เชียงใหม่

จำนวน 16 แห่ง

ศูนย์ผลิตตุ๊กตาเชียงใหม่

2015-12-08 12:30:10

ศูนย์ผลิตตุ๊กตาเชียงใหม่(Chiangmai Doll Making Center) จัดแสดงนิทรรศการถาวร อาทิ วิถีชีวิตชาวขาเผ่าต่าง กลุ่มชนเผ่าชาวเขาเผ่าต่างๆ วัฒนธรรมและประเพณีการละเล่นของเด็กในสมัยก่อน เช่น ขี่ม้าก้านกล้วย เครื่องใช้พื้นบ้าน ผลงานศิลปะ ชุดนางรำ ชุดโขน นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงสิ่งของและวัตถุสะสม เช่น เครื่องมือการเกษตร,เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน,เครื่องแต่งกายและผ้าทอ,เครื่องจักสาน,ของสะสม และตุ๊กตาทั้งชนิดผ้า เซรามิก และพอสเลน และชิ้นพิเศษสุด คือ ชุดโขน ‘รามเกียรติ์’

บ้านแม่ปั้นดินพ่อทำสวน

2016-03-10 00:54:58

เดิมทีคุณพ่ออนงค์ นิลม่วง เป็นคนกรุงเทพฯ คุณแม่เฉลียว พื้นเพเป็นชาวชัยนาท คุณพ่อรับราชการกรมทางหลวงที่จังหวัดแพร่ประมาณ 10 ปีก่อนที่จะเข้ามาซื้อที่ดินแปลงนี้เพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยส่วนตัวเมื่อพ.ศ.2533 ทั้งสองท่านจึงซึมซับ รัก และสนใจที่จะรักษาอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาวล้านนาที่ใกล้จะสูญหายไป โดยได้เก็บสะสมวัตถุโบราณ ของใช้พื้นบ้านต่างๆ มาตลอดด้วยใจรัก กระทั่งเมื่อพ.ศ.2541-2542 คุณแม่เฉลียวเริ่มทำงานปั้นดิน โดยได้แรงบันดาลใจจากศิลปินชื่อกัง ดุษฎี รักษ์มณี จนเกิดเป็นผลงานปั้นดินอันมีชีวิต ชีวา จากก้อนดินสู่การแสดงวิถีชีวิตภูมิปัญญาพื้นบ้านล้านนาถ่ายทอดผ่านผลงาน ทั้งยังให้ความสุขต่อผู้ชมด้วยรอยยิ้ม ความสนุกสนาน ด้วยความเป็นคนอารมณ์ดีของคุณแม่ เป็นเวลากว่า 8 ปี ที่ครอบครัวนิลม่วงมุ่งมั่นที่จะแบ่งปันความรู้ ความสุข ความพอมีพอกิน พอดี โดยไม่มุ่งหวังผลกำไรเชิงธุรกิจ อันสอดคล้องกับกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ในพ.ศ.2550 วัตถุประสงค์และแนวคิดของ บ้านแม่ปั้นดิน พ่อทำสวน จึงเจริญตามรอยพระยุคลบาท พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนให้สถานที่นี้เป็น ‘แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านล้านนา ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบ้านปั้นดิน พ่อทำสวน’ อาจกล่าวได้ว่า ไม่ใช่มุมใด หรือห้องใดเป็นพิพิธภัณฑ์ แต่ทุกมุมทั่วบริเวณการร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ที่สำคัญคือ ‘จิตวิญญาณ’ ของคนในบ้านสื่อถึง พิพิธภัณฑ์แห่งการเรียนรู้ที่มีชีวิต นำเสนอเป็นตัวตนของเจ้าของบ้าน เป็นธรรมชาติ ผู้เข้าเยี่ยมชม หรือเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของบ้านเช่น กิจกรรมปั้นดิน กินข้าว การเข้ามาพักอาศัยแบบโฮมสเตย์ จะได้เรียนรู้ถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญาพื้นบ้านผลงานหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาของคุณแม่ สวนธรรมชาติความรู้เรื่องต้นไม้จากคุณพ่อเป็นต้น วัตถุที่จัดไว้เป็นของสะสมประเภท folk art ที่เก็บรวบรวมด้วยความชอบส่วนตัว ส่วนผลงานดินเผาของ คุณแม่ทุกชิ้นจัดเป็นงาน master piece เนื่องจากแต่ละชิ้นทำได้ครั้งเดียว การทำซ้ำอาจดูคล้ายแต่จะไม่ได้ชีวิตชีวา รายละเอียดเหมือนชิ้นเดิม

