูดถึงเวลาบอกว่าเราจะไปเที่ยวจังหวัดแพร่ นั่นก็คือ เมื่อหลังสงครามสิ้นสุดลงมีระเบิดหลายลูกตกลงที่เมืองแพร่ ชาวบ้านเห็นจึงได้ให้ผู้เชี่ยวชาญถอดชนวนออกและแห่ระเบิดไปถวายวัดเพื่อใช้เป็นระฆังนั่นเอง