สำหรับผูสูงอายุ
คำแนะนำการใช้งาน
ขยายขนาดตัวอักษร
เพิ่มระยะห่างตัวอักษร
เพิ่มขนาดลูกศรชี้
ตำแหน่ง
เส้นช่วยในการอ่าน
เน้นการเชื่อมโยง
ปรับชุดสี
เปิดการใช้งาน
ปิดการใช้งาน
คำแนะนำการใช้งาน
เริ่มต้นใช้งาน
Text Size

การขยายขนาดตัวอักษร

สามารถเลือกปรับขนาดตัวอักษรได้ 3 ระดับ คือ 20% 30% และ 40% จากขนาดมาตรฐาน

Text Spacing

การเพิ่มระยะห่างตัวอักษร

การปรับระยะห่างของตัวอักษร และช่องว่างระหว่างบรรทัด สามารถปรับได้ 3 ระดับ เพื่อให้อ่านข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

Large Cursor

การเพิ่มขนาดลูกศรชี้ตำแหน่ง

ขยายขนาดของลูกศรชี้ตำแหน่ง (Cursor) ให้ใหญ่ขึ้นถึง 400%


Reading Guide

เส้นช่วยในการอ่าน

จะมีเส้นปรากฏขึ้น พร้อมกับการเลื่อนลูกศรชี้ตำแหน่ง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถโฟกัสข้อความที่ต้องการอ่านได้สะดวกขึ้น

Highlight Links

เน้นการเชื่อมโยง

ช่วยเน้นและแยกส่วนของลิงค์หรือปุ่มต่างๆ ออกจาก เนื้อหาภายในเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถมองเห็นปุ่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Change Color

เลือกปรับชุดสี

สามารถเลือกปรับชุดสีของเว็บไซต์ได้ 4 แบบตัวอักษรและปุ่มต่างๆ มีสีเข้มคมชัด มองเห็นได้ชัดเจน


กิจกรรม

สิงห์บุรี

จำนวน 2 แห่ง

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี

2015-12-15 21:17:35

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี ตั้งอยู่บริเวณวัดพระอารามหลวง หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในนามของ ‘วัดโบสถ์’ ในตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เริ่มจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์มาตั้งแต่พ.ศ.2481 โดยอดีตเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ พระเทพสุทธิโมลี (ผึ่ง โรจโน) ซึ่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรีและอุทัยธานี (ฝ่ายธรรมยุติ) ซึ่งท่านได้รวบรวมศิลปวัตถุโบราณวัตถุจากการบริจาคของประชาชนไว้ตั้งแต่พ.ศ.2483 มีโบราณวัตถุที่สำคัญและเป็นที่รวมความรู้ด้านประวัติศาสตร์มากมาย โดยเฉพาะโบราณวัตถุที่ขุดพบได้จากแหล่งโบราณบ้านคูเมือง แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี มีโบราณวัตถุที่สำคัญหาดูยาก อาทิ คานหามรัชกาลที่ 5, หนังใหญ่วัดประศุภ,เครื่องประดับสมณศักดิ์ของพระสงฆ์,พระพุทธรูปหินเขียวธรรมจักรสมัยทวารวดี เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการแสดงการละเล่นพื้นบ้าน,เครื่องมือ ดักปลา,เครื่องทอผ้า ฯลฯ

อาคารศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์ค่ายบางระจัน วีรชนค่ายบางระจัน

2016-01-10 10:20:19

วัดโพธิ์เก้าต้น หรือวัดไม้แดงเป็นสถานที่ที่วีรชนชาวบ้านบางระจัน ใช้เป็นที่มั่นในการต่อสู้กับพม่าที่ยกทัพเข้าตีกรุงศรีอยุธยาเมื่อปี พ.ศ. 2308 อย่างเข้มแข็งโดยมีพระอาจารย์ธรรมชาติ พระภิกษุผู้มีคาถาอาคมขลังจากวัดเขานางบวช ที่มาจำพรรษา ณ วัดแห่งนี้ ยังผลให้บรรดาชาวบ้านและนักรบมีขวัญ กำลังใจที่พร้อมจะต่อสู้กับข้าศึกศัตรู เรียกได้ว่าเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจซึ่งสำคัญยิ่งตลอดช่วงระยะเวลา 5 เดือนเต็ม จนกระทั่งวันที่ค่ายบางระจันถึงคราวแตกในที่สุด ซึ่งนั่นคือเรื่องราวที่ผ่านมาแล้วกว่า 200 ปี แต่ปัจจุบันที่นี่ยังคงมีวิหารเก่าของพระอาจารย์ธรรมโชติไว้ให้ระลึกถึง บริเวณดังกล่าวยังมีก้อนอิฐดินเผา ธูปดอกจันทร์ที่ชาวบ้านนับถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่นเดียวกับบ่อน้ำหน้าวิหาร บ่อน้ำแห่งนี้มักมีผู้คนจำนวนมากนิยมแวะเวียนกันมาบนบานขอในสิ่งที่ต้องการตามวัฒนธรรมความเชื่อในแบบไทยๆ ต่อมาทางวัดจึงได้ทำการปรับภูมิทัศน์ จัดพื้นที่ให้เป็นจุดแสดงค่ายจำลองที่สร้างตามแบบโบราณที่เราสามารถเดินชมได้ สำหรับพื้นที่ภายในวัด โดยเฉพาะในส่วนของโบราณสถานและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นั้น ยังมีให้เห็นอยู่หลายแห่ง และส่วนภายในศาลานิทรรศการ ก็จะมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ของค่ายบางระจัน ที่ได้รวบรวมเอาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหล่าวีรชนชาวบ้านบางระจันเอาไว้ และยังมีการเก็บรวบรวมวัตถุโบราณ อาทิ เครื่องปั้นดินเผา โครงกระดูกสัตว์ อาวุธโบราณ ยังมีในส่วนของอนุสาวรีย์วีรชนผู้กล้า ซึ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2519 เพื่อน้อมรำลึกถึงผู้กล้าที่ได้สร้างประวัติศาสตร์การสู้รบเอาไว้มากมายหลายท่านเพื่อประกาศเป็นเกียรติคุณแก่วีรชนค่ายบางระจันให้ยั่งยืนสืบไปทั้งหมดถูกจารึกไว้ในรูปแบบของประติมากรรมเหมือนจริง นอกจากนี้เรายังเห็นต้นไม้ที่ยังคงอยู่ตั้งแต่สมัยค่ายบางระจัน กระทั่งยืนต้นให้ร่มเงาอยู่ปัจจุบัน อาทิ ต้นสะดือและต้นยางคู่ รวมทั้งของโบราณเก่าแก่ยังคงเหลือให้เราได้เห็น อาทิ ระฆังหิน บ่อน้ำโบราณ รวมทั้งสันเนินดินที่ใช้ป้องกันข้าศึกใกล้ๆ กับค่ายจำลองอีกด้วย