พิพิธภัณฑ์ผ้าป้าดา

2016-03-10 02:10:32

นางแสงดาว บันสิทธิ์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ‘ป้าดา’ เป็นคนมีใจรกการทอผ้า ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สินค้าอุปโภคบริโภคขาดแคลน ป้าดาจึงคิดทอผ้าย้อมสีเปลือกไม้ให้ดับสามีเพื่อใช้ตัดชุดข้าราชการ ถึงแม้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้น และต่อมาจะมีเสื้อผ้าให้เลือกใช้มากมาย แต่ป้าดาก็ยังมุ่งมั่นที่จะทอผ้าฝ้าย และชักชวนกลุ่มเพื่อนบ้านให้ร่วมกันทอผ้าพื้นเมืองขึ้น ป้าดาสร้างสรรค์ผลงานด้วยการทุ่มเทความคิดในการออกแบบลวดลาย และย้อมสีแบบธรรมชาติจากเปลือกไม้ ใบไม้ ผ้าทอของป้าได้รับการยกย่องว่ามีความประณีตงดงาม มีชื่อเสียงเลื่องลือ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ป้าดาได้รับเลือกให้เป็นศิลปินพื้นบ้าน ในพ.ศ.2528 และได้รับเลือกเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (การทอผ้า) ในพ.ศ.2529 ป้าดาเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ.2536 รวมอายุได้ 73 ปี ณ บ้านไม้หลังใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง ซึ่งเป็นบ้านหลังเดิมของป้าดา ได้ถูกดัดแปลงจัดเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงผลงานและกรรมวิธีการทอผ้าของป้าดาไว้อย่างครบถ้วน จัดแสดงเครื่องมือ เครื่องใช้ในการทอผ้า ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการ เรื่องราวประวัติของป้าแสดง บันสิทธิ์ วิถีชีวิต ห้องนอน ห้องครัว เครื่องใช้ต่างๆ บนเรือนยังคงสภาพไว้ให้เหมือนตอนป้าดามีชีวิตอยู่ ภูมิปัญญาการผลิตฝ้าทอมือ จัดแสดงวัตถุสะสม อาทิ เครื่องมือทอผ้า,เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ,เครื่องแต่งกายและผ้าทอ,และผ้าที่ได้รับรางวัลถ้วยมุกจกพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร


เฮือนแก้ว โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

2016-03-10 19:37:15

เรือนไม้ทรงไทยล้านา 2 ชั้นใต้ถุนสูงโล่ง ตรงตามลักษณะเรือนพื้นถิ่น สร้างขึ้นในพ.ศ.2532 แล้วเสร็จในพ.ศ.2534 โดยความร่วมมือระหว่างเหล่าคณาจารย์ และสมาคมผู้ปกครองของโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เพื่อสร้างเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงอาคารไม้หลังเก่าของโรงเรียนที่ทางราชการจำเป็นต้องรื้อถอน เช่น เรือนเพชน (โรงพละศึกษาหลังเก่า) ภายใต้ชื่อ ‘เฮือนแก้ว’ หรือ ‘เรือนแก้ว’ อาคารพิพิธภัณฑ์จัดแสดงไม้แกะสลัก เครื่องปั้นดินเผา เครื่องมือเกษตร เครื่องมือจับปลา รวมถึงภาพถ่ายเอกสารทางประวัติศาสตร์ชั้นต้น (สมุดจดหมายเหตุรายวัน) และแผนที่ประกอบ ซึ่งทั้งหมดเป็นของเก็บสะสมของทางโรงเรียนมาแต่เดิม และบางส่วนได้รับบริจาคจากผู้ปกครอง นักเรียน และศิษย์เก่า โรงเรียนยุพาราชวิทยาลัย ถือเป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกขอจังหวัดเชียงใหม่ สถาปนาขึ้นเมือ พ.ศ.2442 ตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เพื่อขยายการศึกษาออกสู่หัวเมือง แก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรซึ่งจะนำไปสู่ความเป็นเอกภาพของชาติ

โรงแรมท่าแพ อินน์

2016-03-10 21:37:40

ตัวอาคารไม้ อายุกว่า 40 ปี เดิมเคยเป็นโรงแรม ‘ไทยเจริญ’ ต่อมาได้ปรับปรุงอาคารเป็นปูนใส่ฝ้าเพดานและเปลี่ยนชื่อมาเป็น ‘ท่าแพอินน์’ นอกจากเป็นที่พักอาศัยชั่วคราวของนักท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นแหล่งโบราณวัตถุหายากที่จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม เปิดโอกาสให้คนทั่วไปได้ศึกษาและเยี่ยมชม จุดเริ่มต้นเล็กๆ จากการเข้ามาดูแลกิจการโรงแรมของครอบครัวทำให้ ‘มงคลรัฐ โอจรัสพร’ เกิดไอเดียนำของเก่ามาตกแต่งโรงแรมให้ดูแปลกตา น่าสนใจ และการที่ได้คลุกคลีกับของเก่ามากมายจนกลายเป็นความผูกพัน และเห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านั้น มงคลรัฐเสาะหาของเก่าเป็นงานอดิเรก โดยเน้นของที่สามารถหาได้ง่าย และต้นทุนต่ำ จากตัวเมืองเชียงใหม่ไปสู่บริเวณใกล้เคียงต่างอำเภอ จนในที่สุด ของเก่าที่หาได้ ไม่ได้ทำหน้าที่แค่การตกแต่งโรงแรมเท่านั้น แต่บางชิ้นบอกเล่าเรื่องราวในอดีต หลายชิ้นเป็นเหมือนตำราให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา อาทิ เครื่องปั้นดินเผา,โบราณวัตถุ หนังสือเก่า,เครื่องเขิน,เครื่องประดับ,เงินตรา (ธนบัตร/เหรียญกษาปณ์), ภาพถ่าย รวมถึงภาพยนตร์ ใบปิดโฆษณา หน้าข่าวสำคัญจากหนังสือพิมพ์ เป็นต้น

พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ

2016-03-10 21:48:17

เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2540 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเปิดอย่างเป็นทางการ การจัดแสดงแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ห้องจัดแสดงเงินตราโบราณ จัดแสดงเงินตรายุคก่อนประวัติศาสตร์ เงินตราในดินแดนสุวรรณภูมิ เงินตราล้านนา และเงินตราร่วมสมัย ห้องจัดแสดงผ้าโบราณ จัดแสดงผ้าไทย และผ้าต่างประเทศ เช่น ผ้าพม่า ลาว จีน กัมพูชา และผ้าในพระราชสำนักเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดตั้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ในการเป็นศูนย์กลางเผยแพร่ความรู้ด้านเงินตราและผ้าไทแก่บุคคลทั่วไป เพื่อให้ตระหนักถึงคุณค่าแห่งมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ นอกจากมีการจัดแสดงเงินตรา และผ้าโบราณให้ผู้สนใจเข้าชมแล้ว ยังได้ร่วมมือกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ในการจัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางด้านพิพิธภัณฑ์ เงินตรา และผ้าโบราณ มีการจัดกิจกรรมทุกๆ ปี โดยเน้นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน ด้านการบริการวัสดุพิพิธภัณฑ์ ได้มีการนำเอาระบบ IT มาใช้ในการบริหารระบบวัตถุพิพิธภัณฑ์ งานทะเบียน ฯลฯ


บ้านจ๊างนัก

2015-12-08 11:32:40

ก่อตั้งเมื่อมี พ.ศ. 2528 โดยสล่าเพชร วิริยะ (สล่า เป็นภาษาพื้นเมืองเชียงใหม่ แปลว่า ช่างฝีมือ) ซึ่งได้รวบรวมเพื่อนฝูง ตลอดจนลูกศิษย์ช่างแกะสลักฝีมือดี และมีความรักในศิลปะการแกะสลักไม้แบบล้านนา ‘บ้านจ๊างนัก’ หมายถึงบ้านที่ช้างเยอะแยะมากมาย ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการถาวร ศิลปะการแกะสลักไม้เรื่องช้าง ผลงานศิลปะไม้แกะสลัก เรื่องช้างทั้งแบบลายเส้นบนไม้นูนต่ำ นูนสูง และลอยตัว หลากหลายขนาด และรูปแบบ และผลงานชิ้นสำคัญคือ ช้างต้นแบบ ซึ่งเป็นงานแกะสลักชิ้นแรก

พิพิธภัณฑ์วัดร้องเม็ง

2016-07-08 12:46:27

พิพิธภัณฑ์วัดร้องเม็ง ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2527 โดยพระครูศรีผ่อง โกวิโท (บุญเป็ง) ได้รับพระรามทานสมณศักดิ์พัดยศ ตามราชทินนามพระครูโกวิทธรรมโสภณ ตำแหน่งเจ้าอาวาส และเจ้าคณะตำบลหนองแหย่ง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีความสนใจเป็นพิเศษในการอนุรักษ์ศาสนวัตถุที่มีคุณค่า พระพุทธรูปโบราณ โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ เครื่องใช้ไม้สอยในชีวิตประจำวัน อันเกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่การสืบทอดมาช้านาน ประกอบด้วยสิ่งของหลายร้อยหลายพันอย่าง ที่สูญหายไปแล้วก็มี และที่ยังพบเห็นอยู่ทั่วไปก็มี เพียงก้าวแรก ที่หันมาสนใจอนุรักษ์ของเก่า ประเภทเครื่องใช้มนชีวิตประจำวัน แล้วนำของชิ้นแรก ‘ปิมดินกี่’ รูปโค้งสำหรับก่ออิฐสร้างบ่อน้ำ มาวางไว้ที่โต๊ะหน้ากุฏิพร้อมกับเห็นอะไรเก่าๆ เช่น ถ้วย ชาม กระเบื้อง ฯลฯ ก็นำมาวางๆไว้ รวมกันได้ประมาณ 100 ชิ้นชาวบ้านใกล้เคียงมาพบเข้าก็เริ่มสนใจ สอบถามถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการเก็บรักษาสิ่งของบางอย่างคนรุ่นใหม่ไม่ทราบว่าเป็นอะไรและไม่รู้ถึงประโยชน์ใช้สอยทำให้พระครูโกวิทธรรมโสภณ ต้องอธิบายขยายความเป็นรายๆไป จนกระทั่งศรัทธาประชาชนในหมู่บ้าน และตำบลใกล้เคียงต่างทราบก็นำวัตถุโบราณ สิ่งของเครื่องใช้เก่าๆ พระพุทธรูปเก่า มาถวายไว้เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์ของวัดมากขึ้นนับรวมแล้วมีประมาณ 1,000 ชิ้น คณะกรรมการวัดเริ่มเห็นว่าสถานที่เก็บรักษาคับแคบ จึงได้ขยายตู้เก็บเข้าไว้ในกุฏิถึง 3 ห้อง แต่ก็ไม่สะดวกสำหรับศรัทธาประชาชนที่จะเข้าชมเพราะคับแคบมาก ท่านพระครูโกวิทธรรมโสภณ จึงได้ก่อสร้างอาคารหลังปัจจุบันขึ้น แล้วนำวัตถุโบราณพื้นบ้าน เครื่องใช้ไม้สอยของใช้ในพระพุทธศาสนาต่างๆ จัดเข้าไว้ในอาคารใหม่เป็นสัดส่วนเรื่องนี้ได้ทราบไปถึงศรัทธา ญาติโยม ต่างนำของมาบริจาคอยู่ตลอด จนกระทั่งปัจจุบันรวมแล้วมีโบราณวัตถุและศิลปวัตถุพื้นบ้าน 5,000 กว่าชิ้น และมีศรัทธาจากกรุงเทพฯ ได้บริจาคโบราณวัตถุศิลปวัตถุให้แก่พิพิธภัณฑ์วัดร้องเม็งจึงได้สร้างพิพิธภัณฑ์หลังที่ 2 ขึ้นเพื่อจัดแสดงวัตถุที่ได้รับมา ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการถาวร อาทิ ภาพจิตรกรรมฝาผนัง การดำเนินชีวิตของชาวบ้านวัฒนธรรมและประเพณี จัดแสดงวัตถุสะสมชิ้นสำคัญ คือ แม่พิมพ์อิฐก่อบ่อน้ำ

พิพิธภัณฑ์ชาวเขา

2016-05-25 14:04:11

พิพิธภัณฑ์ชาวเขาจัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2508 โดยคำแนะนำของ Prof. W.R. Geddes นักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ออสเตรเลีย ตั้งอยู่ในอาคารที่ทำการศูนย์วิจัยชาวเขา ภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สังกัดกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดเก็บรวบรวมวัตถุพยาน ทางวัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงในประเทศไทย หรือที่เรียกกลุ่มชนเหล่านี้ว่า “ชาวเขา” เพื่อประกอบการศึกษา ค้นคว้า วิจัยของนักวิจัย และผู้สนใจทั่วไป ต่อมา ได้มีกลุ่มผู้สนใจจำนวนมากขึ้น จึงได้เปิดให้บริการเยี่ยมชมแก่บุคคลทั่วไป ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ ปี พ.ศ.2540 ได้ย้ายสถานที่ตั้งจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มา ณ อาคารในบริเวณสวนล้านนา ร.9 (ที่ตั้งปัจจุบัน) โดยได้รับความอนุเคราะห์จากจังหวัดเชียงใหม่ โดยนายพลากร สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในขณะนั้น ปัจจุบัน ได้จัดการแสดงออกเป็น 3 ชั้น ชั้นที่ 1 เรื่องชีวิต ความเป็นมา วัฒนธรรม ประเพณีของชาวเขา จำนวน 12 เผ่า ชั้นที่ 2 เรื่องการแต่งกาย ชีวิตเด็กบนดอย การพัฒนาบนพื้นที่สูง และศูนย์ข้อมูลเกี่ยวกับชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ชั้นที่ 3 เรื่องพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยภูเขา